Categories
เสียง

บอกต่อวิธี ตัดต่อเสียงออนไลน์ ด้วยตัวเอง ผ่านโปรแกรม Nero WaveEditor

ในปัจจุบันไม่ว่าเราจะเข้าไปดูแพลตฟอร์มสื่อโซเชียลมีเดียไหนก็ตาม มักจะเห็นได้ว่าการสร้างคอนเทนต์เป็นสิ่งที่มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ หลายคนสามารถเป็น Content Creator ได้ และปฏิเสธไม่ได้เลยว่านอกจากการตัดต่อภาพแล้ว การ ตัดต่อเสียงออนไลน์ ก็ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากไม่แพ้กัน เมื่อมีภาพประกอบแล้วจะต้องมีเสียง เพื่อให้คนดูเข้าใจในสิ่งที่เรากำลังจะสื่อ วันนี้ขอบอกต่อวิธีตัดต่อเสียงด้วยโปรแกรม Nero WaveEditor ให้ได้รู้กัน

ทำความรู้จักกับโปรแกรม ตัดต่อเสียงออนไลน์ Nero WaveEditor

ตัดต่อเสียงออนไลน์

Nero WaveEditor เป็น โปรแกรมตัดต่อเพลง mix ที่ใช้ในการแก้ไขและบันทึกไฟล์เสียงที่ผ่านการเข้าไปทาง Sound Card ซึ่งจะมาพร้อมกับโปรแกรมไรท์แผ่นซีดียอดนิยม นับเป็นโปรแกรม ตัดต่อ เสียงออนไลน์ อีกหนึ่งโปรแกรมที่มีวิธีการใช้งานค่อนข้างง่าย จึงทำให้เป็นตัวเลือกในการตัดต่อเสียงของใครหลายคน ซึ่งสามารถใช้งานบน Windows ได้ฟรี นอกจากนี้ความสามารถในการตัดต่อเสียงยังมีความหลากหลายอีกด้วย

ขั้นตอนการ ตัดต่อเสียงออนไลน์ ด้วยโปรแกรม Nero WaveEditor มือใหม่ทำตามได้ไม่ยาก

ตัดต่อเสียงออนไลน์

แนะนำการใช้โปรแกรมตัดต่อเสียง หรือ โปรแกรมตัดต่อเพลง mp3 ฟรี อย่าง Nero WaveEditor ซึ่งจะใช้งานบนคอมพิวเตอร์ โดยการตัดต่อเสียงนี้จะเป็นการนำไฟล์เพลง MP3 มาตัดเฉพาะท่อนที่ต้องการเท่านั้น เพื่อนำเพลงดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ต่อไป อย่างไรก็ตามมือใหม่ที่ไม่เคยใช้โปรแกรมนี้มาก่อน สามารถศึกษาวิธีการใช้งานเบื้องต้นจากบทความนี้ได้เลย มาดูกันว่าขั้นตอนการ ตัดต่อเพลง mp3 ฟรี จะต้องทำยังไงบ้าง

เลือกไฟล์เพลง

ตัดต่อเสียงออนไลน์

ขั้นตอนแรกให้เปิดโปรแกรม Nero WaveEditor ขึ้นมา จากนั้นเข้าไปในเมนู File ตามด้วย Open โดยขั้นตอนนี้จะเป็นการเปิดไฟล์เพลงที่เตรียมไว้เพื่อ การตัดต่อเพลง mp3 และนำไปใช้เป็นเสียงเรียกเข้า ซึ่งสามารถเลือกไฟล์ที่มีนามสกุล MP3 หรือ WAV ก็ได้ เมื่อเลือกไฟล์เสียงที่ต้องการแล้วให้ทำการเปิดโดยคลิก Open ต่อมาจะเห็นหน้าตาของเสียงดังกล่าว เริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการตัดต่อเสียงได้เลย 

เลือกตัดเฉพาะท่อนเพลงที่ต้องการ

ตัดต่อเสียงออนไลน์

ขั้นตอนต่อมาให้ลองฟังเสียงเพลงที่นำมาตัดต่อดูก่อน จากนั้นทำการ Section หรือเลือกท่อนที่ต้องการจะตัด เสร็จแล้วกดเล่นเสียง หรือ Play Section เพื่อฟังเสียงที่เลือกไว้ว่าตรงกับความต้องการหรือไม่ หลังจากฟังเสียงและทราบว่าได้ท่อนเพลงตรงกับตามความต้องการแล้ว ต่อมาให้ทำการ Crop ท่อนเพลงดังกล่าว เพื่อ ตัดต่อเพลงฟรี เฉพาะท่อนที่ต้องการเท่านั้น ขั้นตอนนี้เราก็จะได้ท่อนเพลงตามที่ต้องการ

บันทึกไฟล์เสียง

ตัดต่อเสียงออนไลน์

ในกรณีที่ตัด ต่อเพลงออนไลน์ เสร็จแล้ว และต้องการจะบันทึกเสียงไว้ให้คลิกที่คำสั่ง File ตามด้วย Save As จากนั้นเลือก Desktop ในการบันทึก ซึ่งการบันทึกนี้จะช่วยให้เราค้นหาไฟล์เสียงได้ง่ายขึ้น เสร็จแล้วให้เปลี่ยนชื่อไฟล์ในช่องที่ระบุว่า File Name เมื่อเปลี่ยนชื่อไฟล์แล้วก็ตามด้วยการเปลี่ยนนามสกุลของเสียงเป็น MP3 จากนั้นคลิกที่คำสั่ง Save เพียงเท่านี้ก็ถือเป็นอันเสร็จสิ้น 

เข้าร่วมเกม ไฮโลไทยเว็บตรง ได้แล้ววันนี้ ให้คุณได้สัมผัสความสนุกและตื่นเต้นจากเกมคาสิโนคลาสสิกนี้ ร่วมลุ้นรับโบนัสและแจ็คพอตใหญ่ที่เว็บไซต์ที่นี่เท่านั้น!

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
กราฟิก

3 เทคนิคการจัด Layout แบบพื้นฐานในงาน กราฟิกดีไซน์ 

หากพูดถึงการออกแบบสื่อภาพนิ่ง หรือ กราฟิกดีไซน์ (Graphic Design) สิ่งที่จะทำให้งานดูน่าสนใจและสื่อสารได้อย่างชัดเจน หนึ่งในนั้นก็คือการจัดเลย์เอาท์ (Layout) ซึ่งเป็นการวางวัตถุต่าง ๆ ไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นองค์ประกอบอย่างภาพ ตัวอักษร หรือลวดลายกราฟิกต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญกันทั้งนั้น เพราะเป็นองค์ประกอบที่จะช่วยให้ภาพกราฟิกดูสมบูรณ์แบบได้มากที่สุด

แนะนำ 3 เทคนิคการจัดเลย์เอาท์แบบพื้นฐาน นักออกแบบ กราฟิกดีไซน์ ควรรู้

กราฟิกดีไซน์

กราฟิกดีไซน์คือ การออกแบบรูปภาพและตัวอักษร โดยส่วนใหญ่จะเป็นการออกแบบเกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์ซึ่งจะใช้ในการสื่อสารข้อมูลหรือความรู้ต่าง ๆ ให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ส่วน กราฟิก ดีไซเนอร์ คือ นักออกแบบกราฟิก ซึ่งความสวยงามของงาน กราฟิก ดีไซน์ จะเป็นตัวช่วยให้ภาพนั้นดูน่าสนใจมากขึ้น บทความนี้จะมาแชร์ 3 เทคนิคการจัดวางเลย์เอาท์ (Layout) ให้เหมาะสม ซึ่งถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญกับการออกแบบกราฟิกอย่างมาก 

กฎ 3 ส่วน และจุดตัด 9 ช่อง

กราฟิกดีไซน์

นับเป็นเทคนิคพื้นฐานของช่างภาพที่นิยมใช้กันมาตลอด การนำเทคนิคนี้มาใช้ในการออกแบบก็จะช่วยทำให้งานดูน่าสนใจมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถสื่อสารข้อความให้เข้าใจได้ง่ายอีกด้วย สำหรับกฎ 3 ส่วนนี้ จะแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 : 1 ส่วน โดยส่วนที่เป็นคีย์เวิร์ดหรือส่วนที่มีความน่าสนใจ จะใช้พื้นที่ 2 ส่วน และพื้นที่ว่างหรือส่วนที่มีความน่าสนใจรองลงมา จะใช้เพียงแค่ 1 ส่วนเท่านั้น สำหรับจุดตัด 9 ช่อง จะช่วยทำให้งาน กราฟิก ดีไซน์ พื้น หลัง กราฟิก ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

เส้นนำสายตา

กราฟิกดีไซน์

ถือเป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ช่างภาพนิยมใช้กัน โดยจะใช้เส้นหรือองค์ประกอบอื่น ๆ ในภาพไล่ระดับสายตาไปยังจุดหมายหลักในการสื่อสาร หรือเรียกว่าวัตถุที่เป็นคีย์เวิร์ดนั่นเอง ซึ่งเราสามารถใช้รูปภาพที่เป็นเส้นนำสายตามาใช้ประกอบตัวหนังสือหรือรูปภาพอื่น ๆ ได้ หากเป็นภาพกราฟิกอาจจำเป็นต้องสร้างรูปร่างในลักษณะต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นเส้นนำสายตา จึงจะช่วยทำให้ได้ กราฟิกดีไซน์สวยๆ และดึงดูดความสนใจได้มากขึ้นด้วย 

ความสมดุล

กราฟิกดีไซน์

เรียกได้ว่าเป็นคุณสมบัติสำคัญที่จะขาดไปไม่ได้สำหรับการออกแบบกราฟิก เพราะการออกแบบที่มีน้ำหนักหรือสัดส่วนเท่า ๆ กัน โดยไม่เอนเอียงไปทางด้านใดด้านหนึ่ง จะช่วยให้องค์ประกอบโดยรวมของงาน กราฟิก ดูสมบูรณ์แบบมากขึ้น โดยเฉพาะการวางตำแหน่งของวัตถุ และการใช้สีหนัก-เบา ตามอำนาจและความหมายของสี ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ควรใช้ให้เหมาะสม

คำแนะนำสำหรับการออกแบบ กราฟิกดีไซน์ ใช้เทคนิคทั้ง 3 ข้อ

กราฟิกดีไซน์

ต้องบอกว่าทั้ง 3 เทคนิคการจัดเลย์เอาท์ที่เราแนะนำไปข้างต้นนั้น ถือเป็นเทคนิคพื้นฐานของงานกราฟิกดีไซน์ สำหรับใครที่เป็นมือใหม่แล้วอยากจะ ออกแบบกราฟิกดีไซน์ แนะนำให้ศึกษาองค์ประกอบโดยรวมของงานกราฟิกก่อน และเมื่อลงมือออกแบบด้วยตัวเองแล้วก็สามารถนำทั้ง 3 เทคนิคดังกล่าวไปปรับใช้กันได้เลย เพราะเทคนิคที่เราแนะนำสามารถใช้กับงานกราฟิกดีไซน์ได้ทุกประเภท 

“เข้าร่วมการเล่น บาคาร่า888 และสัมผัสประสบการณ์คาสิโนออนไลน์ที่ดีที่สุดในประเทศไทย พร้อมรับโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษเพียบ เข้าเล่นทันที!”

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
มือใหม่

เทคนิค แต่งรูปในไอโฟน ด้วยโทนต่าง ๆ ทำตามได้ง่าย ได้ภาพสวยสมจริง 

หลายคนมักจะได้ยินว่าไอโฟนเป็นโทรศัพท์ที่มีกล้องคมชัด ถ่ายรูปสวย แถมยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นการแต่งรูปโดยที่ไม่พึ่งแอพพลิเคชั่นใด ๆ ด้วย สำหรับคนที่ใช้ไอโฟนแล้วอยากจะแต่งรูปง่าย ๆ โดยไม่ใช้แอพ บทความนี้จะมานำเสนอเทคนิคการ แต่งรูปในไอโฟน ด้วยโทนต่าง ๆ หากใครที่เป็นมือใหม่และไม่เก่งในเรื่องการแต่งรูป สามารถนำเทคนิคต่อไปนี้ไปใช้ได้เลย

แชร์เทคนิคการ แต่งรูปในไอโฟน ด้วยโทนต่าง ๆ โดยไม่พึ่งแอพแต่งรูปเสริม

แต่งรูปในไอโฟน

ก่อนจะเริ่ม แต่งรูปใน ไอ โฟน ที่ กำลัง ฮิต เรามาทำความรู้จักกับเครื่องมือบนไอโฟนให้ดีกันก่อน โดยเครื่องมือในการแก้ไขภาพนั้นจะมีตั้งแต่อัตโนมัติ, เปิดรับแสง, แสงไฟ, ไฮไลท์, เงา, ความต่างระดับสี, ความสว่าง, จุดดำ, ความอิ่มสี, ความสด, โทนอุ่น, สีย้อม, ความคมชัด, ความละเอียด, การลดนอยซ์ และขอบจาง เมื่อรู้แล้วว่าการ แต่งรูป ในไอโฟน มีเครื่องมืออะไรที่ใช้ได้บ้าง คราวนี้ก็ถึงเวลาที่เราจะมาแชร์เทคนิคในการแต่งรูปด้วยโทนต่าง ๆ กันแล้ว 

แต่งรูปโทนเกาหลี

แต่งรูปในไอโฟน

การ แต่งรูปในไอโฟนโทนเกาหลี จะเน้นความสดใสเป็นหลัก ขั้นตอนแรกจะต้องเลือกรูปก่อน จากนั้นกด “แก้ไข” ด้านขวาบน ต่อมาปรับแสงไฟรอบ ๆ ให้อยู่ในค่า +17 ตามด้วยไฮไลท์ -25, ความต่างระดับสี -20, ความสว่าง +40, ความอิ่มสี 30, โทนอุ่น -15 และสีย้อม +20 เพียงเท่านี้ก็จะได้รูปภาพสวย ๆ ในโทนสดใสตามแบบฉบับเกาหลีกันแล้ว จะเห็นได้ว่าวิธีนี้เน้นการ แต่งรูปในไอโฟนให้สว่าง ถือเป็นเทคนิคการแต่งรูปที่ง่ายมาก ๆ

แต่งรูปโทนฟิล์ม

แต่งรูปในไอโฟน

การ แต่งรูปในไอโฟนโทนฟิล์ม คือการแต่งให้รูปมีลักษณะเหมือนใช้กล้องฟิล์มถ่าย ถึงแม้ว่าจะดูไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีเสน่ห์ในตัวไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับเทคนิคในการแต่งรูปโทนฟิล์มด้วยไอโฟน ให้เริ่มจากปรับค่าเปิดรับแสง -50, แสงไฟรอบ ๆ 20, ไฮไลท์ -20, เงา 30, ความต่างระดับสี 20, จุดดำ -50, โทนอุ่น 20, การลดนอยซ์ 20 และขอบจาง 70 นอกนั้นปรับค่าเป็น 0 ทั้งหมด เพียงเท่านี้ก็จะได้รูปโทนฟิล์มกันแล้ว

แต่งรูปโทนดาร์ก

แต่งรูปในไอโฟน

การแต่งรูปในโทนดาร์ก เรียกว่าเป็นโทนสีที่มีคนชอบไม่น้อยเลย สื่อถึงความเศร้าหรือความลึกลับก็ได้ ในขณะเดียวกันก็ทำให้ดูน่าค้นหา โทนนี้จะเน้นสีน้ำตาลเข้มเป็นส่วนใหญ่ เทคนิคการ แต่งรูปในไอโฟนโทนดาร์ก จะไม่เน้นอะไรมาก เพียงแค่ปรับค่าความสว่างให้อยู่ที่ -40 ต่อมาปรับความอิ่มสี -10 และสุดท้าย Sharpen ที่ใช้ฟิลเตอร์ปรับความคมชัดเพื่อปรับรายละเอียด ในภาพ +20 ทั้งนี้การปรับค่าต่าง ๆ จะขึ้นอยู่กับสีของภาพถ่ายด้วย 

เคล็ดลับการ แต่งรูปในไอโฟน ให้สีของภาพเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

แต่งรูปในไอโฟน

ต้องบอกว่าการจะแต่งรูปคุมโทนให้องค์ประกอบของสีภาพกลมกลืนกันนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องถ่ายรูปให้มีสีในระดับเดียวกัน เพราะจะทำให้องค์ประกอบต่าง ๆ ที่อยู่ในภาพเป็นไปในทิศทางเดียวกัน หากเป็นรูปคนก็ควรมีวัตถุหรือองค์ประกอบอื่น ๆ ในภาพที่มีสีโทนเดียวกัน จะทำให้ง่ายต่อการแต่งรูปคุมโทนมากขึ้น เพราะฉะนั้นจึงกล่าวได้ว่าโทนสีเป็นองค์ประกอบในการ แต่งรูปในไอโฟนไม่ใช้แอพ ที่สำคัญ 

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
กราฟิก

แชร์เทคนิคการแต่งภาพแนวสตรีทอาร์ต กราฟฟิตี้ ด้วยโปรแกรม Photoshop 

กราฟฟิตี้ (Graffiti) เป็นภาพวาดศิลปะที่เกิดจากการขีดเขียนบนผนัง ซึ่งมีมาตั้งแต่ยุคโบราณ หลายคนอาจจะเคยได้ยินเรื่องราวของศิลปะผนังถ้ำในยุคก่อนประวัติศาสตร์มาบ้างแล้ว ซึ่งสิ่งนี้เป็นหลักฐานที่บ่งบอกว่า Graffiti มีรากเหง้ามาอย่างยาวนาน โดยมีหลักฐานที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามนุษย์มีการสร้างสรรค์และแสดงออกผ่านการสื่อสารด้วยการขูดขีดเขียนลงบนผนังมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์

การแต่งภาพ กราฟฟิตี้ โดยใช้โปรแกรม Photoshop ในการสร้างสรรค์ผลงาน

กราฟฟิตี้

กราฟฟิตี้เป็นคำศัพท์ที่มาจากคำว่า Grafito ในภาษากรีก ซึ่งมีความหมายว่าการเขียนภาพลงบนผนังหรือกำแพง ในสมัยโบราณมักจะมีการวาดภาพต่าง ๆ ด้วยการพ่นสี เซ็นลายเซ็นลงบนผนังหรือกำแพง โดยการสร้างสรรค์งานศิลปะในลักษณะนี้มีการเริ่มต้นจากเมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา สำหรับบทความนี้ขอแนะนำไอเดียและเทคนิคการแต่งภาพ กราฟฟิตี้ ง่ายๆ ด้วยโปรแกรม Photoshop 

การเตรียมรูปภาพ

กราฟฟิตี้

ขั้นตอนแรกให้เตรียมรูปภาพไว้ 2 รูป คือ รูปแบ็คกราวด์ สำหรับใช้เป็น กราฟฟิตี้ วอลเปเปอร์ และรูปวัตถุ ในที่นี้ใช้รูปตัวเองก็ได้ เริ่มต้นแต่งภาพด้วยการไดคัทภาพที่เป็นวัตถุก่อน โดยใช้เครื่องมือ Quick Selection Tool (w) และเลือก Select Subject จากนั้นคลิกภาพวัตถุ (Object) ไปวางบน Background แล้วจัดให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ต่อมารวม Layer Layers และเลือก Convert to Smart Object 

การแต่งรูปวัตถุหรือรูปตัวเองให้เหมือนภาพวาด

กราฟฟิตี้

นอกจาก กราฟฟิตี้ ตัวอักษร แล้ว ตัววัตถุก็สำคัญเช่นกัน เริ่มต้นด้วยการคลิกที่คำสั่ง Normal ที่อยู่ฝั่งขวามือด้านล่าง เลือก Overlay จากนั้นไปที่ Image ซึ่งเป็นเมนูที่อยู่ด้านซ้ายบน เลือก Adjustment และ Shadows/Highlights ปรับค่า Amount ของ Shadows และ Highlights เป็น 20% และ Adjustments 100% เสร็จแล้วคลิกเครื่องหมายด้านล่างที่มีคำว่า Show More Options ตามด้วย OK ถือเป็นการเสร็จในขั้นตอนนี้

การปรับพื้นผิวของวัตถุ

กราฟฟิตี้

เริ่มต้นด้วยการกดดับเบิลคลิกที่ Layer 1 ปรับค่า Underlying Layer เป็น 190 จะเห็นว่าดีเทลบนใบหน้าจะดูชัดยิ่งขึ้น ต่อมาปิดตา Object และคลิก Background จากนั้น Copy โดยใช้ Ctrl + J. ต่อมา Convert สีโดยใช้คีย์ลับ Ctrl + Shift + U จากนั้นเลือกเมนู Filter > Blur ตามด้วย Gaussian Blur ปรับค่า Radius เป็น 3 Pixels ต่อมาคลิกที่ Duplicate Layer ส่วนคำสั่ง Document ให้เลือก New และตั้งชื่อตามที่ต้องการ 

การจัดเลเยอร์ของวัตถุ

กราฟฟิตี้

เปิดตาแล้วคลิก Layer ของ Object จากนั้นไปที่ Filter > Distort และ Displace ปรับค่า Horizontal Scale และ Vertical Scale เป็น 10 ต่อมาคลิกที่ Stretch To Fit และ Repeat Edge Pixels เสร็จแล้วคลิก OK เลือกไฟล์ที่บันทึกไว้ก่อนหน้านี้ และ Open ต่อมาคลิกที่ Create New Fill > Vibrance เลือก Layer Below เพื่อให้มีผลต่อ Layer Object เท่านั้น หากมีการเพิ่มตัวอักษรก็ควรเลือก ฟอนต์ กราฟฟิตี้ ให้เข้ากับสไตล์ของรูป

การปรับตำแหน่งของวัตถุ

กราฟฟิตี้

วัตถุที่จะนำเสนอเลือกเป็น กราฟฟิตี้ การ์ตูน หรือรูปตัวเองก็ได้ คลิกที่ Vibrance ตามด้วย Create New Fill เลือก Levels คลิกให้มีผลกับ Layer ล่าง ปรับค่า Output Levels เป็น 230 จากนั้นกด Shift ค้างแล้วเลือก Layer Background ล่างสุด ไปที่สัญลักษณ์สี่เหลี่ยมที่อยู่ข้าง ๆ Layers แล้วเลือก Convert to Smart Object เลือกเมนู Edit > Transform > Perspective ปรับให้อยู่ในตำแหน่งที่ดูเหมือนเป็นภาพกราฟฟิตี้บนกำแพง

คำแนะนำสำหรับมือใหม่ที่จะแต่งภาพกราฟฟิตี้ ด้วยโปรแกรม Photoshop

กราฟฟิตี้

สำหรับไอเดียและเทคนิคการแต่งภาพแนวสตรีทอาร์ต Graffiti ที่เราแนะนำไปข้างต้น ถือเป็นเพียงแค่ไอเดียหนึ่งเท่านั้น สำหรับมือใหม่หรือใครที่อยากแต่งภาพ กราฟฟิตี้สวยๆ ตามขั้นตอนดังกล่าว หากกลัวว่าจะสับสนก็ให้ทำตามขั้นตอนในแต่ละหัวข้ออย่างต่อเนื่องได้เลย ถึงแม้ว่าเราจะแบ่งเป็นหัวข้อย่อย ๆ ก็ตาม แต่ในขั้นตอนการแต่งภาพกราฟฟิตี้นั้นจะต้องทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ 

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
เทคนิค

แนะนำ 3 โปรแกรม ตัดต่อ วิดีโอ สำหรับมือใหม่ ใช้งานง่าย ไม่เสียตัง 

หากพูดถึงการตัดต่อวิดีโอในปัจจุบัน ถือเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถทำได้ด้วยตัวเอง และทำได้ไม่ยากนัก เพราะทุกวันนี้มีโปรแกรมหรือแอพพลิเคชั่นที่เราสามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ หรือการตัดต่อวิดีโอ ก็มีหลายโปรแกรมให้เราได้เลือกใช้ ทั้งนี้คุณภาพงานจะดีแค่ไหน ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของเราด้วย บทความนี้เราขอนำเสนอ 3 โปรแกรม ตัดต่อ วิดีโอ ยอดนิยม ใช้งานได้ง่าย แถมฟรีด้วย มือใหม่ก็ใช้งานได้คล่องแน่นอน

3 โปรแกรม ตัดต่อ วิดีโอ ฟรี ใช้งานง่าย ใคร ๆ ก็รู้จัก

โปรแกรม ตัดต่อ วิดีโอ

ก่อนอื่นต้องบอกว่า โปรแกรมตัดต่อวิดีโอออนไลน์ฟรี ที่เรากำลังจะแนะนำนี้ เป็นโปรแกรมที่สามารถใช้ได้ทั้งในโทรศัพท์มือถือ และในคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊ก เพราะฉะนั้นหากใครที่สนใจอยากจะลองตัดต่อวิดีโอด้วยตัวเอง โดยเฉพาะมือใหม่ที่อยากจะฝึกการตัดต่อวิดีโอ ก็สามารถใช้ โปรแกรม ตัดต่อวิดีโอ ดังต่อไปนี้ได้เลย ถ้าหากพร้อมแล้วมาดูกันว่า 3 โปรแกรมที่สามารถตัดต่อวิดีโอฟรี และใช้งานง่าย มีโปรแกรมใดบ้าง 

  1. Shotcut
โปรแกรม ตัดต่อ วิดีโอ

หากใครกำลังมองหา โปรแกรมตัดต่อวิดีโอในโทรศัพท์ ที่มีชุดฟังก์ชั่นอยู่มากมาย พร้อมอินเตอร์เฟซที่สามารถปรับแต่งได้ ขอแนะนำโปรแกรมนี้เลย โดยโปรแกรมจะออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้ง่าย ไม่ซับซ้อนมากนัก เหมาะกับมือใหม่ที่อยากฝึกตัดต่อวิดีโอด้วยตัวเอง นอกจากฟังก์ชั่นพื้นฐานอย่างฟิลเตอร์ เพลง การตัดแต่ง และการวางซ้อนแล้ว ยังมีฟังก์ชั่นเสริมอื่น ๆ ที่สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลาย แต่ในขณะเดียวกันจุดด้อยก็คือมีเครื่องมือไม่เพียงพอกับโครงการที่ซับซ้อน

  1. VideoPad
โปรแกรม ตัดต่อ วิดีโอ

เรียกได้ว่าเป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอที่มีฟังก์ชั่นพื้นฐานทั้งหมด ซึ่งเหมาะกับผู้เริ่มต้นหรือมือใหม่มากเลยทีเดียว เพราะอินเตอร์เฟซจะดูเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน สามารถใช้งานได้ไม่ยาก แต่ในขณะเดียวกันก็แอบดูล้าสมัยไปหน่อย แถมเอฟเฟคยังมีให้เลือกน้อยอีกด้วย อย่างไรก็ตามหากใครอยาก โหลดโปรแกรมตัดต่อ วิดีโอฟรี มาฝึกใช้เล่น ๆ โปรแกรมนี้ก็เหมาะมาก ๆ เพราะมีทั้งฟิลเตอร์ การแบ่งส่วน การใส่ชื่อเรื่อง และฟังก์ชั่นพื้นฐานอื่น ๆ ที่สามารถใช้งานได้ไม่ยากเลย 

  1. Movavi Clips
โปรแกรม ตัดต่อ วิดีโอ

มาถึงโปรแกรมสุดท้ายกันแล้ว สำหรับโปรแกรมตัดต่อวิดีโอตัวนี้จะมีจุดเด่น คือไทม์ไลน์ที่สะดวกในการตัดต่อวิดีโอ อินเตอร์เฟซใช้งานง่าย และมาพร้อมกับชุดเครื่องมือตัดต่ออีกมากมายด้วย ถือเป็น โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ ยอดนิยม ที่ดูเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน สามารถใช้งานได้ทั้งในสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตอย่างไม่ยุ่งยาก โดยจะมีทั้งฟังก์ชั่นการครอบตัด หมุนวิดีโอ การใส่ฟิลเตอร์ การเพิ่มเพลง และปรับความเร็วในการเล่น สำหรับจุดด้อยคือในเวอร์ชั่นฟรีจะมีลายน้ำติดกับวิดีโอที่บันทึก 

การเลือก โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ ให้เหมาะกับตัวเอง

โปรแกรม ตัดต่อ วิดีโอ

สำหรับ 3 โปรแกรมตัดต่อวิดีโอที่เราแนะนำไปนั้น ทุกคนสามารถเลือกใช้โปรแกรมที่ตัวเองรู้สึกชอบและถนัดได้เลย สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ความสมบูรณ์แบบของโปรแกรม แต่อยู่ที่ว่าโปรแกรมที่ใช้นั้นตอบโจทย์การใช้งานมากน้อยแค่ไหน เพราะทั้ง 3 โปรแกรมก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป ดังนั้นควรเลือกโปรแกรมที่ตัวเองถนัดมากที่สุด สำหรับมือใหม่ที่อยาก โหลดโปรแกรมตัดต่อวิดีโอ pc ฟรี หรือโปรแกรมตัดต่อวิดีโอในสมาร์ทโฟนฟรี ก็สามารถนำโปรแกรมดังกล่าวมาพิจารณาได้เลย

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
เทคนิค

เทคนิค ตัดต่อวิดีโอด้วยตัวเอง ด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ จาก Canva 

เมื่อพูดถึงแอพพลิเคชั่นที่ใช้สำหรับสร้างสื่อการนำเสนอหลากหลายรูปแบบ เชื่อว่าหลายคนจะนึกถึงแอพพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า “Canva” เพราะถือเป็นแอพพลิเคชั่นยอดฮิตที่ใช้งานง่าย แถมฟรีอีกต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นการพรีเซนต์งาน การออกแบบโปสเตอร์ เรซูเม่ ใบรับรอง หรืองานกราฟิกต่าง ๆ ก็สามารถใช้แอพพลิเคชั่นนี้ทำได้ และล่าสุดก็ยังสามารถ ตัดต่อวิดีโอด้วยตัวเอง ได้ด้วย ฉะนั้นวันนี้เราจะมาสอนเทคนิคการตัดต่อวิดีโอด้วย Canva แบบง่าย ๆ ทำได้ด้วยตนเองกัน

วิธี ตัดต่อวิดีโอด้วยตัวเอง Canva ใช้งานง่าย ได้ภาพสวย

ตัดต่อวิดีโอ

อย่างที่ทราบกันแล้วว่า Canva เป็นแอพพลิเคชั่นหรือแพลตฟอร์มหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากในเรื่องการออกแบบและตัดต่อกราฟิก เรียกว่าเป็นแอพพลิเคชั่นแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึงเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะใช้งานได้หลากหลายแล้ว ยังเป็น โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ ที่ใช้งานง่าย แถมใช้ได้ฟรีอีกด้วย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ได้รับความนิยม วันนี้เราจะมาบอกวิธีตัดวิดีโอ ด้วยตัวเอง แบบง่าย ๆ จาก Canva จะมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง มาดูกันเลย 

เปิดโปรแกรม และอัปโหลดไฟล์

ตัดต่อวิดีโอ

ขั้นตอนแรกเปิด แอพตัดต่อวิดีโอ Canva จากนั้นเลือกฟีเจอร์ Video เริ่มต้นด้วยการอัปโหลดไฟล์วิดีโอที่ต้องการจะตัดต่อ โดยขั้นตอนนี้สามารถอัปโหลดหรือลากวิดีโอที่ต้องการมาวางได้เลย ซึ่งเครื่องมือการ ตัดต่อวิดีโอของแอพพลิเคชั่นนี้จะสามารถรองรับทั้งไฟล์ประเภท MP4, MPEG, MOV, MKV และ WEBM จะเห็นได้ว่าความสามารถในการรองรับไฟล์ของ Canva นั้นหลากหลายมากเลยทีเดียว

เริ่มตัดต่อวิดีโอ

ตัดต่อวิดีโอ

เริ่มต้นจากการคลิกที่ Timeline ของวิดีโอ วางเมาส์ไว้เหนือปลายด้านใดด้านหนึ่งของวิดีโอ เมื่อสังเกตเห็นว่าลูกศรสองหัวปรากฏขึ้นมา ให้ลากขอบจนถึงความยาวที่ต้องการ หากต้องการใช้เครื่องมือตัด สามารถเลือกองค์ประกอบของวิดีโอ แล้วคลิกที่ไอคอนรูปกรรไกร กำหนดเวลาได้โดยการพิมพ์ตัวเลขลงไป ในกรณีที่อยากจะ ตัด ต่อ วิดีโอออนไลน์ เป็น 2 ส่วน คลิกขวาในจุดใดจุดหนึ่งของวิดีโอ จากนั้นเลือก Split 

ดาวน์โหลดและบันทึก

ตัดต่อวิดีโอ

ก่อนจะทำการบันทึก เราสามารถปรับแต่งวิดีโอเพิ่มตามที่ต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มข้อความ ปรับระดับเสียง รวมคลิปเข้าด้วยกัน หรือจะแยกคลิปแล้วเพิ่ม Transition เพิ่มลงไปก็ได้ เสร็จแล้วทำการดาวน์โหลดและบันทึกวิดีโอที่ตัดต่อ ซึ่งไฟล์วิดีโอนั้นสามารถดาวน์โหลดเป็นไฟล์ MP4 หรือจะเลือกแชร์ลงสู่โซเชียลมีเดียก็ได้เช่นเดียวกัน เรียกว่าเป็น โปรแกรม ตัด ต่อ วิดีโอ ที่สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย 

ความสามารถในการแยกและ ตัดต่อวิดีโอด้วยตัวเอง เข้าด้วยกัน

ตัดต่อวิดีโอ

Canva เป็นหนึ่งใน โปรแกรมตัดต่อวิดีโอในโทรศัพท์ ที่สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลาย สำหรับใครที่ต้องการแยกวิดีโอออกเป็นส่วน ๆ หรือต่อวิดีโอเข้าด้วยกันก็สามารถทำได้ นอกจากนี้ยังสามารถตัดบางส่วนที่ไม่ต้องการออกได้ด้วย โดยจะเลือกใส่ Transition หรือคลิปอื่นเข้าไประหว่างกลางก็ได้ เรียกว่าเป็นโปรแกรม ตัด ต่อ วิดีโอออนไลน์ฟรี ที่น่าใช้มาก ๆ เพราะไม่ว่าคุณจะตัดวิดีโอที่ไม่ต้องการออกไปมากน้อยแค่ไหน Canva ก็ยังสามารถประกอบวิดีโอที่เหลืออยู่เข้าด้วยกันได้แบบไม่ยาก

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
เทคนิค

เทคนิคการ ตัดต่อ วิดีโอ จากโปรแกรมใน Windows 10 แบบง่าย ๆ ใช้งานฟรี 

ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าเทรนด์การตัดต่อวิดีโอกำลังมาแรงมาก ๆ เนื่องจากโซเชียลมีเดียหลาย ๆ แฟลตฟอร์มเปิดโอกาสให้ Content Creator หลายคนได้โชว์ศักยภาพในการสร้างวิดีโอของตัวเอง นำเสนอสู่สายตาชาวโลกโซเชียล ซึ่งจะมีหลายโปรแกรมให้เลือกใช้งาน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าโปรแกรมส่วนมากมักจะมีค่าบริการค่อนข้างแพง โดยจะมีทั้งแบบรายเดือนและรายปี บทความนี้จึงอยากแนะนำการ ตัดต่อ วิดีโอ ด้วยโปรแกรม Video Editor จาก Windows 10 แบบฟรี ๆ ไม่เสียเงิน 

ขั้นตอนการ ตัดต่อ วิดีโอ ด้วยโปรแกรม Video Editor จาก Windows 10

ตัดต่อ วิดีโอ

ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการตัดต่อวิดีโอด้วยโปรแกรม Video Editor ต้องบอกก่อนว่าขั้นตอนต่อไปนี้เป็นเพียงการแนะนำเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น อาจจะไม่ได้แนะนำแบบเจาะลึกอะไรมาก เนื่องจาก โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ windows 10 ฟรี ถูกออกแบบมาให้ทุกคนสามารถใช้งานได้ง่ายอยู่แล้ว อินเตอร์เฟซดูไม่ซับซ้อนนัก สามารถทำการ ตัดต่อวิดีโอ ได้แบบง่าย ๆ ซึ่งมีเครื่องมือพื้นฐานมาให้อย่างครบครัน สำหรับมือใหม่ที่อยากจะตัดต่อวิดีโอด้วยตัวเองก็สามารถทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ได้เลย 

การเพิ่มวิดีโอเพื่อการตัดต่อ

ตัดต่อ วิดีโอ

คลิกปุ่ม Windows พิมพ์คำว่า “Video Editor” จากนั้นคลิกเข้าไปแล้วเลือกฟังก์ชั่น “New video project” ให้ตั้งชื่อหัวข้อที่ต้องการ และคลิก “OK” ต่อมาเลือกวิดีโอด้วยเมนู “Add” ให้เลือกวิดีโอจากโฟลเดอร์ ซึ่งสามารถเลือกวิดีโอได้มากกว่า 1 ไฟล์ จะเลือก ตัด ต่อ วิดีโอ ไฟล์ ใหญ่ หรือเล็กก็ได้ ให้ลากวิดีโอดังกล่าวลงในไทม์ไลน์แรก เริ่มตัดต่อวิดีโอโดยคลิกที่เครื่องมือ “Trim” กำหนดความยาวแล้วคลิก “Done” ต่อมาลากวิดีโอที่เตรียมไว้ลงในไทม์ไลน์ที่ 2 และเลือกใช้เครื่องมือ “Trim” ทำเหมือนเดิม เสร็จแล้วคลิก “Done” 

เพิ่มข้อความและจัดวาง Layout

ตัดต่อ วิดีโอ

เพิ่ม Title โดยคลิกที่ “Text” เลือกรูปแบบตัวอักษรแล้วพิมพ์ข้อความลงไป ต่อมาจัดวาง Layout และเลือกว่าจะให้ข้อความปรากฏในวินาทีที่เท่าไหร่ เสร็จแล้วคลิก “Done” ส่วนไทม์ไลน์ที่ 3 สามารถเลือกเมนู “Add title card” ได้ โดยลากไปวางในตำแหน่งที่ต้องการ ต่อมาคลิกที่เมนู “Background” เลือกสีแล้วคลิก “Done” หากต้องการ ตัด ต่อ วิดีโอออนไลน์ โดยเพิ่มข้อความลงใน Title card ให้คลิกที่ “Text” เลือกรูปแบบตัวอักษรแล้วพิมพ์ข้อความลงไป เลือก Layout ตามตำแหน่งที่ต้องการ เสร็จแล้วคลิก “Done”

บันทึกวิดีโอ

ตัดต่อ วิดีโอ

ในกรณีที่ทำการตัดต่อวิดีโอจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว แนะนำให้ลองกดเล่นดูก่อนเพื่อตรวจสอบดูว่าวิดีโอที่ตัดต่อเป็นไปตามที่เราต้องการหรือไม่ เมื่อได้วิดีโอตามที่ต้องการแล้วก็เตรียม Export โดยคลิกที่เมนู “Finish video” ซึ่งอยู่ด้านขวาบนของ โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ จากนั้นเลือกคุณภาพวิดีโอ ตามด้วย “Export” และเลือกโฟลเดอร์ที่ต้องการจะบันทึกลงไป จากนั้นตั้งชื่อไฟล์ และคลิกที่ “Export” รอดาวน์โหลด เพียงเท่านี้ถือเป็นอันเสร็จ

ภาพรวมการใช้โปรแกรม ตัดต่อ วิดีโอ pc จาก Windows 10

ตัดต่อ วิดีโอ

ต้องบอกว่าการใช้ โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรี pc มีขั้นตอนการตัดต่อที่ไม่ยุ่งยากนัก หากเทียบกับโปรแกรมตัดต่อวิดีโออื่น ๆ ที่มีค่าใช้จ่ายแบบรายเดือนหรือรายปี แบบนั้นอาจจะมีวิธีการที่ซับซ้อนมากกว่า แต่ในขณะเดียวกันฟังก์ชั่นและเครื่องมือก็จะมีให้เลือกใช้กันอย่างมากมาย การตัดต่อวิดีโอด้วยโปรแกรมดังกล่าวใน Windows 10 ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่าย แต่อาจจะต้องทำซ้ำ ๆ ค่อนข้างบ่อย สำหรับใครที่อยากลอง ตัด ต่อ วิดีโอออนไลน์ฟรี ใน Windows 10 ก็สามารถทำตามที่แนะนำได้เลย

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
มือใหม่

วิธีใช้ โปรแกรม Photoshop สำหรับมือใหม่ เรียนรู้ไว ใช้เวลาไม่กี่นาที

เมื่อกล่าวถึงโปรแกรมแต่งภาพคงจะไม่มีใครไม่รู้จักโปรแกรมนี้ Photoshopถูกสร้างขึ้นมาให้เราได้ใช้งานเป็นระยะเวลานานกว่า 30 ปีมาแล้ว ตั้งแต่ปี ค.ศ.1990 โดยสองพี่น้องตระกูล Knoll ได้แก่ Thomas Knoll และ John Knoll ซึ่งถูกพัฒนาโดยบริษัท Adobe ในภายหลัง ด้วยหน้าตา คุณสมบัติและรูปแบบการใช้งานที่ถูกใจผู้ใช้งานจำนวนมาก จึงทำให้ โปรแกรม Photoshop ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน 

เรียนรู้วิธีใช้งาน โปรแกรม Photoshop เบื้องต้น ภายในเวลาไม่กี่นาที 

โปรแกรม Photoshop

โปรแกรม photoshopหมายถึง โปรแกรมที่ถูกพัฒนาให้สามารถแก้ไขและตกแต่งภาพได้อย่างครอบคลุม ซึ่งชื่อเต็ม ๆ ของโปรแกรมนี้ก็คือ “AdobePhotoshop” ในวงการถ่ายภาพ ตัดต่อภาพและวิดีโอ ต้องรู้จักกันเป็นอย่างดี เป็นโปรแกรมที่ใช้งานได้ง่าย และมีความหลากหลาย จึงไม่แปลกที่จะเป็นโปรแกรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุด สำหรับมือใหม่ที่อยากใช้งาน มาดูกันว่า โปรแกรมPhotoshop มีวิธีใช้เบื้องต้นอย่างไรบ้าง 

การเปิดภาพเพื่อสร้างผลงานใหม่

โปรแกรม Photoshop

สำหรับใครที่ยังไม่เคยใช้งานโปรแกรม AdobePhotoshop มาก่อน จะต้องสงสัยว่า โปรแกรมPhotoshopใช้ ทํา อะไรได้บ้าง เริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการเปิดภาพก่อน ให้คลิกที่แถบเมนู “File” ตามด้วย “Open” เปิดภาพที่ต้องการจะนำมาแต่ง หากต้องการสร้างรูปภาพใหม่ตั้งแต่เริ่มต้น สามารถคลิกที่แถบเมนูแล้วเลือก “File” ตามด้วย “New” และเลือกการตั้งค่าล่วงหน้า ซึ่งสามารถปรับขนาดและความสูงของภาพได้ตามที่ต้องการ

เรียนรู้ฟังก์ชั่นการใช้งานพื้นฐาน

โปรแกรม Photoshop

ผู้ที่ใช้งานใหม่ ๆ มักจะไม่รู้ว่าโปรแกรม photoshop มีอะไรบ้าง จึงต้องมาเรียนรู้ฟังก์ชั่นต่าง ๆ แถบเมนูด้านบนสุดจะแสดงเมนู File, Edit, Image และเมนูอื่น ๆ ที่จะเข้าถึงคำสั่ง การปรับแต่ง ส่วนแถบตัวเลือกใต้แถบเมนูจะแสดงตัวเลือกของเครื่องมือที่เรากำลังใช้งาน แผงเครื่องมือด้านซ้าย สามารถสร้างและแก้ไขรูปภาพได้,แผงด้านขวาจะประกอบด้วยฟังก์ชั่น Color, Layers, Properties และอื่น ๆ 

เรียนรู้คำสั่งเลิกทำ (Undo)

โปรแกรม Photoshop

ในกรณีที่ต้องการจะยกเลิกหรือเลิกทำรายการล่าสุด ให้เลือกเมนู “Edit” ตามด้วย “Undo” หรือคลิกที่ Control+Z และในกรณีที่ต้องการทำรายการล่าสุดซ้ำ ให้เลือก “Edit” ตามด้วย “Redo” หรือคลิกที่ Control+Z สำหรับ Windows ส่วนใน macOS คลิกที่ Command+Z แต่ถ้าต้องการเลิกทำหลายขั้นตอน คลิกที่ “Edit” และย้อนกลับไปหลายขั้นตอน (Step Backward multiple times) หรือเลือกขั้นตอนที่อยู่ในแผงประวัติก็ได้เช่นกัน

การบันทึกงาน

โปรแกรม Photoshop

หากจะบันทึกให้เลือกเมนู “File” ตามด้วย “Save or File” และ “Save as” สำหรับการบันทึกในรูปแบบ Photoshop (.psd) จะรักษาเลเยอร์ ประเภท รวมถึงคุณสมบัติที่แก้ไขได้ หากกำลังทำงานอยู่ แนะนำให้บันทึกในรูปแบบนี้ ส่วนการบันทึกในรูปแบบ JPEG (.jpg) หรือ PNG (.png) จะบันทึกเป็นไฟล์ภาพมาตรฐานที่สามารถแชร์และเปิดโดยโปรแกรมอื่นได้ หากแก้ไขงานเสร็จแล้วให้บันทึกสำเนาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งด้วย 

ทริคสำหรับมือใหม่ที่อยากใช้ โปรแกรม Photoshop ให้เก่งแบบมือโปร

โปรแกรม Photoshop

การจะตัดแต่งภาพและวิดีโอให้ได้ตามที่ต้องการอาจไม่ใช่เรื่องง่าย อีกทั้งต้องใช้เวลาและสมาธิอยู่พอสมควร สำหรับมือใหม่ที่อยากจะใช้ photoshop ให้เก่งขึ้น แนะนำให้ดูคลิปวิธีใช้ตามช่องต่าง ๆ ใน Youtube และพยายามฝึกตามบ่อย ๆ หากรู้สึกเหนื่อยให้หยุดทำสักพัก เมื่อรู้สึกผ่อนคลายแล้วก็เริ่มกลับมาฝึกใหม่เรื่อย ๆ หรือถ้าจะให้ดีควรปรึกษา หรือให้ผู้ที่ชำนาญมาสอนตัวต่อตัว จะช่วยให้มีทักษะและเก่งขึ้นได้

อ่านบทความอื่นๆ: