Categories
เสียง

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอที่ให้คุณ ตัดต่อเสียงวีดีโอ ได้ในโปรแกรมเดียว 

สำหรับใครที่เป็นมือใหม่ในสายตัดต่อวิดีโอ แล้วกำลังตามหาโปรแกรม หรือแอปพลิเคชันที่มาพร้อมฟังก์ชัน ตัดต่อเสียงวีดีโอ ไปไว้ใช้งาน วันนี้เราจึงได้รวบรวมโปรแกรมและแอปพลิเคชันที่ให้คุณสามารถตอบโจทย์ความต้องการของคุณมาไว้ให้แล้ว ซึ่งจะมีโปรแกรมหลากหลายแบบให้เลือกใช้ได้ตามความต้องการเลย

5 โปรแกรม ตัดต่อเสียงวีดีโอ ที่ใช้ง่าย ดาวน์โหลดฟรี

ตัดต่อเสียงวีดีโอ

โปรแกรม หรือแอปพลิเคชันที่คุณสามารถ ตัดต่อเสียงวีดีโอ ได้นั้นมีหลายโปรแกรมด้วยกัน แต่สำหรับวันนี้เราของเลือกเอา 5 โปรแกรมและแอปพลิเคชันที่ทั้งใช้งานง่าย ดาวน์โหลดฟรี และที่สำคัญเป็นที่นิยมมาแนะนำให้กับเพื่อน ๆ ทุกคนที่กำลังตามหาโปรแกรมที่มีฟีเจอร์หรือ หรือเป็นมือใหม่ในวงการทำคลิปทุกคน

ตัดต่อเสียงวีดีโอ

VEED.IO

เว็บไซต์ VEED.IO เป็นอีกหนึ่งเว็บไซต์ยอดนิยมที่ให้คุณสามารถทำได้ครอบจักรวาลอีกหนึ่งเว็บไซต์เลยก็ว่าได้ เช่น ตัดต่อเสียงออนไลน์, เพิ่มเสียงในวิดีโอ, เพิ่มอิโมจิในวิดีโอ, ลบเสียงจากวิดีโอ, เครื่องมือยอดนิยม, ลบเสียงรบกวนออกจากไฟล์เสียง, ลบเสียงรบกวนออกจากวิดีโอ และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งจุดเด่นของโปรแกรมนี้นอกจากจะมีเครื่องมือให้เลือกใช้ที่หลากหลายแล้ว หน้าตาของเว็บไซต์ยังมีความเรียบง่าย สบายตา ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อนเกินไปอีกด้วย ที่สำคัญมาที่เดียวคือครบแน่นอน

ตัดต่อเสียงวีดีโอ

IPHONE เวอร์ชัน IOS 17

สำหรับใครที่ใช้ IPHONE ของคุณในการบันทึกเสียง หรือหลาย ๆ คนอาจจะใช้เจ้าไอโฟนเป็นไมโครโฟน แล้วอยากทำการตัดตต่อเสียงก่อนนำไปตัดต่อร่วมกับวิดีโอ หรือนำไปใช้ต่อในรูปแบบอื่น ๆ สำหรับการ ตัดต่อเสียงบันทึก IPHONE เวอร์ชัน IOS 17 ก็สามารถทำได้เช่นกัน (จริง ๆ เวอร์ชั่นที่เก่ากว่าทำได้เหมือนกัน) และที่สำคัญคือยังกู้คืนไปยังเวอร์ชันต้นฉบับได้ด้วย

ตัดต่อเสียงวีดีโอ

AUDIO EDITOR & MUSIC EDITOR

โปรแกรมตัดต่อเสียงในโทรศัพท์ ที่ชาว ANDROID ทุกคนต้องมี เพราะแอปนี้ทำได้ทั้งตัดต่อวิดีโอ, ตัดต่อเสียง, ตัดเพลง, แทรกเสียง รวมไปถึงลบเสียงรองออกจากเพลงได้ด้วย เรียกได้ว่าเป็นแอปฟรีที่หลาย ๆ กำลังตามหาอยู่อย่างแน่นอน สำหรับใครที่อยากทำคลิปสั้น หรือทำ VLOG แอปนี้ก็น่าจะตอบโจทย์ได้ดีเป็นอย่างยิ่ง

ตัดต่อเสียงวีดีโอ

CAPCUT

อีกหนึ่งแอปตัดต่อวิดีโอที่ความสามารถครบมาก ๆ อีกหนึ่งแอปเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจาก CAPCUT จะสามารถตัดต่อวิดีโอได้แล้ว มันยังมาพร้อมฟีเจอร์ที่ให้คุณสามารถแยกเสียงออกจากวิดีโอ ไปจนถึงยังสามารถ ใส่เพลงในวิดีโอ ซึ่งเพลงส่วนใหญ่ก็มาจาก TIKTOK นั่นเอง ที่สำคัญคุณยังสามารถปรับแต่งเสียงบนแอปนี้ได้โดยไม่จะเป็นต้องแยกไฟล์ออกไปแต่งบนแอปอื่น ๆ อีกด้วย

ตัดต่อเสียงวีดีโอ

AUDACITY

AUDACITY คือโปรแกรมบันทึกเสียง, ตัดต่อเสียง และอื่น ๆ เกี่ยวกับเสียง ที่เพื่อน ๆ สามารถดาวน์โหลดใช้ฟรี และสำหรับใครที่เป็นสายทำคลิปแล้วอยากให้เสียงคลิปมีความคมชัด และมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น การนำไฟล์เสียงของวิดีโอนั้น ๆ มาแก้ไขบน AUDACITY ก็สามารถทำได้เช่นกัน และที่สำคัญคือใช้ง่าย รองรับทั้ง WINDOWS และ MAC OS

การ ตัดต่อเสียงวีดีโอ สิ่งที่จะทำให้วิดีโอของคุณน่าสนใจขึ้น

ตัดต่อเสียงวีดีโอ

เราเชื่อว่าสิ่งที่จะทำให้หลาย ๆ คนหยุดดูคลิปบนสื่อโซเชียลนั้นนอกจากชื่อเรื่อง และคอนเทนต์แล้ว อีกสองสิ่งที่สำคัญมาก ๆ คือความคมชัดของภาพแล้วเสียง เพราะนอกจากทั้งของสิ่งนี้จะเป็นการแสดงถึงความใส่ใจในรายละเอียดของช่องแล้ว ยังเป็นสิ่งที่จะช่วยให้คนดูอย่างเราเข้าใจคอนเทนต์ที่คุณกำลังจะสื่อออกมาได้ง่ายขึ้นอีกด้วย ดังนั้นการตัดต่อเสียงวีดีโอ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้เรื่องของคอนเทนต์นั่นเอง และที่สำคัญไปกว่านั้นใครที่เป็นมือใหม่ การเลือกใช้ APP ตัดต่อเสียง ฟรี ก็อาจเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกดี ๆ ที่จะทำให้คุณเริ่มพัฒนาฝีมือของคุณได้อีกด้วย

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
เสียง

ตัดเสียงรบกวน AUDACITY ตำนานโปรแกรมบันทึกเสียงฟรีที่ยังมีลมหายใจ

สำหรับใครที่อยากได้โปรแกรมบันทึกเสียงฟรีดี ๆ ไว้ใช้งานสักโปรแกรม AUDACITY ก็คงเป็นหนึ่งในนั้นที่เราต้องแนะนำให้กับเพื่อน ๆ อย่างแน่นอน ซึ่ง AUDACITY เป็นโปรแกรมที่ค่อนข้างครบมาก ๆ อีกทั้งยังสามารถตัดเสียงรถกวนได้ด้วย และสำหรับวันนี้เราจึงอยากพาทุกคนไปดูวิธี ตัดเสียงรบกวน AUDACITY เพื่อให้เพื่อน ๆ สามารถนำไปทำตามได้ง่าย ๆ 

ขั้นตอน ตัดเสียงรบกวน AUDACITY ง่าย ๆ ใครก็ทำตามได้

ตัดเสียงรบกวน AUDACITY

หากใครที่ดาวน์โหลด AUDACITY มาไว้ใช้งานแล้ว และอยาก ตัดเสียงรบกวน AUDACITY หรือ ลดเสียงก้อง AUDACITY แต่ไม่รู้ต้องทำยังไง วันนี้เราได้นำขั้นตอนในการตัดเสียงรับกวนและลดเสียงก้องให้กับเพื่อน ๆ แล้ว ซึ่งขั้นตอนในการใช้โปรแกรมมีง่าย ๆ ใครที่เป็นมือใหม่ไม่ต้องกังวลเลยว่าจะทำตามไม่ได้ และที่สำคัญโปรแกรมนี้ยังสามารถดาวน์โหลด และติดตั้งฟรี โดยใช้ได้ทั้งบน WINDOW, MAC OS และ LINUX 

ตัดเสียงรบกวน AUDACITY

ตัดเสียงรบกวน

หลังจากที่คุณดาวน์โหลด โปรแกรมตัดเสียงรบกวน ติดตั้งโปรแกรมและทำการบันทึกเสียงเรียบร้อยแล้ว ให้คุณไฮไลท์บริเวณเสียงที่ไม่ต้องการ (เส้นตรง/ไม่มีคลื่นเสียง) > EFFECT > NOISE REMOVAL AND REPAIR > NOISE REDUCTION > เซ็ตตัวเลข NOISE REDUCTION : 10, SENSITIVITY : 6.00, FREQUENCY SMOOTHING (BANDS) : 3 > GET NOISE PROFILE > CTRL + A > EFFECT > REPEAT NOISE REDUCTION (CTRL + R) เพียงเท่านี้เสียงรถกวนก็จะหายไปแล้ว 

แต่ถ้าอยากให้มีความละเอียดมากยิ่งขึ้นให้เรากด CTRL แล้วให้ทำการเลื่อนขึ้นเพื่อซูมเพื่อดูว่าให้เสียงที่เราบันทึกมานั้นยังมีเสียงแทรกที่โปรแกรมยังตัดไม่หมดอยู่หรือไม่ โดยเราจะต้องฟังและสังเกตด้วยตัวเอง และเมื่อเจอแล้วให้ทำการลากไฮไลท์แล้วกด CTRL + L เพียงเท่านี้ไฟล์เสียงของเราก็จะมีความชัดและเคลียร์มากขึ้น

ตัดเสียงรบกวน AUDACITY

ลดเสียงก้อง

หลังจากที่ ตัดเสียงรบกวน จากไฟล์เสียง ไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับใครที่รู้สึกว่าเสียงที่บันทึกมานั้นมีเสียงที่ก้อง หรือ REVERB มากจนเกินไป เราก็สามารถลดเสียงก้องของไฟล์เสียงได้เช่นกัน โดยให้คุณกด CTRL + A > EFFECT > NOISE REMOVAL AND REPAIR > NOISE GATE > ทำการลากแทบ GATE THRESHOLD (ตัวเลขติดลบมากเสียงก้องมาก) โดยเราแนะนำให้ทำไป ฟังเสียงไป (PREVIEW) จนกว่าจะได้ระดับเสียงที่ต้องการ แต่ถ้าตั้งค่าเสียง GATE THRESHOLD แล้วยังรู้สึกว่าเสียงยังก้องอยู่ ให้ไปทำวิธีเดียวกันที่ช่อง LEVEL REDUCTION > APPLY > EFFECT > VOLUME AND COMPRESSION > NORMALIZE > APPLY เพียงเท่านี้คุณก็สามารถตัดเสียงรบกวน และเสียงก้องได้เรียบร้อยแล้ว

ตัดเสียงรบกวน AUDACITY

ตัดเสียง / ดูดเสียง

หลังจากที่เห็นวิธีลดเสียงก้องและตัดเสียงรบกวนบนโปรแกรม AUDACITY ไปแล้ว จริง ๆ คุณยังสามารถใช้ AUDACITY ตัดเสียงร้อง เสียงที่บันทึกมา หรือดูดเสียงที่ไม่ต้องการออกไปได้ด้วย โดยวิธีดูดเสียงก็สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการไฮไลท์เสียงที่ต้องการดูดออก > CTRL + L เพียงเท่านี้เสียงที่คุณไม่ต้องการก็จะถูกดูดออกไปแล้ว แต่บางครั้งก็อาจจะทำให้เกิดอาการเดทแอร์บนไฟล์เสียงของเราได้ ดังนั้นเราแนะนำให้ตัดจุดที่มีความเดทแอร์ออกด้วยการ ไฮไลท์จุดที่ต้องการตัด > กดลบที่คีย์บอร์ด (BACKSPACE) เพียงเท่านี้คุณก็สามารถตัดเสียงในส่วนที่ไม่ต้องการออกได้แล้ว

ตัดเสียงรบกวน AUDACITY และ ออนไลน์ก็สะดวกไม่แพ้กัน

ตัดเสียงรบกวน AUDACITY

เป็นยังไงกันบ้างคะสำหรับวิธีลดเสียงก้อง, ตัดเสียง, ดูดเสียง และ ตัดเสียงรบกวนAUDACITY ที่เรานำมาฝากในวันนี้ จะเห็นได้ว่าขั้นตอนจะไม่ซับซ้อนเท่าไร่นัก แต่เราเชื่อว่าสำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานด้านนี้มาก่อนเลยก็อาจจะเป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจอยู่พอสมควร ดังนั้นนอกจากการใช้ โปรแกรมตัดเสียงรบกวน ฟรี อย่าง AUDACITY อาจจะมีความซับซ้อนเกินไป การเลือกใช้เว็บไซน์ออนไลน์เข้ามาช่วยก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยสามารถใช้ได้ทั้ง CAP CUT, VEED.OI และ AUDIO TOOL SET เป็นต้น ซึ่งใครที่ถนัดการใช้งานในรูปแบบไหนก็สามารถเลือกใช้ได้เลย

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
เสียง

แนะนำ 5 โปรแกรมอัดเสียง ทั้งฟรี และจ่ายตังค์ ใช้ง่ายแถมคุณภาพเยี่ยม

ยุคนี้เป็นยุคที่พอดแคสต์มาแรงมาก ๆ และที่สำคัญยังเป็นสื่อที่สามารถนำไปอัปโหลดลงได้หลายช่องทาง ทั้ง YOUTUBE, FACEBOOK, IG, TIKTOK และ SPOTIFY เป็นต้น ดังนั้น โปรแกรมอัดเสียง จึงมีความจะเป็นมาก ๆ ในการคอนเทนต์ประเภทนี้ อีกทั้งการใช้โปรแกรมอัดเสียงยังมีความสำคัญกับคอนเทนต์หรือชิ้นงานอื่น ๆ ที่ต้องใช้เสียงเป็นส่วนหนึ่ง เช่น ทำเพลง หรือรีวิวสินค้า เป็นต้น ดังนั้นวันนี้เราจึงอยากพาทุกคนไปทำความรู้จัก 5 โปรแกรมอัดเสียงที่มีทั้งแบบดาวน์โหลดใช้ฟรี และจ่ายตังค์ แต่มีคุณภาพสูง ตอบโจทย์ทั้งมือใหม่ และมือโปร

รวม โปรแกรมอัดเสียง ที่ดาวน์โหลดแล้วไม่เสียใจแน่นอน

โปรแกรมอัดเสียง

สำหรับ โปรแกรม อัดเสียง ทั้ง 5 โปรแกรมที่เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกันในวันนี้ อาจเป็นโปรแกรมที่เพื่อน ๆ หลายคนคงเคยผ่านตากันมาบ้างแล้วอย่างแน่นอน โดยทั้งหมดจะเป็น โปรแกรมอัดเสียงในคอม อีกทั้งยังมีทั้งสำหรับ WINDOWS และ MAC OS ดังนั้นใครที่ใช้เครื่อง PC หรือ MAC ก็สามารถเลือกดาวน์โหลดได้เลย ซึ่งมีโปรแกรมต่าง ๆ ดังนี้เลย

โปรแกรมอัดเสียง

STUDIO ONE

ใครที่อยากได้ โปรแกรมอัดเสียง ชัด ๆ STUDIO ONE เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่เราอยากแนะนำเป็นอย่างยิ่ง โดยโปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมที่มีคุณภาพสูง แต่ก็มีราคาที่สูงเช่นกัน โดยจะมีราคาตั้งแต่หลักพัน ไปจนถึงหลักหมื่นเลยทีเดียว แต่ความสุดยอดของโปรแกรมนี้คือ การช่วยบันทึกเสียงถึงแม้ว่าเราจะยังไม่ได้กดบันทึกนั่นเอง ดังนั้นในกรณีที่เราลืมกดปุ่ม RECORD โปรแกรมนี้จึงช่วยเราได้มากทีเดียว

โปรแกรมอัดเสียง

AUDACITY

โปรแกรมอัดเสียง AUDACITY เป็นโปรแกรมที่รองรับทั้ง WINDOWS, MAC OS และ LINUX โดยโปรแกรมเราขอจัดว่าเป็นโปรแกรมที่เหมาะกับการบันทึกเสียงทำพอดแคสต์มากกว่านำมาใช้ทำเพลง เนื่องจากโปรแกรมนี้ยังมีข้อจำกัดอยู่มาก ดังนั้นถ้าจะเทียบกับโปรแกรมราคาหลักหมื่นก็อาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้นโปรแกรมนี้ก็สามารถ EXPORT ได้ทั้งแบบ MP3, OGG และ WAV ซึ่งจัดว่าเป็นชนิดไฟล์มาตรฐานที่ใช้กันทั่วไป

โปรแกรมอัดเสียง

CAMTASIA STUDIO

โปรแกรมอัดเสียงฟรี ที่รองรับทั้ง WINDOWS และ MAC OS อีกทั้งยังมีแพ็กเกจสำหรับสมาชิกให้เลือกทั้งหมด 3 แพ็กด้วยกัน ได้แก่ สมัครสมาชิกรายบุคคล ราคา$179.88 / ต่อปี, บุคคลและทีมขนาดเล็ก (สูงสุด 4 คน) แบบถาวร ราคา $299.99 / USER และแบบ BESINESS ถาวร ราคา $299.99 / USER ซึ่งจุดเด่นของโปรแกรมนี้คือนอกจากจะใช้สำหรับการอัดเสียงได้แล้ว ยังเป็นโปรแกรมที่คุณสามารถอัดวิดีโอบนหน้าจอได้ด้วยซึ่งจะเรียกว่าเป็นโปรแกรมตัดต่อก็น่าจะได้เช่นกัน

โปรแกรมอัดเสียง

ADOBE AUDITION

อีกหนึ่ง โปรแกรมอัดเสียงในคอม รองรับทั้ง PC และ MAC ที่เราจะไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ ADOBE AUDITION โปรแกรมจากค่า ADOBE ส่งเข้าประกวด โดยโปรแกรมดังกล่าวมีทั้งแบบทดลองใช้ฟรี และสมัครสมาชิกแบบรายเดือน โดยมีราคาอยู่ที่ประมาณ 800 บาท/เดือน เนื่องจากโปรแกรมนี้จะเป็นโปรแกรมงานเสียงระดับมืออาชีพที่ให้เครื่องมือเกี่ยวกับเสียงมาแบบครบครัน 

โปรแกรมอัดเสียง

LOGIC PRO

LOGIC PRO โปรแกรมอัดเสียง MAC ที่สร้างมาเพื่อชาว APPLE โดยเฉพาะ และแน่นอนว่าโปรแกรมนี้โปร สมชื่ออย่างแน่นอน อีกทั้งยังจัดว่าเป็นโปรแกรมระดับมืออาชีพที่คนใช้ APPLE ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังนับว่าเป็นหนึ่งในโปรแกรทที่ครอบคลุมที่สุด ฟังก์ชันการใช้งานเพียบ รองรับ AUDIO INTERFACE ที่สำคัญคือตอบโจทย์สายทำเพลงโดยเฉพาะ

การลงทุนกับโปรแกรมอัดเสียง คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด

โปรแกรมอัดเสียง

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่กำลังตัดสินใจจะเข้ามาในวงการเสียง ไม่ว่าจะเป็นนักพากย์, นักร้อง, คนทำเพลง, ทำพอดแคสต์ และอื่น ๆ อีกมากมาย การลงทุนกับโปรแกรมอัดเสียงนับว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก ๆ เพราะนอกจากโปรจะช่วยให้ชิ้นงานที่ได้มีคุณภาพแล้ว โปรแกรม อัดเสียง เหล่านั้นยังครอบคลุมการทำงานเกี่ยวกับเสียงแบบที่เรียกได้ว่า โปรแกรมเดียวจบ ดังนั้นใครที่จะเดินสายนี้การลงทุนกับโปรแกรมจึงเป็นสิ่งที่เราแนะนำเป็นอย่างยิ่ง แต่สำหรับใครที่เป็นมือใหม่และอยากลองฝึกฝีมือก่อนก็สามารถหาดาวน์โหลดตัวทดลองมาลองใช้ก็ได้เช่นกัน

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
เสียง

รู้หรือไม่? ชนิดไฟล์เสียง บอกอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด

สำหรับใครที่เป็นสายทำเพลงมือใหม่ ตัดต่อวิดีโอ พอดแคสต์ หรือสายฟังเพลงอาจจะยังไม่ทราบว่า จริง ๆ แล้ว ชนิดไฟล์เสียง บอกอะไรมากกว่าที่คุณคิด เนื่องจากไฟล์เสียงแต่ละประเภทก็จะให้คุณภาพเสียงที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการเลือกบันทึกไฟล์เสียงแต่ละชนิดจึงทำให้ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างออกไปด้วยนั่นเองค่ะ

5 ชนิดไฟล์เสียง จากคุณภาพมาตรฐานไปจนถึงดีที่สุด

ชนิดไฟล์เสียง

ชนิด ไฟล์เสียง ที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้นมีอยู่ประมาณ 10 ชนิดด้วยกัน แต่สำหรับวันนี้เราขอยกมาเป็นตัวอย่างให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกัน 5 ชนิด โดยจะมีทั้งชนิดไฟล์แบบมาตรฐานใช้ได้ทั่วไป ไปจนถึง ไฟล์เสียงแบบไหนดีที่สุด เพื่อให้เพื่อน ๆ สามารถใช้ไปเป็นแนวทางในการเลือกบันทึกไฟล์เสียงให้เหมาะกับการนำไฟล์ไปใช้งานต่อ ซึ่งทั้ง 5 ชนิดไฟล์เสียงมีดังนี้

ชนิดไฟล์เสียง

ไฟล์ MP3

เราเชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จัก ไฟล์เสียง MP3 หรือ MPEG-1 AUDIO LAYER III อย่างแน่นอน เนื่องจากไฟล์ชนิดนี้เป็นไฟล์ที่ใช้ได้กับอุปกรณ์ทั่วไป และไฟล์มีขนาดเล็ก แต่ก็เป็นไฟล์ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “รูปแบบที่มีการสูญเสีย” คือไฟล์จะมีการสูญเสียรายละเอียดแต่จะเป็นเสียงที่หูเราจะไม่ได้ยิน ดังนั้นค่ายเพลงจึงนิยมปล่อยเพลงที่เป็นไฟล์ชนิดนี้ออกมาแต่ถ้าเป็น โปรดิวเซอร์ นักมิกซ์เสียง หรือวิศวกร ไฟล์ชนิดนี้จึงไม่ใช่คำตอบของคุณ

ชนิดไฟล์เสียง

ไฟล์ OGG VORBIS 

ไฟล์เสียง OGG VORBIS จัดเป็นไฟล์เสียงประเภทเดียวกับ MP3 คือ รูปแบบที่มีการสูญเสีย แต่หลายคนก็อาจจะสงสัยว่า OGG กับ MP3 ต่างกันอย่างไร อธิบายแบบนี้ว่า จริง ๆ แล้วหากเทียบกัน ไฟล์ OGG VORBIS จะเป็นมีประสิทธิภาพมากกว่า MP3 เนื่องจาก OGG VORBIS เป็นตัวแปลงสัญญาณเสียงแบบ OPEN SOURCE ซึ่งจะเหมาะกับการสตรีม แต่เมื่อเทียบในอัตราบิตเท่ากันผลลัพธ์ที่ได้พบว่า OGG VORBIS เป็นชนิดไฟล์เสียงที่มีประสิทธิภาพมากกว่านั่นเอง

ชนิดไฟล์เสียง

ไฟล์ FLAC

ไฟล์ชนิด FLAC เป็นไฟล์แบบที่ไม่มีการสูญเสีย ดังนั้นไฟล์ชนิดนี้เมื่อมีการส่งกลับไปมา หรือส่งไฟล์ต่อกันหลาย ๆ ทอดก็จะไม่สูญเสียคุณภาพของเสียงนั่นเอง อีกทั้งไฟล์ชนิดนี้จะมีขนาดที่ใหญ่มากพอสมควร ที่สำคัญคือยังเป็นแบบ OPEN SOURCE แถมยังใช้ได้ฟรีอีกด้วย แต่สำหรับใครที่ใช้ APPLE ก็จะเป็นชนิดไฟล์แบบ ALAC นั่นเอง และสำหรับใครที่ยังอาจจะงงว่า MP3 กับ FLAC ต่างกันยังไง ง่าย ๆ เลยคือ คุณภาพต่างกัน ใช้พื้นที่ในการจัดเก็บไฟล์ต่างกัน ที่สำคัญคือให้รายละเสียงได้แต่กต่างกันอย่างสิ้นเชิงอีกด้วย

ชนิดไฟล์เสียง

ไฟล์ WAV

WAVEFORM AUDIO FILE หรือ ไฟล์ WAV คือไฟล์อีกชนิดหนึ่งที่จัดว่าเป็นไฟล์ที่มีคุณภาพสูง ไม่มีการบีบอัดจึงทำให้ไฟล์เสียงต้นฉบับเป็นยังไง ส่งออกไปยังปลายทางเสียงที่ได้ก็ยังคงเป็นแบบนั้น อีกทั้งปัจจุบันยังจัดว่าเป็นชนิดไฟล์มาตรฐานของ WINDOWS แต่ปัจจุบัน APPLE ก็สามารถบันทึกไฟล์นี้ได้เช่นกัน ดังนั้นจึงจัดว่าเป็นชนิดไฟล์เสียงระดับสากล และสำหรับใครที่ทำ HOME STUDIO หรืองานที่ต้องอาศัยเสียงที่มีคุณภาพสูง ไฟล์ WAV จึงเหมาะที่สุด และจัดว่าเป็น นามสกุลไฟล์เสียง ดีที่สุด อีกด้วย

ชนิดไฟล์เสียง

ไฟล์ DSD

ไฟล์ DSD หรือ Direct Stream Digital จะเป็นไฟล์ที่เรียกได้ว่าไม่ใช้ไฟล์ที่ใช้กันทั่วไป เนื่องจากเป็นชนิดไฟล์ที่มีข้อจำกัดในเรื่องของซอฟต์แวร์และอุปกรณ์ที่รองรับอยู่ค่อนข้างมาก แต่ DSD ก็จัดว่าเป็นหนึ่งใน ไฟล์เสียงความละเอียดสูง (สูงมาก ๆ) โดยจะมักใช้ในงานที่ต้องการเสียงคุณภาพสูง เช่น คอนเสิร์ต หรือ MASTERING แต่ส่วนใหญ่จะใช้ในสตูดิโอใหญ่ ๆ มากกว่า และด้วยข้อจำกัดของซอฟต์แวร์ และขนาดไฟล์ที่ใหญ่มาก จึงทำให้ไฟล์ชนิดนี้ไม่เป็นที่นิยมในกลุ่มคนทั่วไปนั่นเอง

ยิ่งเลือก ชนิดไฟล์เสียง คุณภาพสูง ค่าใช้จ่ายก็สูงตามมา

ชนิดไฟล์เสียง

หลังจากที่ได้ดูตัวอย่าง 5ชนิดไฟล์เสียง ที่เรานำมาแนะนำให้กับเพื่อน ๆ ได้รู้จักกันในวันนี้จะเห็นได้ว่า แต่ละ สกุลไฟล์เสียง ก็จะมีความเหมาะสมสำหรับการนำไปใช้งานที่แตกต่างกันออกไป แต่ถ้าใครที่เป็นสายชอบฟังเพลง และซีเรียสในเรื่องของเสียงมาก ๆ และต้องการไฟล์เสียงที่มีคุณภาพสูง สิ่งที่ตามมาคือค่าใช้จ่ายก็สูงตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อไฟล์เสียง ค่าอุปกรณ์ และซอฟต์แวร์ เป็นต้น ซึ่งบางไฟล์จะต้องใช้อุปกรณ์และซอฟต์แวร์ที่มีความเฉพาะนั่นเอง แต่สำหรับใครที่พร้อมจ่ายก็ลุยได้เลย

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
เสียง

แนะนำ 3 เว็บแต่งเพลง สำหรับมือใหม่และมือโปรที่อยากทำเพลงด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ 

ในปัจจุบันเทคโนโลยีถูกพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด ทำให้มนุษย์สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น เช่นเดียวกับการแต่งเพลง โดยปกติก่อนจะได้เพลงหนึ่งเพลงให้เราฟังนั้นต้องผ่านกระบวนการต่าง ๆ มากมาย ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร แต่ในปัจจุบันเราสามารถใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการแต่งเพลงได้แล้ว นั่นก็คือ เว็บแต่งเพลง นั่นเอง ซึ่งจะมีทั้งเว็บไซต์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในการแต่งเนื้อเพลง และเว็บไซต์แต่งดนตรีให้กับเพลงโดยเฉพาะ 

3 เว็บแต่งเพลง สามารถใช้งานง่าย ใช้แต่งเพลงและทำนองได้ไม่กี่ขั้นตอน

เว็บแต่งเพลง

ต้องบอกก่อนว่าเว็บไซต์แต่งเพลงที่เราจะแนะนำดังต่อไปนี้จะมีทั้งเว็บไซต์ที่ออกแบบมาสำหรับแต่งเนื้อเพลงเท่านั้น และเว็บแต่งเพลงที่ออกแบบมาเพื่อช่วยครีเอทดนตรีหรือท่วงทำนองให้กับเพลงโดยเฉพาะ หากใครที่เพิ่งเริ่มต้น แต่งเพลงเอง สั้นๆ แล้วยังไม่รู้จะแต่งดนตรีหรือใส่ทำนองเพลงยังไงก็สามารถใช้บริการ เว็บ แต่งเพลง ต่อไปนี้ได้เลย ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันว่าจะมีเว็บไซต์ใดที่มีไว้สำหรับแต่งเนื้อเพลง และเว็บไซต์ใดมีไว้สำหรับแต่งดนตรีเพลงโดยเฉพาะ

เว็บแต่งเพลง

Tupleblog

เว็บไซต์แต่งเนื้อเพลงโดยเฉพาะด้วย AI ซึ่งพัฒนาโดย Tupleblog ซึ่งจะใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือเรียกสั้น ๆ กันว่า “AI” เมื่อเข้าสู่หน้าเว็บไซต์แล้วจะมีช่องให้เติมคำขึ้นต้นเพลง และเลือกความยาวของเนื้อเพลงได้ โดย AI จะเรียนรู้เนื้อเพลงจากเว็บไซต์ Siamzone เมื่อประมวลผลเสร็จแล้วจะทำการ แจกเนื้อเพลงฟรี โดยจะมีเนื้อเพลงปรากฏขึ้นมาตามความยาวที่เรากำหนด

เว็บแต่งเพลง

Song Maker

เว็บไซต์ แต่งเพลงฟรี เปิดตัวในปี 2016 ต้องบอกว่าระบบการทำงานนั้นถูกออกแบบมาให้เราสามารถใช้งานได้ง่ายมาก ๆ สำหรับมือใหม่ที่อยากลอง แต่งเพลงเองง่ายๆ โดยเริ่มจากแต่งทำนองเสียงดนตรีต่าง ๆ ก็สามารถเข้าไปใช้บริการได้เลย แต่เว็บไซต์นี้จะไม่สามารถใช้เครื่องดนตรีได้หลายชนิดในหนึ่งเพลง หากต้องการใช้เครื่องดนตรีหลายชนิดในหนึ่งเพลงอาจต้องบันทึกแล้วนำไปตัดต่ออีกที 

เว็บแต่งเพลง

AIVA

Aiva เป็นเว็บสำหรับแต่งเสียงดนตรีให้กับเพลง ก่อตั้งขึ้นในปี 2016 ออกแบบมาให้สามารถใช้ ai ทำเพลง ได้ โดยมีวิธีการทำเพลงง่าย ๆ โดยเข้าไปยังหน้าเว็บไซต์แล้วครีเอทแทร็คตามที่ต้องการได้เลย ซึ่งจะมีแนวเพลงให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย เรียกว่าเป็น เว็บแต่งเพลงภาษาอังกฤษ ที่ใช้งานง่ายมาก ๆ เพราะ AI จะเป็นตัวจัดการให้เกือบทั้งหมด เมื่อแต่งเสร็จแล้วสามารถดาวน์โหลดเพลงได้ฟรี 3 ครั้ง หลังจากนั้นจะมีค่าบริการ 

เทคนิคการเลือกใช้บริการ เว็บแต่งเพลง ให้ตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด

เว็บแต่งเพลง

เราจะเห็นได้ว่าเว็บไซต์แต่งเพลงแต่ละเว็บจะมีรูปแบบการใช้งานแตกต่างกันออกไป สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่ชำนาญในการแต่งเพลงก็สามารถเลือกใช้บริการเว็บไซต์ที่มีเครื่องมือและวิธีใช้งานที่ง่ายและสะดวกที่สุด หรือสำหรับใครที่ไม่ถนัดในการแต่งเพลงด้วยเว็บไซต์ก็สามารถเลือกใช้ แอพช่วยแต่งเพลง ในมือถือได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามความสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าเราใช้เว็บไซต์หรือโปรแกรมใดในการแต่งเพลง แต่อยู่ที่ว่าผลงานที่ได้นั้นตอบโจทย์เรามากแค่ไหน

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย: hilo-88.net

Categories
เสียง

เทคนิคการ แทรกเสียงใน powerpoint แบบง่าย ๆ ด้วยตัวเอง มือใหม่ทำได้ไม่ยาก 

PowerPointเป็นโปรแกรมนำเสนอในชุดโปรแกรมไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ ซึ่งสามารถใช้งานบน PC, Mac รวมถึงอุปกรณ์เคลื่อนที่อื่น ๆ เรียกได้ว่าเป็นโปรแกรมที่เปิดโอกาสให้เราได้สร้างผลงานนำเสนอ ภายในโปรแกรมจะมีเท็มเพลตและองค์ประกอบอื่น ๆ ให้เลือกใช้งาน เราสามารถเพิ่มข้อความ รูปภาพ และวิดีโอลงไปได้ โดยรวมถือว่าใช้งานง่าย แต่ทว่าการเพิ่มเสียงหรือ แทรกเสียงใน powerpoint นั้น เป็นสิ่งที่มือใหม่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร

ขั้นตอนและวิธีการ แทรกเสียงใน powerpoint ง่าย ๆ

แทรกเสียงใน powerpoint

สำหรับมือใหม่หรือใครก็ตามที่ยังไม่รู้วิธีการ ทําpowerpoint เป็นวีดีโอ มีเสียง บทความนี้จะมาสอนขั้นตอนและวิธีการแทรกเสียงในโปรแกรม PowerPoint บอกเลยว่าวิธีการทำนั้นไม่ยากเลย แต่ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอน แนะนำให้สร้างผลงานนำเสนอที่ต้องการจะ แทรกเสียง ใน powerpoint ก่อน และควรเตรียมเพลงหรือเสียงดนตรีที่จะใช้เพิ่มเข้าไปในงานนำเสนอให้พร้อมด้วย เสร็จแล้วมาดูกันว่าการแทรกเสียงต้องทำอย่างไรบ้าง 

แทรกเสียงใน powerpoint

ขั้นตอนที่ 1

ขั้นตอนแรกเปิด PowerPoint ที่ต้องการจะทำการแทรกเสียง จากนั้นคลิกที่แถบ “แทรก” เลือก “เสียง” > “เสียงบนพีซีของฉัน” ต่อมาเลือก เสียงดนตรีใส่ powerpoint หรือเสียงอื่น ๆ ที่ต้องการ จากนั้นคลิก “แทรก” จะสังเกตเห็นรูปลำโพงปรากฏขึ้น ให้จัดวางไว้ในตำแหน่งด้านขวาบน ต่อมาคลิกรูปลำโพง ตามด้วยคลิก “เล่นแบบเบื้องหลัง” หลังจากนั้นพาวเวอร์พอยต์จะทำการเซ็ตค่าให้อัตโนมัติ ซึ่งเสียงพื้นหลังอาจดังกว่าเสียงบันทึก เพราะฉะนั้นให้ตั้งค่าที่ “ระดับเสียง” เลือก “เบา”

แทรกเสียงใน powerpoint

ขั้นตอนที่ 2

กรณีที่เราตั้งค่าการเล่นเท่านั้น แต่ไม่ได้ตั้งค่าภาพเคลื่อนไหว เสียงพื้นหลังและเสียงอื่น ๆ จะไม่เล่นพร้อมกับสไลด์ ซึ่งจะมีปัญหาในตอนแทรกเสียงพื้นหลังที่ใส่เอฟเฟกต์หรือลูกเล่นต่าง ๆ เพราะมันจะไม่เล่นพร้อมกันนั่นเอง ฉะนั้นเมื่อ ใส่เพลงใน powerpoint เล่นต่อเนื่อง แล้วให้ตั้งค่าโดยการคลิกที่แถบ “ภาพเคลื่อนไหว” > ▷ เริ่ม: เลือก “พร้อมก่อนหน้านี้” เพียงเท่านี้ก็จะทำให้เสียงดังกล่าวเล่นพร้อมกับสไลด์พาวเวอร์พอยต์แล้ว

แทรกเสียงใน powerpoint

ขั้นตอนที่ 3

เมื่อแทรกเสียงพื้นหลังเสร็จแล้ว เรายังสามารถ โหลดเสียงใส่powerpointฟรี ในแต่ละสไลด์ได้ด้วย โดยคลิกที่สไลด์ที่ต้องการแทรกเสียง จากนั้นคลิกแถบ “แทรก” เลือก “เสียง” > “เสียงบนพีซีของฉัน” และเลือกเสียงที่บันทึกไว้ ข้อแนะนำในการบันทึกเสียง คือ เมื่อนำมาใช้กับพาวเวอร์พอยต์ให้บันทึกทีละสไลด์เพื่อให้ง่ายต่อการแทรกเสียง และควรบันทึกชื่อไฟล์เป็นชื่อของสไลด์นั้น ๆ ที่ต้องการจะแทรกเสียง และเมื่อคลิกเลือกเสียงแล้ว ต่อมาคลิก “แทรก” จะมีรูปลำโพงปรากฏขึ้นมา ให้จัดวางไว้ด้านขวาบน

แทรกเสียงใน powerpoint

ขั้นตอนที่ 4

ต่อมาไปตั้งค่าที่ ▷ ตอนต้น: เลือก “อัตโนมัติ” จากนั้นคลิก “√” ในช่องซ่อนระหว่างการนำเสนอ ซึ่งถ้าหากไม่ตั้งค่าจะทำให้รูปลำโพงปรากฏขึ้นบนหน้าจอ หลังจากนั้นคลิกแถบ “ภาพเคลื่อนไหว” ไปที่ ▷ เริ่ม: เลือก “พร้อมก่อนหน้านี้” เพียงเท่านี้ก็จะได้เสียงที่เราอัดเพื่อนำมาใช้กับพาวเวอร์พอยต์แล้ว เสร็จแล้วลองกดเล่นสไลด์ดู สำหรับใครที่ อัดเสียง ใน PowerPoint แล้ว ไม่มี เสียง สามารถอัดเสียงในโปรแกรมหรือแอพพลิเคชั่นในมือถือแล้วนำไฟล์ดังกล่าวมาแทรกทีหลังได้

แนะนำเทคนิคการปรับเสียง แทรกเสียงใน powerpoint ให้เบาลง

แทรกเสียงใน powerpoint

นอกจากขั้นตอนและวิธีการแทรกเสียงโปรแกรม powerpoint ที่กล่าวมาข้างต้น เรามีคำแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับมือใหม่ด้วย โดยในกรณีที่เสียงพื้นหลังดังเกินไป เราสามารถปรับเสียงให้เบาลงได้ในโปรแกรมอื่น ๆ เพราะพาวเวอร์พอยต์สามารถปรับได้เพียงเท่านี้ ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องใช้โปรแกรมอัดเสียงเข้ามาช่วยในการปรับเสียงให้เบาลง จากนั้นค่อยแทรก ไฟล์เสียง powerpoint เข้าไปในโปรแกรมทีหลัง

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย: ufaball.bet

Categories
เสียง

เทคนิคการ แทรกเสียงใน canva เพื่อใช้ในงานนำเสนอบนคอมพิวเตอร์ 

การแทรกเสียงเป็นเทคนิคที่นิยมใช้กับงานนำเสนอหรือวิดีโอต่าง ๆ ที่ต้องมีเสียงเป็นองค์ประกอบเพื่ออธิบายถึงเรื่องราวที่ต้องการจะสื่อสารกับผู้คนให้เข้าใจ โดยการแทรกเสียงลงในคลิปวิดีโอนั้นสามารถทำได้ง่าย ๆ ในโปรแกรม Canva เรียกได้ว่าเป็นโปรแกรมที่สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลายเลยทีเดียว จึงไม่แปลกที่หลายคนจะนิยมใช้กัน สำหรับใครที่ต้องการจะ แทรกเสียงใน canva เข้ากับงานนำเสนอหรือวิดีโอต่าง ๆ มาดูกันว่าจะทำได้อย่างไร 

ขั้นตอนการ แทรกเสียงใน canva สำหรับวิดีโอนำเสนอจาก YouTube

แทรกเสียงใน canva

หากใครที่สร้างวิดีโอหรืองานนำเสนอต่าง ๆ ใน canva ไม่มีเสียง สามารถใช้เทคนิคการแทรกเสียงโดยเพิ่มเสียงเพลงและเสียงพูดเข้าไปได้ สำหรับบทความนี้ขอแนะนำเทคนิคการ แทรกเสียงในcanva เพื่อเป็นองค์ประกอบในวิดีโอและงานนำเสนอ ซึ่งเสียงดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นเพลงหรือเสียงพูดอธิบาย จะช่วยเพิ่มอรรถรสและความเข้าใจให้กับคนดูได้ มาดูกันว่าการแทรกเสียงด้วยโปรแกรม Canva จะมีขั้นตอนอะไรบ้าง 

แทรกเสียงใน canva

การดาวน์โหลดวิดีโอเข้าในคอมพิวเตอร์

ขั้นตอนแรกก่อนจะ ใส่ YouTube ใน Canva ให้เข้าไปใน YouTube แล้วค้นหาวิดีโอที่ชอบ หลังจากนั้นคลิกเล่นวิดีโอ สังเกตที่ลิงก์ด้านบน โดยให้ลบคำที่อยู่หน้าตัว y (youtube) ออกให้หมดแล้วพิมพ์ “ss” แทน เสร็จแล้วกด Enter ต่อมาจะเข้าสู่เว็บไซต์ที่สามารถดาวน์โหลดคลิปได้ ให้คลิกที่ “ดาวน์โหลด” ซึ่งไฟล์จะถูกบันทึกไว้ในโฟลเดอร์ที่ชื่อว่า “Download” เราสามารถย้ายวิดีโอไปไว้ในโฟลเดอร์อื่นเพื่อให้หาง่ายขึ้นได้

แทรกเสียงใน canva

การอัปโหลดและปรับแต่งวิดีโอ

เข้าสู่หน้าโปรแกรม Canva คลิกที่เมนู “อัปโหลด” > “อัปโหลดสื่อ” เลือกไฟล์วิดีโอในโฟลเดอร์แล้วคลิก “Open” เมื่ออัปโหลดเสร็จแล้วให้ลากวิดีโอไปไว้ในสไลด์ canva แทรกไฟล์วิดีโอทีละสไลด์ และปรับย่อขนาดตามที่ต้องการ หากจะครอบตัดวิดีโอสามารถดับเบิลคลิกแล้วกดไปที่เครื่องมือรูปกรรไกร ตัดคลิปตามที่ต้องการแล้วคลิก “เสร็จแล้ว” หากจะตกแต่งวิดีโอด้วยรูปภาพก็ให้คลิกที่ “องค์ประกอบ” > “กราฟิก” และเลือกไอคอนมาใช้ได้เลย หรือหากต้องการพื้นหลังใหม่ก็สามารถเข้าไปเลือกใน “แม่แบบ” ได้

แทรกเสียงใน canva

การแทรกเสียง

การแทรกยูทูบในลิงก์ไอคอนยูทูบของ Canva ให้คลิกที่ “เพิ่มเติม” > “YouTube” ติดตั้งให้เรียบร้อยแล้วจะมีสัญลักษณ์ YouTube ปรากฏขึ้นมาด้านซ้าย ต่อมากดค้นหาวิดีโอที่ต้องการใช้แล้วคลิกลงในสไลด์ ซึ่งสามารถปรับขนาดให้พอดี ส่วนการแทรกเสียงลงไปให้คลิกที่เมนู “เสียง” และค้นหาเพลงหรือเสียงที่ต้องการได้เลย หากจะใช้ให้คลิกลากลงไปที่สไลด์ ทั้งนี้หากใครสงสัยว่า canva แทรกไฟล์เสียง mp3 ได้ไหม ต้องบอกว่า Canva จะมีข้อจำกัดในการแทรกเสียง โดยจะไม่สามารถแทรกเสียงเพลงทับซ้อนกันได้

แทรกเสียงใน canva

การใส่เสียงพูดประกอบวิดีโอ

ในกรณีที่ต้องการจะใส่เสียงพูดประกอบลงไปด้วยก็จะมีเทคนิคง่าย ๆ คือ ให้คลิกไปที่เมนู “อัปโหลด” > “บันทึกตัวคุณเอง” สำหรับ วิธีอัดเสียงใน canva จะสังเกตเห็นว่ามุมขวาบนจะมีปุ่มสีแดงสำหรับบันทึกเสียง สามารถกดแล้วอัดเสียงได้เลย เสร็จแล้วคลิก “บันทึกและเสร็จสิ้น” ตามด้วย “บันทึกและกลับไปยังการแก้ไข” เพียงเท่านี้ก็จะได้คลิป canva ใส่เสียงพูด หรือเสียงที่บันทึกเมื่อสักครู่ ต่อมาปรับย่อขนาดให้เล็กลงได้เลย

แทรกเสียงใน canva

การซ่อนคลิปเสียงและบันทึกไฟล์

สำหรับการซ่อนคลิปเสียง ให้คลิกปุ่มที่ 2 (โปร่งใส) ซึ่งอยู่ด้านขวาบนใกล้กับคำว่า “ตำแหน่ง” ให้ปรับค่าโปร่งใสเป็น (0) จากนั้นคลิปวิดีโอที่เป็นเสียงบันทึกก็จะถูกซ่อนไว้ เสร็จแล้วลองกดพรีวิวเพื่อเช็คความเรียบร้อย หลังจากนั้นสามารถบันทึกงานได้ที่จุด 3 จุดในมุมขวาบนของ Canva ต่อมาคลิก “ดาวน์โหลด” สำหรับประเภทไฟล์ให้เลือก MP4 และช่องเลือกหน้าให้เลือกทุกหน้าได้เลย เสร็จแล้วกด “ดาวน์โหลด” เพียงเท่านี้ก็จะได้คลิปวิดีโอที่มีเสียงประกอบตามที่ต้องการแล้ว 

เคล็ดลับในการโหลดเพลง แทรกเสียงใน canva ให้ง่ายและรวดเร็ว

แทรกเสียงใน canva

ในกรณีที่ต้องการจะโหลดเพลงหรือเพิ่มเพลงลงในวิดีโอบน Canva เราจำเป็นต้องเตรียมคลิปเสียงไว้ล่วงหน้า โดยเพลงหรือเสียงจะต้องผ่านการดาวน์โหลดและบันทึกไว้ในโฟลเดอร์ที่หาง่ายที่สุด เพื่อให้เวลาจะนำไปใช้งานจะช่วยให้เราค้นหาคลิปเสียงได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น นอกจากนี้เรายังสามารถอัปโหลดเพลงหรือเสียงที่เตรียมไว้ไปยังแพลตฟอร์มได้ด้วย หลังจากนั้นก็สามารถแทรกเสียงใน canva ได้เลย

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย: https://sa-game.bet/ 

Categories
เสียง

สอนวิธีการ ตัดต่อเสียงง่าย ๆ บน iPhone + iOS 13 ด้วยแอป Voice Memos 

นอกจากการบันทึกเสียงแล้ว การตัดต่อเสียงก็เป็นขั้นตอนหนึ่งที่จะทำให้เสียงที่อัดมาสมบูรณ์แบบมากขึ้น เพราะเสียงที่ผ่านการบันทึกมานั้นอาจมีบางช่วงที่เราไม่ต้องการ ฉะนั้นการตัดต่อเสียงจึงเป็นวิธีที่จะช่วยให้เสียงลงตัวมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตัดเสียงที่ไม่ต้องการออก หรือการนำไฟล์เสียงมารวมเข้าด้วยกัน ล้วนเป็นขั้นตอนการตัดต่อเสียงที่สามารถใช้มือถือทำได้ บทความนี้จะมาสอนการ ตัดต่อเสียงง่าย ๆ ด้วยแอป Voice Memos บน iPhone + iOS 13 

ขั้นตอนการ ตัดต่อเสียงง่าย ๆ บน iPhone + iOS 13

ตัดต่อเสียงง่าย ๆ

ความสามารถในการบันทึกเสียงของ iPhone ช่วยให้เราสามารถบันทึกเสียงในห้องเรียน ห้องประชุม รวมถึงงานสัมมนาได้อย่างงายดาย เมื่อบันทึกเสียงแล้วจะช่วยให้เราสามารถนำกลับมาฟังซ้ำเพื่อทบทวนได้อย่างสะดวก สำหรับระบบปฏิบัติการ iOS 13 ขึ้นไป Apple ได้เพิ่มคุณสมบัติใหม่ในการสร้างชุด Copy ของไฟล์เสียง อีกทั้งยัง ตัดต่อเสียง และแทนที่เสียงได้อีกด้วย มาดูกันว่าการ ตัดต่อเสียงง่ายๆ บน iPhone + iOS 13 ด้วยแอป Voice Memos จะมีขั้นตอนอะไรบ้าง 

ตัดต่อเสียงง่าย ๆ

การทำสำเนาไฟล์เสียง

ก่อนอื่นให้เปิดแอป Voice Memos จากนั้นแตะเลือกเสียงที่ต้องการแก้ไข จะมีรายการคำสั่งและปุ่มต่าง ๆ แสดงอยู่ด้านล่าง ให้เริ่มทำสำเนาหรือ Copy ไฟล์เสียงก่อน สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าจะ ใช้โปรแกรมอะไรบันทึกเสียง ก็สามารถอัดเสียงด้วยแอป Voice Memos ได้เลย ส่วนวิธีทำสำเนาไฟล์เสียงให้กดที่ปุ่มรูปจุด 3 จุด เลือก “ทำสำเนา” เพียงเท่านี้เราก็จะได้ไฟล์เสียงชุด Copy แล้ว 

ตัดต่อเสียงง่าย ๆ

การเพิ่มเสียงใหม่แทนตำแหน่งที่ต้องการ

เริ่มจากแตะที่ไฟล์ชุด Copy แล้วกดปุ่มรูปจุด 3 จุด เพื่อเปิดเมนู ต่อมาเลือก “แก้ไขการอัด” ในหน้าจอที่แสดงขึ้นมาเราสามารถแตะแล้วลากเพื่อกำหนดตำแหน่งในการเล่น หรือแตะ 2 นิ้วแล้วกางออกหรือบีบเข้าในกรอบกราฟเสียงเพื่อย่อขยายให้เราตัดต่อในตำแหน่งที่แม่นยำได้มากขึ้น และสามารถบันทึกเสียงใหม่แทนตำแหน่งที่ต้องการได้เลย 

ตัดต่อเสียงง่าย ๆ

การตัดเสียงที่ไม่ต้องการออก

ถ้าต้องการตัดต่อเพื่อเอาเสียงช่วงใดออก เราสามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการกดไปที่ไอคอนมุมขวาบน จากนั้นจะเห็นว่ามีหน้าจอตัดต่อแสดงขึ้นมา เริ่มจากการแตะแล้วลากกรอบด้านซ้ายเพื่อกำหนดตำแหน่งเริ่มต้น จากนั้นแตะแล้วลากกรอบด้านขวาเพื่อกำหนดตำแหน่งจุดสิ้นสุด เมื่อได้ตำแหน่งที่ต้องการจะลบออกแล้ว เราสามารถทดลองฟังเสียงก่อนที่จะลบได้ หากแน่ใจแล้วให้แตะคำสั่ง “ลบ” ได้เลย เสียงดังกล่าวจะถูกตัดออกไป 

ตัดต่อเสียงง่าย ๆ

การตัดต่อเสียงที่ต้องการจะบันทึก

ขั้นตอนการตัดต่อเสียงที่ต้องการจะบันทึกทำได้ง่าย ๆ หากใครใช้ iPhone แล้วไม่รู้ว่า โปรแกรมตัดต่อเสียงมีอะไรบ้าง ก็สามารถเลือกใช้แอป Voice Memos ได้เลย โดยเริ่มจากการแตะแล้วลากที่กรอบเสียงด้านซ้ายและขวาเพื่อกำหนดจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของไฟล์ แล้วให้กดที่คำสั่ง “ตัดต่อ” หลังจากได้ผลลัพธ์ที่ต้องการแล้วให้กด “บันทึก” เพื่อทำการบันทึกไฟล์ หรือถ้าไม่ต้องการบันทึกก็สามารถกด “ยกเลิก” เพื่อยกเลิกการตัดต่อทั้งหมดได้

ความแตกต่างระหว่างการ ตัดต่อเสียงง่าย ๆ บนมือถือและคอมพิวเตอร์

ตัดต่อเสียงง่าย ๆ

บางครั้งการตัดต่อเสียงบนมือถืออาจสะดวกกว่าการตัดต่อเสียงบนคอมพิวเตอร์ แม้ว่าก่อนหน้านี้เราอาจสงสัยว่าในมือถือมี เครื่องมือใดที่ใช้ในการตัดเสียง ได้บ้าง ในปัจจุบันมือถือถูกพัฒนาให้มีเครื่องมือตัดต่อเสียงที่ใช้งานง่ายและสะดวกมากขึ้น ทว่ากระบวนการหรือขั้นตอนการตัดต่อที่ซับซ้อนและมีรายละเอียดเยอะเป็นพิเศษนั้น การใช้คอมพิวเตอร์ตัดต่อเสียงอาจง่ายกว่า 

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย: https://hilo-88.com/ 

Categories
เสียง

3 โปรแกรม ตัดต่อไฟล์เสียง ใช้งานง่าย มีคุณสมบัติหลากหลายที่ตอบโจทย์การใช้งาน

เสียง เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่มีความสำคัญสำหรับคอนเทนต์ นอกจากภาพหรือวิดีโอแล้วจะขาดเสียงไปไม่ได้ เพราะเสียงจะเป็นสิ่งที่อธิบายและสื่อสารเกี่ยวกับเรื่องราวต่าง ๆ ให้คนเข้าใจถึงอารมณ์และความรู้สึก รวมถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่ต้องการนำเสนอ โดยเฉพาะการตัดต่อเสียงเพลงเพื่อใช้ในด้านต่าง ๆ ในปัจจุบันถือว่าได้รับความนิยมอย่างมาก บทความนี้จึงอยากแนะนำ 3 โปรแกรม ตัดต่อไฟล์เสียง ที่ใช้งานง่ายและได้รับความนิยมอย่างมาก 

แนะนำ 3 โปรแกรมยอดฮิตสำหรับใช้ ตัดต่อไฟล์เสียง

ตัดต่อไฟล์เสียง

ต้องบอกว่าในปัจจุบันนี้โปรแกรมตัดต่อเสียงมีให้เลือกใช้งานค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว โดยแต่ละโปรแกรมก็จะมีรูปแบบและวิธีการใช้งานแตกต่างกันออกไป รวมถึงคุณสมบัติเฉพาะตัวที่อาจเป็นข้อดีของโปรแกรมนั้น ๆ สำหรับใครที่ต้องการ ตัดต่อเสียงฟรี ด้วยโปรแกรมตัดต่อเสียงโดยเฉพาะ วันนี้เรามี 3 โปรแกรมตัดต่อไฟล์เสียง มาแนะนำด้วย ซึ่งจะมีทั้งแบบใช้บน Windows และ Mac ไปดูกันว่า โปรแกรมตัดต่อไฟล์เสียง ฟรี จะมีโปรแกรมใดบ้าง 

ตัดต่อไฟล์เสียง

Audacity (Windows)

เมื่อพูดถึง โปรแกรมตัดต่อเสียง windows 10 แล้ว จะไม่พูดถึงโปรแกรมนี้ไม่ได้เลย เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในโปรแกรมยอดฮิตที่หลายนิยมใช้ในการตัดต่อไฟล์เสียง หรือ ตัดต่อเพลงออนไลน์ ซึ่งเป็นโปรแกรมฟรีแบบ Open Source ที่สามารถใช้งานได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นการตัดเสียงที่ไม่ต้องการออก ตัดเสียงหลายจุด ตัดเสียงรบกวน การใส่เอฟเฟกต์เสียง รวมถึงการวิเคราะห์เสียง และสามารถบันทึกแบบหลายแทร็คเสียงได้อีกด้วย 

ตัดต่อไฟล์เสียง

Garageband (Mac)

โปรแกรมตัดต่อเสียง mp3 ที่อยากจะแนะนำสำหรับคนที่ใช้ Mac เท่านั้น โปรแกรมถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานง่าย เมื่อคลิกเข้าไปในโปรแกรมจะเห็นว่ารูปแบบหน้าต่างจะมีความทันสมัย ซึ่งใช้ในการอัดเสียงต่าง ๆ ได้ โดยสามารถอัดเสียง BGM ผ่านโปรแกรมนี้บนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่าง iPhone หรือ iPad จากนั้นสามารถเชื่อมต่อกลับมาที่ตัวโปรแกรมบน Mac ได้เลย เรียกว่าเป็นจุดเด่นของ โปรแกรม ตัด ต่อ เสียงบันทึก เลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ยังรองรับการทำงานแบบหลายแทร็คได้อีกด้วย

ตัดต่อไฟล์เสียง

WavePad (Mac)

อีกหนึ่งโปรแกรมตัดต่อเสียงที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับ Garageband นับเป็นโปรแกรมแก้ไขเสียงหรือเพลงระดับมืออาชีพเลยก็ว่าได้ เราสามารถใช้ใน การตัดต่อเพลง mp3 หรือเสียงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการตัดเสียงที่ไม่ต้องการออก ตัดเสียงรบกวน ใส่เอฟเฟกต์ ใส่รีเวิร์บ และอื่น ๆ ซึ่งจุดเด่นของโปรแกรมนี้ก็คือสามารถรองรับไฟล์เสียงได้หลายสกุล อีกทั้งยังเปิดสกุลไฟล์ที่ต่างกันในขณะทำงานพร้อมกันได้ด้วย ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาในการแปลงสกุลไฟล์ได้ดี

วิธีเลือกใช้โปรแกรม ตัดต่อไฟล์เสียง ให้เหมาะสม

ตัดต่อไฟล์เสียง

อย่างที่เราทราบกันดีว่าในปัจจุบันการตัดต่อเสียงเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายมาก ๆ เพราะมีโปรแกรม ตัดต่อไฟล์เสียงออนไลน์ ให้เราเลือกใช้อย่างมากมาย หากใครที่ยังเลือกไม่ได้ว่าจะใช้โปรแกรมใดในการตัดต่อเสียง แนะนำให้เลือกโปรแกรมที่อุปกรณ์ของเรารองรับเป็นอันดับแรก จากนั้นพิจารณาคุณสมบัติ รวมถึงวิธีการใช้งานของโปรแกรมนั้น ๆ ว่ายากง่ายมากแค่ไหน วิธีนี้จะช่วยให้เราเลือกได้ว่าโปรแกรมใดที่เหมาะกับการใช้งานมากที่สุด

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
เสียง

แนะนำ 3 แอพตัดต่อเสียงฟรี ใช้ดีในมือถือ รองรับทั้งระบบ Android & iOS 

ในปัจจุบันเราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโทรศัพท์มือถือนั้นเป็นอุปกรณ์ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย สำหรับการทำคอนเทนต์ในปัจจุบัน เราจะเห็นได้ว่างานภาพ วิดีโอและเสียง เป็นองค์ประกอบหลักที่ขาดไปไม่ได้ เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้คอนเทนต์ต่าง ๆ ดูน่าสนใจมากขึ้น ซึ่งโทรศัพท์มือถือในปัจจุบันก็สามารถดาวน์โหลดแอพแต่งภาพ และ แอพตัดต่อเสียงฟรี มาใช้งานได้แล้ว ในวันนี้เราก็มีมาแนะนำทั้งหมด 3 แอพด้วยกัน 

3 แอพตัดต่อเสียงฟรี ใช้งานง่าย มีมือถือเครื่องเดียว ก็ตัดต่อเสียงได้ 

แอพตัดต่อเสียงฟรี

หากย้อนกลับไปในอดีต สำหรับการตัดต่อเสียงนั้นสามารถทำได้โดย โปรแกรมตัดต่อเสียง บนคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ในปัจจุบันนี้การตัดต่อเสียงถือเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ถูกพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทำให้โทรศัพท์มือถือสามารถตัดต่อเสียงได้แล้ว บทความนี้ขอนำเสนอ 3 แอพตัดต่อเสียง ฟรี ใช้งานดีแบบออนไลน์ มาดูกันว่าจะมีแอพพลิเคชั่นใดบ้าง

Super Sound

แอพตัดต่อเสียงฟรี

หนึ่งใน แอพตัดต่อเสียง android ที่ดีที่สุด สามารถทำได้ตั้งแต่การตัดต่อเสียงไปจนถึงการมิกซ์เสียง หากพูดถึงความสามารถในการตัดต่อเสียงนั้น ถือเป็นแอพตัดต่อเสียงที่สามารถทำได้แทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการตัดเสียง แปลงเสียง ม็อดเสียง มอดหลายแทรคควบคุมระดับเสียง และอื่น ๆ อีกมากมาย นับเป็นโปรแกรมที่ใช้งานได้ฟรี แต่จะมีโฆษณาปรากฏขึ้นมารบกวนในขณะทำงานบ้าง

WavePad Sound Editor

แอพตัดต่อเสียงฟรี

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่ง แอปตัดต่อเสียง androidฟรี ที่หลายคนนิยมใช้กัน เพราะจัดเป็นโปรแกรมตัดต่อเสียงที่สมบูรณ์อีกหนึ่งโปรแกรม โดยสามารถตัดเสียง คัดลอก วาง แทรค และรวมคลิปเสียงต่าง ๆ ไว้ได้ ซึ่งสามารถแก้ไขเสียง และเพิ่มเอฟเฟกต์ให้กับเสียงได้ด้วย ในส่วนของข้อเสียนั้นจะอยู่ตรงที่อินเตอร์เฟซของตัวแอพ โดยอินเตอร์เฟซของแอพนี้จะดูค่อนข้างล้าสมัยไปหน่อย 

Lexis Audio Editor

แอพตัดต่อเสียงฟรี

แอพตัดต่อเสียง ios ฟรี ที่เหมาะกับมือใหม่มากเลยทีเดียว เพราะเป็นแอพตัดต่อเสียงที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานในมือถือได้ง่าย โดยจะมีหลากหลายฟังก์ชั่นที่ดูโดดเด่นและน่าใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นระบบการตัดซาวน์เอฟเฟกต์ และการควบคุมระดับเสียง ซึ่งมีระบบที่ช่วยตัดเสียงสัญญาณรบกวน รวมถึงฟังก์ชั่นอย่าง Mixer ที่สามารถแปลงไฟล์เสียงได้อย่างหลากหลาย ถือเป็น แอพตัดต่อเสียง ipad ที่น่าใช้งานอีกหนึ่งแอพเลยก็ว่าได้

เหตุผลที่จำเป็นต้องมี แอพตัดต่อเสียงฟรี โหลดลงในมือถือ 

แอพตัดต่อเสียงฟรี

คอนเทนต์ส่วนใหญ่มักจะนำเสนอในรูปแบบวิดีโอ องค์ประกอบหลัก ๆ ก็คือคลิปและเสียง โดยทั้ง 2 สิ่งนี้จะต้องสัมพันธ์กัน หากภาพและเสียงไม่สัมพันธ์กันก็จะทำให้คนดูไม่เข้าใจคอนเทนต์ของเรา เช่นนี้จึงทำให้ต้องมีการตัดต่อเสียง และอีกหนึ่งกรณีคือการตัดต่อเสียงโดยการมิกซ์เพลงหรือเสียงอื่น ๆ เข้าไป เพื่อให้ได้เสียงที่แปลกใหม่ นอกจากนี้ยังมีการใช้ โปรแกรม ตัด ต่อ เสียงบันทึก และการตัดต่อเสียงในรูปแบบอื่น ๆ อีกด้วย 

อ่านบทความอื่นๆ: