Categories
มือใหม่

แนะนำ 3 แอพแต่งรูปบนมือถือ ฟรี ใช้งานง่าย ได้รูปสวยตามที่ต้องการ

ทุกวันนี้การแต่งรูปด้วยตัวเองเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายมาก ๆ เพราะมีโปรแกรมหรือแอพลิเคชั่นที่สามารถใช้งานได้บนมือถือ ทำให้หลาย ๆ คนสามารถตัดต่อหรือแต่งรูปด้วยตัวเองได้ง่ายขึ้น สำหรับบทความนี้เราขอแนะนำ 3 แอพแต่งรูปบนมือถือ ใช้งานฟรี 2023 บอกเลยว่าแต่ละแอพลิเคชั่นนั้นไม่ธรรมดา เพราะมีฟังก์ชั่นต่าง ๆ ให้เลือกใช้งานกันอย่างมากมาย และจะมีแอพใดบ้าง มาดูกันเลย 

รวม 3 แอพแต่งรูปบนมือถือ ที่ใช้งานง่ายและได้รับความนิยม

แอพแต่งรูปบนมือถือ

หากกล่าวถึงแอพลิเคชั่นแต่งรูปบนมือถือ แน่นอนว่าจะมีอยู่หลายแอพด้วยกัน ซึ่งทำให้ใครหลาย ๆ คนเลือกใช้ไม่ถูก เพราะมีหลายแอพลิเคชั่นที่ดูน่าใช้งาน สำหรับมือใหม่ที่อยากจะมีแอพแต่งรูปสวย ๆ ไว้ในมือถือ วันนี้เราจะขอแนะนำ แอพแต่งรูปฟรี 2023 ใช้ดีจนต้องบอกต่อ บอกเลยว่าแต่ละแอพนั้นมีจุดเด่นเป็นของตัวเอง มาดูกันว่า 3 แอพแต่งรูป บนมือถือ ปัง ๆ มีแอพใดบ้าง 

แอพแต่งรูปบนมือถือ

Photo & Video Editor

เรียกได้ว่าเป็นแอพแต่งรูปที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานพอสมควร เนื่องจากเป็นแอพลิเคชั่นแต่งรูปที่ถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้ง่าย เหมาะกับการใช้เป็น แอพแต่งรูปคน มากทีเดียว เพราะมีฟิลเตอร์ให้เลือกใช้มากมาย อีกทั้งยังสามารถปรับแต่งความสว่าง ความชัด แสงและเงาในรูปคนได้ดี นอกจากนี้ยังถือเป็น แอพแต่งโทนสีรูป ฟรี เพราะมีเมนูแก้ไขเม็ดสีในภาพที่เพี้ยนให้ดูเป็นปกติได้อีกด้วย

แอพแต่งรูปบนมือถือ

Snapseed

อีกหนึ่ง app แต่งรูปฟรี ที่ควรจะมีติดไว้ในมือถือ เพราะเป็นแอพแต่งรูปที่เต็มไปด้วยฟีเจอร์ต่าง ๆ มากมายให้เราได้แต่งรูปภาพแบบสมบูรณ์ โดยจะมีเครื่องมือในการลบคนและวัตถุออก พร้อมรีทัชรอยดำคล้ำต่าง ๆ บนใบหน้าให้เรียบเนียนขึ้น อีกทั้งยังมีฟิลเตอร์และเลนส์เบลอให้ได้ใช้กันอีกด้วย สำหรับใครที่กำลังตามหา แอพแต่งรูปเนียนๆ Snapseed น่าจะเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี 

แอพแต่งรูปบนมือถือ

PicsArt Photo & Video Editor

ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งแอพลิเคชั่นแต่งรูปที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะมีตั้งแต่ฟังก์ชั่นที่ใช้งานง่ายไปจนถึงฟังก์ชั่นที่ใช้งานยาก ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมือโปรก็ใช้งานได้ สำหรับใครที่กำลังตามหา แอพแต่งรูปขายของ อยู่ แอพนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นการตัดต่อเป็นหลัก โดยจะมีสติกเกอร์ การเพิ่มข้อความ กรอบรูป รวมถึงฟิลเตอร์เลนส์ให้เลือกใช้ อีกทั้งยังสามารถสร้างเทมเพลต และไดคัทรูปได้ และนอกจากใช้แต่งรูปได้แล้ว ยังสามารถตัดต่อวิดีโอได้อีกด้วย 

เทคนิคการเลือก แอพแต่งรูปบนมือถือ ให้ตอบโจทย์การใช้งาน

แอพแต่งรูปบนมือถือ

หากใครยังเลือกไม่ได้ว่าจะใช้แอพแต่งรูปใช้งานบนมือถือ แอพไหนดี ควรให้พิจารณาจากอุปกรณ์ที่เราใช้งานว่าเหมาะกับโปรแกรมหรือแอพลิเคชั่นนั้นหรือไม่ หากใช้บนมือถือก็ควรเป็นแอพที่มีขนาดความจุที่มือถือสามารถรองรับได้ นอกจากนี้ควรให้ความสำคัญกับ วิธีแต่งรูปในโทรศัพท์ โดยพิจารณาจากการรีวิววิธีใช้งานเบื้องต้น เพื่อให้ทราบว่าแอพใดที่ตอบโจทย์การใช้งานของเรามากที่สุด

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย: ufaball.bet

Categories
เทคนิค

สอนตัดต่อวิดีโอ capcut ด้วยเทคนิควิดีโอซ้อนวิดีโอแบบง่าย ๆ ในมือถือ 

ในปัจจุบันการตัดต่อวิดีโอเพื่อนำไปใช้งาน หรือแชร์ลงในสื่อโซเชียลมีเดียตามแพลตฟอร์มต่าง ๆ ถือเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะทุกวันนี้ทุกคนสามารถเข้าถึงสื่อดังกล่าวได้ง่าย และนอกจากคลิปวิดีโอเหล่านั้นจะให้ความรู้แล้ว ยังให้ความบันเทิงแก่คนดูอีกด้วย บทความนี้จะมา สอนตัดต่อวิดีโอ capcut ด้วยเทคนิคการซ้อนวิดีโอ ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ จากวิดีโอหลักที่นำเสนออยู่ได้ 

ขั้นตอนการ สอนตัดต่อวิดีโอ capcut ด้วยเทคนิควิดีโอซ้อนวิดีโอ

สอนตัดต่อวิดีโอ capcut

การตัดต่อวิดีโอด้วยเทคนิคซ้อนวิดีโอจากแอพ CapCut ทำได้ง่ายมาก ๆ ซึ่งเราจะมา สอน ตัดต่อวิดีโอ ด้วยเทคนิคดังกล่าว แต่ก่อนอื่นจะต้องเตรียมคลิปวิดีโอหลัก 1 คลิป และคลิปวิดีโอที่ต้องการจะซ้อนทับลงไปอีก 1 คลิป เพียงเท่านี้ก็สามารถนำไปตัดต่อตามความต้องการได้แล้ว สำหรับใครที่ต้องการจะตัดต่อวิดีโอด้วยเทคนิคดังกล่าว มาดูกันว่าการ สอนตัดต่อวิดีโอcapcut ด้วยเทคนิคซ้อนวิดีโอนี้จะมีขั้นตอนอะไรบ้าง 

สอนตัดต่อวิดีโอ capcut
  1. การเพิ่มวิดีโอหลักและวิดีโอซ้อน

เมื่อเข้ามาใน Capcut แล้ว กดไปที่เมนู “โปรเจกต์ใหม่” จากนั้นเลือกคลิปวิดีโอหลัก 1 คลิป เสร็จแล้วกด “เพิ่ม” ต่อมาทำการปิดเสียงคลิป ต่อมาเลื่อนเส้นหลักสีขาวที่อยู่ในไทม์ไลน์วิดีโอไว้ด้านหน้าสุด จากนั้นกดไปที่ “ภาพซ้อน” > “เพิ่มโอเวอร์เลย์” เลือกคลิปวิดีโอที่จะซ้อนทับลงไป 1 คลิป เสร็จแล้วกด “เพิ่ม” จากนั้นจัดวางคลิปไว้ในตำแหน่งที่ต้องการ 

สอนตัดต่อวิดีโอ capcut
  1. เลือกรูปแบบของวิดีโอซ้อน

ไม่ว่าจะ ใช้แอพอะไรตัดต่อวีดีโอ ต้องปิดเสียงคลิปที่ซ้อนเข้ามาก่อน ให้เลือกเมนู “ระดับเสียง” และปรับระดับเสียงเป็น 0 จากนั้นกด “√” ในกรณีที่ต้องการให้วิดีโอซ้อนเป็นกรอบขนาดเล็ก เลือกเมนู “มาสก์” เสร็จแล้วกด “√” ในกรณีที่ไม่ต้องการให้วิดีโอซ้อนมีกรอบและพื้นหลัง ให้เลือกเมนู “ภาพซ้อน” กดที่วิดีโอ ตามด้วยคำสั่ง “มาสก์” เลือก “ไม่มี” > “√” จากนั้นจัดวางไว้ในตำแหน่งที่ต้องการ 

สอนตัดต่อวิดีโอ capcut
  1. การลบพื้นหลังวิดีโอซ้อน

ในกรณีที่ไม่ต้องการให้วิดีโอซ้อนมีกรอบและพื้นหลัง เริ่มต้นจากการกดไปที่คำสั่ง “คัตเอาท์” ตามด้วย “ลบพื้นหลัง” เสร็จแล้วปรับขนาดและวางในตำแหน่งที่ต้องการ และถ้าหากต้องการจะตรวจสอบรายละเอียดของวิดีโอให้แน่ใจก็สามารถกดเล่นวิดีโอเพื่อเช็คดูได้ หากไม่มีความผิดปกติใด ๆ สามารถเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปได้เลย สำหรับใครที่สงสัยว่า CapCut ตัดต่อดีไหม ต้องบอกว่าดีสำหรับมือใหม่และมือโปรเลยทีเดียว

สอนตัดต่อวิดีโอ capcut
  1. การบันทึกวิดีโอ

เมื่อ ตัดต่อวิดีโอ เสร็จแล้วให้ตรวจสอบความเรียบร้อย โดยกดเล่นวิดีโออีกครั้งเพื่อเช็คให้แน่ใจว่าได้วิดีโอตามที่ต้องการแล้ว และหลังจากตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว เลือกเมนูตั้งค่าความละเอียดและอัตราเฟรมของวิดีโอที่อยู่ด้านบนสุด แนะนำให้ปรับค่าความละเอียดและอัตราเฟรมของวิดีโอตามประสิทธิภาพของมือถือ จากนั้นกดบันทึกเพียงเท่านี้ก็จะได้วิดีโอตามที่ต้องการแล้ว

สอนตัดต่อวิดีโอcapcut ตัดส่วนเกินออกง่าย ๆ ในมือถือ

สอนตัดต่อวิดีโอ capcut

ในกรณีที่วิดีโอหลักและวิดีโอซ้อนมีความยาวไม่เท่ากัน เราสามารถตัดส่วนเกินของวิดีโอออกไปได้ โดยให้เลื่อนเส้นสีขาวที่อยู่ในช่องไทม์ไลน์ของวิดีโอไปอยู่ในตำแหน่งของวิดีโอส่วนเกิน จากนั้นกดที่คำสั่ง “แบ่งฉาก” กดที่วิดีโอส่วนเกิน ตามด้วยคำสั่ง “ลบ” เพียงเท่านี้วิดีโอที่เป็นส่วนเกินก็จะถูกลบออกแล้ว สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกใช้ โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ ตัวไหนดี CapCut ก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลย

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย: hilo-88.net

Categories
เสียง

แนะนำ 3 เว็บแต่งเพลง สำหรับมือใหม่และมือโปรที่อยากทำเพลงด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ 

ในปัจจุบันเทคโนโลยีถูกพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด ทำให้มนุษย์สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น เช่นเดียวกับการแต่งเพลง โดยปกติก่อนจะได้เพลงหนึ่งเพลงให้เราฟังนั้นต้องผ่านกระบวนการต่าง ๆ มากมาย ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร แต่ในปัจจุบันเราสามารถใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการแต่งเพลงได้แล้ว นั่นก็คือ เว็บแต่งเพลง นั่นเอง ซึ่งจะมีทั้งเว็บไซต์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในการแต่งเนื้อเพลง และเว็บไซต์แต่งดนตรีให้กับเพลงโดยเฉพาะ 

3 เว็บแต่งเพลง สามารถใช้งานง่าย ใช้แต่งเพลงและทำนองได้ไม่กี่ขั้นตอน

เว็บแต่งเพลง

ต้องบอกก่อนว่าเว็บไซต์แต่งเพลงที่เราจะแนะนำดังต่อไปนี้จะมีทั้งเว็บไซต์ที่ออกแบบมาสำหรับแต่งเนื้อเพลงเท่านั้น และเว็บแต่งเพลงที่ออกแบบมาเพื่อช่วยครีเอทดนตรีหรือท่วงทำนองให้กับเพลงโดยเฉพาะ หากใครที่เพิ่งเริ่มต้น แต่งเพลงเอง สั้นๆ แล้วยังไม่รู้จะแต่งดนตรีหรือใส่ทำนองเพลงยังไงก็สามารถใช้บริการ เว็บ แต่งเพลง ต่อไปนี้ได้เลย ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันว่าจะมีเว็บไซต์ใดที่มีไว้สำหรับแต่งเนื้อเพลง และเว็บไซต์ใดมีไว้สำหรับแต่งดนตรีเพลงโดยเฉพาะ

เว็บแต่งเพลง

Tupleblog

เว็บไซต์แต่งเนื้อเพลงโดยเฉพาะด้วย AI ซึ่งพัฒนาโดย Tupleblog ซึ่งจะใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือเรียกสั้น ๆ กันว่า “AI” เมื่อเข้าสู่หน้าเว็บไซต์แล้วจะมีช่องให้เติมคำขึ้นต้นเพลง และเลือกความยาวของเนื้อเพลงได้ โดย AI จะเรียนรู้เนื้อเพลงจากเว็บไซต์ Siamzone เมื่อประมวลผลเสร็จแล้วจะทำการ แจกเนื้อเพลงฟรี โดยจะมีเนื้อเพลงปรากฏขึ้นมาตามความยาวที่เรากำหนด

เว็บแต่งเพลง

Song Maker

เว็บไซต์ แต่งเพลงฟรี เปิดตัวในปี 2016 ต้องบอกว่าระบบการทำงานนั้นถูกออกแบบมาให้เราสามารถใช้งานได้ง่ายมาก ๆ สำหรับมือใหม่ที่อยากลอง แต่งเพลงเองง่ายๆ โดยเริ่มจากแต่งทำนองเสียงดนตรีต่าง ๆ ก็สามารถเข้าไปใช้บริการได้เลย แต่เว็บไซต์นี้จะไม่สามารถใช้เครื่องดนตรีได้หลายชนิดในหนึ่งเพลง หากต้องการใช้เครื่องดนตรีหลายชนิดในหนึ่งเพลงอาจต้องบันทึกแล้วนำไปตัดต่ออีกที 

เว็บแต่งเพลง

AIVA

Aiva เป็นเว็บสำหรับแต่งเสียงดนตรีให้กับเพลง ก่อตั้งขึ้นในปี 2016 ออกแบบมาให้สามารถใช้ ai ทำเพลง ได้ โดยมีวิธีการทำเพลงง่าย ๆ โดยเข้าไปยังหน้าเว็บไซต์แล้วครีเอทแทร็คตามที่ต้องการได้เลย ซึ่งจะมีแนวเพลงให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย เรียกว่าเป็น เว็บแต่งเพลงภาษาอังกฤษ ที่ใช้งานง่ายมาก ๆ เพราะ AI จะเป็นตัวจัดการให้เกือบทั้งหมด เมื่อแต่งเสร็จแล้วสามารถดาวน์โหลดเพลงได้ฟรี 3 ครั้ง หลังจากนั้นจะมีค่าบริการ 

เทคนิคการเลือกใช้บริการ เว็บแต่งเพลง ให้ตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด

เว็บแต่งเพลง

เราจะเห็นได้ว่าเว็บไซต์แต่งเพลงแต่ละเว็บจะมีรูปแบบการใช้งานแตกต่างกันออกไป สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่ชำนาญในการแต่งเพลงก็สามารถเลือกใช้บริการเว็บไซต์ที่มีเครื่องมือและวิธีใช้งานที่ง่ายและสะดวกที่สุด หรือสำหรับใครที่ไม่ถนัดในการแต่งเพลงด้วยเว็บไซต์ก็สามารถเลือกใช้ แอพช่วยแต่งเพลง ในมือถือได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามความสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าเราใช้เว็บไซต์หรือโปรแกรมใดในการแต่งเพลง แต่อยู่ที่ว่าผลงานที่ได้นั้นตอบโจทย์เรามากแค่ไหน

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย: hilo-88.net

Categories
กราฟิก

แนะนำ 3 แอปออกแบบโลโก้บนมือถือ ใช้งานง่าย ทำได้ด้วยตัวเอง 2023 

โลโก้ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยทำให้แบรนด์เป็นที่น่าจดจำมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการออกแบบโลโก้จึงจำเป็นต้องใส่ใจในรายละเอียดมากเป็นพิเศษ สำหรับใครที่ต้องการสร้างโลโก้แบรนด์ด้วยตัวเองง่าย ๆ ในปัจจุบันก็มีโปรแกรมและแอพพลิเคชั่นให้เลือกใช้กันมากมาย และบทความนี้เราก็จะมาแนะนำ 3 แอปออกแบบโลโก้บนมือถือ ที่สามารถใช้งานได้ง่าย ออกแบบเองได้ไม่ยาก 

บอกต่อ 3 แอปออกแบบโลโก้บนมือถือ ใช้ได้ทั้งมือใหม่และมือโปร

แอปออกแบบโลโก้บนมือถือ

ปัจจุบันมือถือถูกพัฒนาให้สามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลายด้านมากขึ้น จึงทำให้เราทำสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น อย่างเช่นการออกแบบงานกราฟิก ต้องบอกว่า กราฟิกดีไซน์ คือ สิ่งที่เราทุกคนสามารถทำได้ด้วยตัวเองแล้ว ถึงแม้ว่าการใช้โปรแกรมบางอย่างอาจจะมีความซับซ้อน แต่ก็ยังมีแอพพลิเคชั่นที่สามารถใช้งานบนมือถือได้ไม่ยาก สำหรับใครที่อยากออกแบบกราฟิกหรือออกแบบโลโก้ให้กับแบรนด์ตัวเอง วันนี้เรามี 3 แอปออกแบบโลโก้ บนมือถือ มานำเสนอด้วย 

แอปออกแบบโลโก้บนมือถือ

Canva

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Canva เป็นแอพพลิเคชั่น ออกแบบ กราฟิกดีไซน์ ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ ซึ่งรองรับทั้งระบบ iOS และ Android สามารถดาวน์โหลดฟรีได้ใน App Store หรือ Play Store ภายในแอปจะมีเท็มเพลตหรือรูปแบบสำเร็จของโลโก้ให้เลือกใช้มากมาย รวมถึงองค์ประกอบต่าง ๆ ก็มีค่อนข้างเยอะทีเดียว แต่ถ้าหากต้องการฟีเจอร์อื่น ๆ ก็สามารถอัพเกรดเป็นเวอร์ชั่น Pro ได้ แต่จะต้องเสียค่าบริการ 

แอปออกแบบโลโก้บนมือถือ

Watercolor Logo Maker

อีกหนึ่งแอป กราฟิก ดีไซน์ พื้น หลัง กราฟิก ที่สามารถใช้ออกแบบโลโก้ได้ง่าย โดยจะมาในรูปแบบที่ให้เราระบายสีน้ำ ซึ่งต้องเลือกรูปทรงและใส่ข้อความด้วยตัวเอง ถือเป็นแอปออกแบบโลโก้ที่ให้พื้นที่กับทุกคนได้แสดงความสามารถและสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างเต็มที่ สำหรับเวอร์ชั่นฟรีจะมีลายน้ำติดมาด้วย ซึ่งต้องบันทึกไฟล์ JPG เท่านั้น หากต้องการเอาลายน้ำออกและบันทึกเป็นไฟล์ PNG ต้องเสียค่าบริการเพิ่ม

แอปออกแบบโลโก้บนมือถือ

Logo Maker – Create a Design

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแอปเกี่ยวกับงาน กราฟิกดีไซน์ สวยๆ ที่สามารถใช้งานได้ง่าย ภายในแอปจะมีโลโก้ต่าง ๆ ที่ถูกแบ่งไว้ตามประเภทของร้าน ทำให้เราสามารถเลือกใช้งานได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ การวาดเส้น หรือการเขียนข้อความก็ทำเองได้ง่าย ๆ สำหรับเวอร์ชั่นฟรีจะบันทึกโลโก้เป็นไฟล์ JPG และมีลายน้ำติดมาด้วย หากต้องการลบลายน้ำออกและบันทึกไฟล์เป็น PNG จะต้องเสียค่าบริการเพิ่ม

คำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกใช้ แอปออกแบบโลโก้บนมือถือ เลือกอย่างไรดี

แอปออกแบบโลโก้บนมือถือ

อย่างที่ทราบกันว่าแอปสำหรับออกแบบโลโก้บนมือถือ ในปัจจุบันนั้นมีให้เลือกใช้ค่อนข้างเยอะ เพราะฉะนั้นการพิจารณาคุณสมบัติของแต่ละแอพพลิเคชั่นจึงมีความสำคัญ กราฟิก ดีไซเนอร์ คือ ผู้ที่ออกแบบงานกราฟิกต่าง ๆ และต้องมีความชำนาญในการใช้โปรแกรมหรือแอพพลิเคชั่นมากพอสมควร แต่สำหรับบุคคลทั่วไปที่อยากจะออกแบบ กราฟิก หรือโลโก้ด้วยตัวเอง จำเป็นต้องเลือกแอปที่มีวิธีการใช้งานง่าย และคุณสมบัติโดยรวมต้องตอบโจทย์มากที่สุด

อ่านบทความอื่นๆ: 

สนับสนุนโดย: sa-game.bet

Categories
มือใหม่

เทคนิคการ แต่งรูป Snapseed คุมโทน ทำได้ง่าย ได้ภาพสีสวยตามที่ต้องการ 

เมื่อพูดถึงแอพแต่งรูปยอดนิยม เชื่อว่าหลายคนน่าจะมีความคุ้นเคยกับ Snapseed เป็นอย่างดี เพราะถือได้ว่าเป็นหนึ่งในแอพลิคชั่นแต่งรูปที่สามารถปรับแต่งได้ง่าย วิธีการใช้งานไม่ซับซ้อน ทำให้มือใหม่และมือโปรสามารถแต่งรูปได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว และที่สำคัญเราสามารถ แต่งรูป Snapseed ได้แบบฟรีอีกด้วย ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งใน iOS และ Android 

วิธีการ แต่งรูป Snapseed คุมโทนสีให้ดูเนียนตา

แต่งรูป Snapseed

แบ่งปันเทคนิคการแต่งรูปด้วยแอพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า “Snapseed” โดยจะเน้นการปรับแต่งโทนสีต่าง ๆ เพื่อให้ได้บรรยากาศของภาพตามความต้องการ เรียกได้ว่าเป็นการ แต่งภาพบุคคล Snapseed สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่ชำนาญก็สามารถนำเทคนิคที่จะแนะนำดังต่อไปนี้ไปทำตามและปรับแต่งตามความเหมาะสมได้เลย หากพร้อมแล้วเราไปดูกันว่าการ แต่งรูปSnapseed ด้วยโทนต่าง ๆ มีขั้นตอนอะไรบ้าง

แต่งรูป Snapseed

โทนธรรมชาติ

ก่อนอื่นให้เลือกรูปถ่ายที่มีต้นไม้สีเขียวและท้องฟ้า โดยจะเน้นปรับแต่งให้ท้องฟ้ามีความสดใสมากขึ้น เริ่มต้น แต่งรูป snapseed ธรรมชาติ ด้วยการกดไปที่เครื่องมือ “ปรับแต่งภาพ” ปรับความสว่าง +50, คอนทราสต์ -40, ความอิ่มตัว +30, บรรยากาศ +30, ไฮไลต์ -40, เงา +20 และความอบอุ่น +5 เสร็จกด “√” ต่อมาไปที่ “แปรง” > “ความอิ่มตัว” เลือกสัญลักษณ์รูปตา ระบายส่วนที่เป็นท้องฟ้าทั้งหมด ปรับให้ภาพดูสดใสขึ้น เสร็จแล้วกด “√” และไปที่ “ปรับเฉพาะส่วน” ปรับให้ใบหน้าและผิวของคนสว่างขึ้น

แต่งรูป Snapseed

โทนเกาหลี

เริ่มต้นด้วยการเลือกรูปโทนสีสว่าง เน้นให้มีสีขาวหรือสีครีมเป็นหลัก และปรับความคมชัด โดยกดไปที่ “รายละเอียด” จากนั้นปรับค่าโครงสร้าง +10 และความคมชัด +15 ต่อมากดไปที่เมนู “ปรับแต่งภาพ” ให้ตั้งความสว่าง +35, คอนทราสต์ +29, ความอิ่มตัว +10, บรรยากาศ +15, ไฮไลต์ +12, เงา +22 และความอบอุ่น +15 เสร็จแล้วปรับโทนสีด้วยเมนู “เส้นโค้ง” ปรับเส้น RGB เพิ่มความสว่าง จุดนี้สามารถปรับ แต่งรูป snapseed โทนเกาหลี ให้สว่างตามที่ต้องการได้เลย

แต่งรูป Snapseed

โทนคาเฟ่

สำหรับการ แต่งรูปโทน คาเฟ่ Snapseed ให้เลือกรูปที่ถ่ายในคาเฟ่ โดยจะแต่งออกมาในสไตล์มินิมอล เมื่อเลือกรูปเสร็จแล้วให้กดไปที่ “รายละเอียด” จากนั้นปรับโครงสร้าง +45 และความคมชัด +32 ต่อมากดไปที่เมนู “ปรับแต่งรูป” ตั้งค่าความสว่าง +54, คอนทราสต์ +32, ความอิ่มตัว -10, บรรยากาศ 36, ไฮไลต์ +25, เงา -16 และความอบอุ่น +10 บรรยากาศและโทนสีสว่างจะทำให้ภาพดูคลีนมากขึ้น ต่อมาปรับ “ไวท์บาลานซ์” ลดอุณหภูมิ -5 ตามด้วย “เส้นโค้ง” จากนั้นปรับเส้น RGB ให้ภาพสว่างตามที่ต้องการ

แต่งรูป Snapseed

โทนดาร์ก

เลือกรูปแนวดาร์ก ๆ จากนั้นเข้าไปที่เมนู “รายละเอียด” ปรับโครงสร้าง -50 และความคมชัด +25 ต่อมากดไปที่เมนู “ปรับแต่งภาพ” ตั้งค่าความสว่าง -50, คอนทราสต์ +40, ความอิ่มตัว +10, บรรยากาศ -39, ไฮไลต์ +30, เงา -30 และความอบอุ่น -30 จากนั้นไปที่ “ไวท์บาลานซ์” ลดค่าอุณหภูมิ -10 เพื่อให้รูปภาพออกแนวดาร์ก ๆ โทนสีน้ำเงิน นอกจากนี้สามารถปรับ แต่งรูป snapseedโทนดาร์ก เพิ่มเติมตามความต้องการได้เลย 

คำแนะนำสำหรับมือใหม่เพิ่งหัดแต่งรูป Snapseed

แต่งรูป Snapseed

เทคนิคการแต่งรูปโทนต่าง ๆ ข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่จะช่วยทำให้รูปภาพของคุณมีความสวยงามตามสไตล์ที่ต้องการ แต่ทั้งนี้การปรับแต่งโทนต่าง ๆ อาจแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย เนื่องจากแต่ละรูปภาพมีลักษณะและองค์ประกอบ รวมถึงโทนสีที่ไม่เหมือนกัน 100% เพราะฉะนั้นเมื่อแต่งรูปใน Snapseed ตามเทคนิคข้างต้นแล้ว สามารถปรับแต่งเองเพิ่มเติมเพื่อให้ได้รูปภาพตามความต้องการได้เลย

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย: sa-game.bet

Categories
เทคนิค

เรียนรู้ พื้นฐาน ตัดต่อวิดีโอ จากแอพลิเคชั่น InShot ในโทรศัพท์มือถือ 

หากพูดถึงแอพลิเคชั่นตัดต่อวิดีโอ ต้องบอกว่าในปัจจุบันนี้มีให้เลือกใช้กันอย่างมากมายเลยทีเดียว ซึ่งจะมีทั้งแบบใช้ฟรีและเสียเงิน สำหรับวันนี้เราขอแนะนำแอพลิเคชั่นตัดต่อวิดีโอที่มีชื่อว่า “InShot” ซึ่งถือเป็นแอพตัดต่อวิดีโอที่ใครหลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะใช้งานง่ายและมีลูกเล่นต่าง ๆ ที่สามารถแต่งวิดีโอได้ไม่ยาก บทความนี้เราจะสอน พื้นฐาน ตัดต่อวิดีโอ จากแอพ InShot แบบง่าย ๆ ที่มือใหม่ทำตามได้ไม่ยาก 

ขั้นตอนการเรียนรู้ พื้นฐาน ตัดต่อวิดีโอ จากแอพ InShot

พื้นฐาน ตัดต่อวิดีโอ

อย่างที่ทราบกันดีว่า InShot เป็นแอพลิเคชั่นตัดต่อวิดีโอที่สามารถใช้งานได้ง่าย แถมยังใช้งานได้ฟรีอีกด้วย แต่ทว่าฟังก์ชั่นบางอย่างนั้นต้องเสียเงิน สำหรับใครที่สงสัยว่า การตัดต่อวิดีโอ คืออะไร วันนี้เราจะมาให้คำตอบกับคุณโดยการสอนเทคนิคการตัดต่อวิดีโอด้วยแอพ InShot ซึ่งบทความนี้จะให้มือใหม่ได้เรียนรู้ พื้นฐานตัดต่อวิดีโอ แบบง่าย ๆ ที่มีขั้นตอนไม่ซับซ้อน และจะมีขั้นตอนอะไรบ้าง มาดูกันเลย 

พื้นฐาน ตัดต่อวิดีโอ
  1. การเพิ่มไฟล์วิดีโอและปรับองค์ประกอบพื้นฐาน

เมื่อกดเข้ามาในแอพ InShot แล้วให้เลือกเมนู “วิดีโอ” จากนั้นกดที่ “ใหม่ (+)” และเลือกวิดีโอหรือรูปภาพที่ต้องการจะตัดต่อได้เลย เมื่อเลือกเสร็จแล้วให้กด “√” ต่อมาจะเริ่มเข้าสู่ ขั้นตอนการตัดต่อวิดีโอ โดยเลือกปรับขนาดของวิดีโอก่อน กดที่เมนู “ผ้าใบ” จากนั้นเลือกขนาดแนวตั้งหรือแนวนอนตามที่ต้องการ ในกรณีที่จะปรับระดับของการเล่นวิดีโอก็สามารถกดเลือก “ความเร็ว” และปรับความเร็ววิดีโอตามที่ต้องการได้เลย

พื้นฐาน ตัดต่อวิดีโอ
  1. การเพิ่มลูกเล่นให้กับวิดีโอ

เราจะเริ่ม สอนตัดต่อวีดีโอในโทรศัพท์ ด้วยการเพิ่มลูกเล่น ซึ่งใน InShot จะมีสติกเกอร์ ข้อความ และพื้นหลัง สำหรับการใส่สติกเกอร์ให้กดที่เมนู “สติกเกอร์” เลือกแบบที่ต้องการแล้วกด “√”, การเพิ่มข้อความให้กด “ข้อความ” แล้วพิมพ์ข้อความลงไป เลือกฟอนต์ สีและขนาดตามที่ต้องการ เสร็จแล้วกด “√” ส่วนเมนู “พื้นหลัง” จะมีแบบเบลอ สี ไล่สี และลาย สามารถเลือกแบบที่ชอบและกด “√”

พื้นฐาน ตัดต่อวิดีโอ
  1. การเพิ่มเพลงและเอฟเฟกต์

หากต้องการใส่เพลงหรือเอฟเฟกต์ให้กับวิดีโอสามารถกดไปที่เมนู “เพลง” โดยจะมีตัวเลือก “เพลง”, “เอฟเฟก” และ “บันทึก” ปรากฏขึ้นมา หากจะเพิ่มเพลงก็ให้กดที่ “เพลง” และเลือกเพลงที่มีให้ หรือจะ Import เพลงในมือถือด้วยตัวเลือก “เพลงของฉัน” ก็ได้ ส่วนใครที่อยากจะอัดเสียงลงไปในวิดีโอก็ให้กดที่ตัวเลือก “บันทึก” ได้เลย เสร็จแล้วกด “√” สำหรับระดับเสียงสามารถปรับที่ “ปริมาณ” ได้

พื้นฐาน ตัดต่อวิดีโอ
  1. การบันทึกไฟล์วิดีโอ

หลังจาก สอน ตัดต่อ วีดีโอ มือใหม่ เสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อมาก็คือการบันทึกไฟล์หรือบันทึกวิดีโอที่ได้ตัดต่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยเริ่มต้นด้วยการกดที่คำสั่ง “บันทึก” ซึ่งอยู่ด้านขวาบนของหน้าจอ จากนั้นเลือกความละเอียดของภาพ, เฟรมเรต และขนาดโดยประมาณของวิดีโอได้เลย เสร็จแล้วกด “บันทึก” หลังจากนั้นเมื่อดาวน์โหลดจนครบ 100% แล้วจะได้วิดีโอที่ตัดต่อตามที่ต้องการ 

พื้นฐานตัดต่อวิดีโอ วิธีลบลายน้ำ InShot ได้แบบง่าย ๆ แบบไม่ต้องเสียเงิน

พื้นฐาน ตัดต่อวิดีโอ

แอพลิเคชั่นตัดต่อวิดีโอ ฟรีมักจะมีลายน้ำติดมาด้วย เช่นเดียวกับ โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อย่าง InShot ในกรณีที่ต้องการลบลายของ InShot ออก สามารถแตะที่ลายน้ำแล้วกดเครื่องหมายกากบาทเพื่อลบลายน้ำออก หลังจากนั้นกดตัวเลือก “ลบฟรี” ต่อมาจะมีโฆษณาปรากฏขึ้น ให้รอโฆษณาเล่นจนครบตามเวลาที่กำหนด เสร็จแล้วปิดด้วยปุ่มกากบาทที่อยู่มุมขวาบนได้เลย เพียงเท่านี้ลายน้ำของ InShot ก็จะหายไปแล้ว

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย: sa-game.bet

Categories
เสียง

เทคนิคการ แทรกเสียงใน powerpoint แบบง่าย ๆ ด้วยตัวเอง มือใหม่ทำได้ไม่ยาก 

PowerPointเป็นโปรแกรมนำเสนอในชุดโปรแกรมไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ ซึ่งสามารถใช้งานบน PC, Mac รวมถึงอุปกรณ์เคลื่อนที่อื่น ๆ เรียกได้ว่าเป็นโปรแกรมที่เปิดโอกาสให้เราได้สร้างผลงานนำเสนอ ภายในโปรแกรมจะมีเท็มเพลตและองค์ประกอบอื่น ๆ ให้เลือกใช้งาน เราสามารถเพิ่มข้อความ รูปภาพ และวิดีโอลงไปได้ โดยรวมถือว่าใช้งานง่าย แต่ทว่าการเพิ่มเสียงหรือ แทรกเสียงใน powerpoint นั้น เป็นสิ่งที่มือใหม่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร

ขั้นตอนและวิธีการ แทรกเสียงใน powerpoint ง่าย ๆ

แทรกเสียงใน powerpoint

สำหรับมือใหม่หรือใครก็ตามที่ยังไม่รู้วิธีการ ทําpowerpoint เป็นวีดีโอ มีเสียง บทความนี้จะมาสอนขั้นตอนและวิธีการแทรกเสียงในโปรแกรม PowerPoint บอกเลยว่าวิธีการทำนั้นไม่ยากเลย แต่ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอน แนะนำให้สร้างผลงานนำเสนอที่ต้องการจะ แทรกเสียง ใน powerpoint ก่อน และควรเตรียมเพลงหรือเสียงดนตรีที่จะใช้เพิ่มเข้าไปในงานนำเสนอให้พร้อมด้วย เสร็จแล้วมาดูกันว่าการแทรกเสียงต้องทำอย่างไรบ้าง 

แทรกเสียงใน powerpoint

ขั้นตอนที่ 1

ขั้นตอนแรกเปิด PowerPoint ที่ต้องการจะทำการแทรกเสียง จากนั้นคลิกที่แถบ “แทรก” เลือก “เสียง” > “เสียงบนพีซีของฉัน” ต่อมาเลือก เสียงดนตรีใส่ powerpoint หรือเสียงอื่น ๆ ที่ต้องการ จากนั้นคลิก “แทรก” จะสังเกตเห็นรูปลำโพงปรากฏขึ้น ให้จัดวางไว้ในตำแหน่งด้านขวาบน ต่อมาคลิกรูปลำโพง ตามด้วยคลิก “เล่นแบบเบื้องหลัง” หลังจากนั้นพาวเวอร์พอยต์จะทำการเซ็ตค่าให้อัตโนมัติ ซึ่งเสียงพื้นหลังอาจดังกว่าเสียงบันทึก เพราะฉะนั้นให้ตั้งค่าที่ “ระดับเสียง” เลือก “เบา”

แทรกเสียงใน powerpoint

ขั้นตอนที่ 2

กรณีที่เราตั้งค่าการเล่นเท่านั้น แต่ไม่ได้ตั้งค่าภาพเคลื่อนไหว เสียงพื้นหลังและเสียงอื่น ๆ จะไม่เล่นพร้อมกับสไลด์ ซึ่งจะมีปัญหาในตอนแทรกเสียงพื้นหลังที่ใส่เอฟเฟกต์หรือลูกเล่นต่าง ๆ เพราะมันจะไม่เล่นพร้อมกันนั่นเอง ฉะนั้นเมื่อ ใส่เพลงใน powerpoint เล่นต่อเนื่อง แล้วให้ตั้งค่าโดยการคลิกที่แถบ “ภาพเคลื่อนไหว” > ▷ เริ่ม: เลือก “พร้อมก่อนหน้านี้” เพียงเท่านี้ก็จะทำให้เสียงดังกล่าวเล่นพร้อมกับสไลด์พาวเวอร์พอยต์แล้ว

แทรกเสียงใน powerpoint

ขั้นตอนที่ 3

เมื่อแทรกเสียงพื้นหลังเสร็จแล้ว เรายังสามารถ โหลดเสียงใส่powerpointฟรี ในแต่ละสไลด์ได้ด้วย โดยคลิกที่สไลด์ที่ต้องการแทรกเสียง จากนั้นคลิกแถบ “แทรก” เลือก “เสียง” > “เสียงบนพีซีของฉัน” และเลือกเสียงที่บันทึกไว้ ข้อแนะนำในการบันทึกเสียง คือ เมื่อนำมาใช้กับพาวเวอร์พอยต์ให้บันทึกทีละสไลด์เพื่อให้ง่ายต่อการแทรกเสียง และควรบันทึกชื่อไฟล์เป็นชื่อของสไลด์นั้น ๆ ที่ต้องการจะแทรกเสียง และเมื่อคลิกเลือกเสียงแล้ว ต่อมาคลิก “แทรก” จะมีรูปลำโพงปรากฏขึ้นมา ให้จัดวางไว้ด้านขวาบน

แทรกเสียงใน powerpoint

ขั้นตอนที่ 4

ต่อมาไปตั้งค่าที่ ▷ ตอนต้น: เลือก “อัตโนมัติ” จากนั้นคลิก “√” ในช่องซ่อนระหว่างการนำเสนอ ซึ่งถ้าหากไม่ตั้งค่าจะทำให้รูปลำโพงปรากฏขึ้นบนหน้าจอ หลังจากนั้นคลิกแถบ “ภาพเคลื่อนไหว” ไปที่ ▷ เริ่ม: เลือก “พร้อมก่อนหน้านี้” เพียงเท่านี้ก็จะได้เสียงที่เราอัดเพื่อนำมาใช้กับพาวเวอร์พอยต์แล้ว เสร็จแล้วลองกดเล่นสไลด์ดู สำหรับใครที่ อัดเสียง ใน PowerPoint แล้ว ไม่มี เสียง สามารถอัดเสียงในโปรแกรมหรือแอพพลิเคชั่นในมือถือแล้วนำไฟล์ดังกล่าวมาแทรกทีหลังได้

แนะนำเทคนิคการปรับเสียง แทรกเสียงใน powerpoint ให้เบาลง

แทรกเสียงใน powerpoint

นอกจากขั้นตอนและวิธีการแทรกเสียงโปรแกรม powerpoint ที่กล่าวมาข้างต้น เรามีคำแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับมือใหม่ด้วย โดยในกรณีที่เสียงพื้นหลังดังเกินไป เราสามารถปรับเสียงให้เบาลงได้ในโปรแกรมอื่น ๆ เพราะพาวเวอร์พอยต์สามารถปรับได้เพียงเท่านี้ ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องใช้โปรแกรมอัดเสียงเข้ามาช่วยในการปรับเสียงให้เบาลง จากนั้นค่อยแทรก ไฟล์เสียง powerpoint เข้าไปในโปรแกรมทีหลัง

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย: ufaball.bet