Categories
เทคนิค

แนะนำ 5 แอพตัดต่อวิดีโอ บนมือถือ แอพไหนดี แอพไหนเด็ด

มีใครกำลังตามหา แอพตัดต่อวิดีโอ บนมือถือ อยู่บ้างไหมคะ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ สายบีกินเนอร์ หรือแม้แต่มือโปร วันนี้เราไปรวม 5 แอพตัดต่อบนมือถือมาฝากทุกคนแล้ว ซึ่งแต่ละแอพจะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นเพื่อน ๆ ชอบแอพไหน หรือรู้สึกว่า แอพไหนคลิกกับความต้องการของเราก็เตรียมกดดาวน์โหลดได้เลย

แอพตัดต่อวิดีโอ บนมือถือ โหลดฟรี มือใหม่ใช้ได้ ฟีเจอร์โคตรจึ้ง

แอพตัดต่อวิดีโอ บนมือถือ

สำหรับ 5 แอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือ ที่เราจะนำมาแนะนำให้กับทุกคนได้ทำความรู้จักกันในวันนี้ นอกจากจะเป็นแอพมือถือฟรีแล้ว ยังเป็น แอพตัดต่อวิดีโอในโทรศัพท์ ที่รองรับทั้งระบบ IOS และ ANDROID ที่สำคัญบางแอพยังรองรับอุปกรณ์อื่น ๆ อย่างเช่น PC, MAC หรือ เว็บเบราว์เซอร์อีกด้วย แถมยังใช้ง่าย เหมาะกับคนที่เป็นมือใหม่ สายบีกินเนอร์ทุกคนอีกด้วย ซึ่ง 5 แอพมีดังนี้

แอพตัดต่อวิดีโอ บนมือถือ

POWERDIRECTOR

APP ตัดต่อวิดีโอ ฟรี ที่มาพร้อมฟีเจอร์ปรับแก้ใบหน้า และรูปร่าง, AI EFFECTS, ปรับผิวให้เนียน, สร้างสติ๊กเกอร์เองด้วย AI, ลบพื้นหลังวิดีโอ, เปลี่ยนคลิปให้เป็นการ์ตูน, สติ๊กเกอร์เคลื่อนไหว, ฟิวเตอร์ รวมไปถึง BLENDING EFFECTS เป็นต้น อีกทั้งยังสามารถตัดต่อและ EXPORT ไฟล์ด้วยความละเอียดสูงสุดถึงระดับ 4K เลยทีเดียว ที่สำคัญคือไม่มีโฆษณาขึ้นมาแทรกให้รู้สึกรำคาญอีกด้วย

DOWNLOAD: IOS

DOWNLOAD: ANDROID

แอพตัดต่อวิดีโอ บนมือถือ

ADOBE PREMIERE RUSH

ใครเริ่มทำ YOUTUBE หรือเป็นมือใหม่ในการทำคลิป ADOBE PREMIERE RUSH นับว่าเป็น แอพตัดต่อวิดีโอลงยูทูป ที่อย่ามองข้ามเลยเด็ดขาด เพราะแอพนี้เป็นแอพที่ถูกพัฒนาโดย ADOBE บริษัทซอฟต์แวร์ด้านกราฟิกที่พัฒนาซอฟต์แวร์ที่เป็นที่รู้จักกันดีให้หมู่นักกราฟิกดีไซน์ ครีเอเตอร์ และกลุ่มคนอีกหลากหลายอาชีพ ดังนั้นจึงมั่นใจในเรื่องของคุณภาพได้อย่างแน่นอน 

นอกจากนี้ PREMIERE RUSH ยังมาพร้อมเพลงประกอบ, ซาวด์เอฟเฟกต์, ไตเติ้ล และทรานซิชันมากถึง 1,000 รายการ หรือจะเป็นการปรับเพิ่ม – ลดสปีดวิดีโอและเสียงได้ดังใจ ไทม์ไลน์หลายแทร็กช่วนให้คุณรวมคลิปหลายคลิปเข้ากันได้ ที่พิเศษไปกว่านั้นคือ ยังมีเครื่องมือระดับ ADVANCED ที่ขับเคลื่อนโดย ADOBE SENSEI AI เพื่อความสมดุลของเสียงและการลดเสียงอัตโนมัติ

DOWNLOAD: IOS

DOWNLOAD: ANDROID

แอพตัดต่อวิดีโอ บนมือถือ

VN VIDEO EDITOR

แอพตัดต่อวิดีโอ ไม่มีลายน้ำ ฟรี ที่มาพร้อมเครื่องมือสำหรับงานตัดต่อวิดีโอเพียบ สามารถแยกเสียงออกจากไฟล์วิดีโอ มีเพลงถูกลิขสิทธิ์ให้ใช้ฟรี อีกทั้งยังมีฟีเจอร์อื่น ๆ ให้เลือกใช้เต็มไปหมด เช่น KEYFRAME ANIMATION, COLOR GRADING FILTER, คำบรรยายอัตโนมัติ, ลบพื้นหลัง พร้อมการเก็บดีเทล และที่สำคัญคือมี TEXT TEMPLATES ให้เลือกใช้หลากหลายสไตล์อีกด้วย

DOWNLOAD: IOS

DOWNLOAD: ANDROID

แอพตัดต่อวิดีโอ บนมือถือ

CAPCUT 

ใครที่กำลังตามหา แอพตัดต่อวิดีโอ ลงTIKTOK แบบจึ้ง ๆ CAPCUT เป็นแอพที่คุณจะพลาดไม่ได้เลยจริง ๆ เพราะนอกจากแอพนี้จะเป็นเจ้าของเดียวกับ TIKTOK แล้ว มันยังมาพร้อมเอฟเฟกต์ใหม่ ๆ ที่คุณจะได้เพลิดเพลิน จนอาจจะกลายเป็นไวรัลใหม่บน TIKTOK ก็ได้ แถวคุณยังสามารถบันทึกและใช้เพลงฮิต ๆ จากบน TIKTOK ได้ด้วย 

ไม่เพียงเท่านี้ CAPCUT ยังตัดคลิปรูปแบบอื่น ๆ ได้ด้วย เพราะนอกจากเครื่องมือในการตัดต่อที่ให้มาจะครบครันแล้ว คุณภาพของคลิปที่ได้ก็อยู่ในระดับที่ค่อนข้างมีคุณภาพ แถมยังใช้งานง่าย รองรับหลายแพลตฟอร์ม เช่น มือถือ แท็บเล็ต PC และเว็บเบราว์เซอร์ เป็นต้น 

DOWNLOAD: IOS

DOWNLOAD: ANDROID

แอพตัดต่อวิดีโอ บนมือถือ

GOPRO QUIK

แอพทําวีดีโอใส่เพลง ฟรี ที่ถึงแม้ว่าคุณจะใช้กล้อง GOPRO หรือไม่ก็สามารถใช้ได้เหมือนกัน และนอกจากแอพนี้จะมีเพลงฟรีให้ใช้แล้ว GOPRO QUIK ยังมาพร้อมอินเตอร์เฟสที่ดูเรียบง่าย ทันสมัยตามฉบับของ GOPRO อีกทั้งยังมาพร้อมบีทซิงค์ ที่ให้คุณสามารถซิงค์คลิปให้เข้ากับจังหวะของเพลงได้ รวมไปถึงยังมีทั้งทรานซิชัน, ฟิลเตอร์ รวมไปถึงเอฟเฟกต์แบบภาพยนตร์ เป็นต้น แถมยังรองรับทั้ง มือถือ, แท็บเล็ต และ MAC อีกด้วย

DOWNLOAD: IOS

DOWNLOAD: ANDROID

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
เทคนิค

6 แอพตัดต่อวิดีโอ ฟรี ไม่มีลายน้ำ ใส่เพลงได้ มือใหม่ใช้ได้

คุณกำลังตามหาแอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือ หรือแท็บเล็ตอยู่หรือไม่ วันนี้เรามี แอพตัดต่อวิดีโอ ฟรี มาแนะนำให้กับทุกคนแล้ว ซึ่งมีทั้งหมด 6 แอพด้วยกันเลยทีเดียว ซึ่งทั้งหมดไม่ใช่แค่แอพฟรีเท่านั้นแต่ยังเป็นแอพไม่มีลาย แถมยังใช้งานง่ายอีกด้วย ดังนั้นสำหรับใครที่เป็นมือใหม่ไม่ต้องกลัวเลยว่าจะใช้ไม่เป็นหรือจะสับสนแต่อย่างใด

แอพตัดต่อวิดีโอ ฟรี แอพไหนดี แอพไหนโดน ดาวน์โหลดได้เลย

แอพตัดต่อวิดีโอ ฟรี

สำหรับ แอพตัดต่อวิดีโอฟรี ที่เรานำมาแนะนำในวันนี้ เป็นแอพที่ทั้งฮิตและเป็นที่รู้จักกันมาค่อนข้างนานพอสมควร แต่สำหรับใครที่เป็นมือใหม่ในสายทำคลิปก็อาจจะยังไม่เคยลองใช้หรือยังไม่รู้จักแอพเหล่านี้ ดังนั้นเราจึงอยากพาทุกคนไปรู้จักกับ 6 แอพตัดต่อวิดีโอว่า ตัดต่อวีดีโอใช้แอพไหนดี แอพไหนน่าโดนบ้าง

แอพตัดต่อวิดีโอ ฟรี

YOUCUT

YOUCUT เป็น แอพตัดต่อวิดีโอฟรี ที่รองรับทั้งระบบ IOS และ ANDROID ซึ่งแอพนี้ไม่เพียงแค่สามารถใช้งานง่ายด้วยการออกแบบหน้าตาอินเตอร์เฟสที่ทันสมัยเท่านั้น แต่มันยังมีฟีเจอร์อื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกเพียบ เช่น เอฟเฟกต์และทรานซิชัน, AI VIDEO EFFECTS, ปรับความคมชัดด้วย AI, เจนเนอเรทภาพด้วย AI, ใส่ซับอัตโนมัติ, ลบภาพพื้นหลัง, เพิ่มเพลงและเสียงบนวิดีโอ และ ที่สำคัญไม่ติดลายน้ำอีกด้วย

DOWNLOAD: IOS

DOWNLOAD: ANDROID

แอพตัดต่อวิดีโอ ฟรี

PREQUEL

แอพตัดต่อวิดีโอในโทรศัพท์ ที่มาแบบ TWO IN ONE คือสามารถแต่งภาพและตัดวิดีโอได้ด้วย ซึ่งจุดเด่นของแอพนี้คือ มาพร้อมฟิวเตอร์และเอฟเฟกต์สไตล์วินเทจ และ 90S จึงทำให้ภาพหรือวิดีโอที่ได้จะแอพนี้มีความโดดเด่นในเรื่องของโทนภาพ ที่สำคัญใครที่เป็นสายคลิปสั้นอย่าง REELS หรือ TIKTOK PREQUEL ก็ตอบโจทย์อย่างแน่นอน

DOWNLOAD: IOS

DOWNLOAD: ANDROID

แอพตัดต่อวิดีโอ ฟรี

CAPCUT

CAPCUT เป็น แอพตัดต่อวิดีโอ ลงTIKTOK ชื่อดังที่ชั่วโมงนี้แทบจะไม่มีใครไม่รู้จักเลยก็ว่าได้ แต่แอพนี้ไม่เพียงแค่สามารถตัดคลิปลง TIKTOK หรือคลิปสั้นได้เท่านั้น แต่ยังสามารถตัดคลิปยาวสำหรับลงยูทูป หรืออัปลงแพลตฟอร์มอื่น ๆ ด้วยได้เช่นกัน แต่สำหรับแอพนี้จะมีการใส่เครดิตของแอพไว้ท้ายคลิปแบบอัตโนมัติ ซึ่งอันนี้เราก็สามารถลบออกก่อน EXPORT ได้เลย

DOWNLOAD: IOS

DOWNLOAD: ANDROID

แอพตัดต่อวิดีโอ ฟรี

VN VIDEO EDITOR

แอพตัดต่อวิดีโอ ที่รองรับครบทุกแพลตฟอร์มเลยก็ว่าได้ ทั้ง MAC, WINDOWS, IOS และ ANDROID นอกจากแอพ VN VIDEO EDITOR จะสามารถตัดต่อวิดีโอแบบไม่มีลายน้ำได้แล้ว แอพนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์ดี ๆ เพียบ เช่น เทมเพลตเทคและสติ๊กเกอร์, ปรับ SPEED CURVE, ตัดคลิปให้ตรงจังหวะบีทด้วยฟีเจอร์ MUSIC BEATS และ KEYFRAME ANIMATION เป็นต้น

DOWNLOAD: IOS

DOWNLOAD: ANDROID

DOWNLOAD: MAC

DOWNLOAD: WINDOWS

แอพตัดต่อวิดีโอ ฟรี

VLLO

VLLO เป็นแอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือฟรีที่คุณไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งนอกจากจะเป็น แอพตัดต่อวิดีโอง่าย ๆ ที่มือใหม่ก็ใช้ได้แล้ว มันยังมีฟีเจอร์ดี ๆ ที่ให้คุณสามารถนำไปครีเอทวิดีโอของคุณอีกเพียบ เช่น ตัดต่อแบบไม่มีลายน้ำ, มีเพลงให้เลือกกว่า 1,000 เพลง, อัปเดตASSET ใหม่ตลอด, รีมูฟแบ็คกราวด์ และโคมาคีย์ด้วย AI, สร้างเทคข้อความ และอื่น ๆ อีกมากมาย

DOWNLOAD: IOS

DOWNLOAD: ANDROID

แอพตัดต่อวิดีโอ ฟรี

VIDEOLEAP

สำหรับแอพสุดท้ายที่เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกันในวันนี้คือ VIDEOLEAP ที่นอกจากเป็น แอพตัดต่อวิดีโอ ไม่มีลายน้ำ ฟรี แล้ว คุณสามารถใส่ทั้ง เอฟเฟกต์, AI VIDEO GENERATOR, สร้าง AI TEMPLAT ล่วงหน้า, วิดีโอไทม์แลปส์, เทมเพลตคลิป REEL, KEYFRAME ANIMATIONS, ตัดต่อกรีน สกรีน, เทคเอฟเฟกต์ และอื่น ๆ อีกมากมาย และที่พูดมาทั้งหมดนี้คือฟรี! ซึ่งเราเชื่อเลยว่าตอบโจทย์ทั้งสายทำคลิปสั้นและยาวอย่างแน่นอน

DOWNLOAD: IOS

DOWNLOAD: ANDROID

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
เทคนิค

CAPCUT แอปตัดต่อวิดีโอ ลง TIKTOK ตัดง่าย เครื่องมือครบ เอฟเฟกต์เพียบ

มีใครอยากตัดคลิปสั้นเก๋ ๆ ลง TIKTOK แต่ไม่รู้จะใช้แอปไหนตัดกันบ้างไหมคะ วันนี้เราอยากแนะนำ CAPCUT แอปตัดต่อวิดีโอ ให้กับทุกคนได้รู้จักกันค่ะ ในระยะไม่กี่ปีมานี้ต้องบอกเลยว่า CAPCUT เป็นแอปตัดต่อวิดีโอที่ได้รับความนิยมมาก ๆ อีกทั้งยังตอบโจทย์ทั้งมือใหม่ หรือมืออาชีพ และไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เพียงแค่คุณต้องการที่จะสร้างสรรค์ผลงานที่เราเชื่อว่า CAPCUT ตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อย่างแน่นอน 

ทำความรู้จักกับ CAPCUT แอปตัดต่อวิดีโอ ยอดนิยมแห่งยุค

แอปตัดต่อวิดีโอ

CAPCUT เป็น แอป ตัดต่อวิดีโอ ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเจ้าของเดียวกับ TIKTOK โดยในครั้งนั้นทางบริษัทตั้งชื่อ แอปตัดต่อวิดีโอฟรี ว่า JIANTING หลังจากนั้นก็ได้มีการพัฒนาเวอร์ชันสากลภายใต้ชื่อ CAPCUT อย่างที่เรารู้จักกันถึงทุกวันนี้ ซึ่ง CAPCUT ไม่เพียงแค่พัฒนามาให้รองรับ ตัดต่อวิดีโอ คลิปสั้นลงบน TIKTOK เท่านั้น แต่ยังรองรับการตัดต่อวิดีโอหลายรูปแบบ รองรับหลายแพลตฟอร์ม เช่น FACEBOOK, YOUTUBE และ IG เป็นต้น ดังนั้นไม่ว่าคุณอยากจะตัดคลิปสไตล์ไหน CAPCUT ก็พร้อมรองรับทุกชิ้นงาน

เหตุผลที่ CAPCUT ถึงตอบโจทย์การตัดคลิปลง TIKTOK

แอปตัดต่อวิดีโอ

สำหรับใครที่เล่น TIKTOK ก็จะทราบกันดีอยู่แล้วว่า TIKTOK จะมาพร้อมฟิเจอร์ตัดต่อวิดีโอเบื้องต้นในตัวอยู่แล้ว แต่สำหรับใครที่อยากได้ แอพตัดต่อวิดีโอ ลง TIKTOK เพื่อให้ได้วิดีโอที่มีความขั้นกว่า เหนือกว่า เผยความคลีเอทในตัวคุณก็ต้องเลือกใช้ CAPCUT เท่านั้น เพราะในแอพดังกล่าวไม่เพียงแต่มาพร้อมอินเตอร์เฟสที่เรียบง่าย ช่วยให้คุณสามารถตัดต่อวิดีโอได้อย่างง่ายดายถึงแม้ว่าจะเป็นมือใหม่แล้ว

CAPCUT ยังมาพร้อมเอฟเฟกต์, เทมเพลต และฟีเจอร์อื่น ๆ ที่ใช้ AI เข้ามาเป็นตัวช่วยในการทำงาน จึงทำให้คุณได้คลิปสุดครีเอทแบบไม่มีขีดจำกัด ซึ่งหากใครที่ได้ติดตามคลิปไวรัลในติ๊กต๊อกหลาย ๆ คลิป ที่จะมาพร้อมเอฟเฟกต์ที่น่าตื่นเต้น แปลกใหม่ ส่วนหนึ่งก็เป็นคลิปที่ถูกตัดต่อ และใช้เอฟเฟกต์จาก CAPCUT ที่สำคัญคุณยังสามารถเลือกใช้เพลงทั้งหมดจาก TIKTOK ในการตัดต่อได้อีกด้วย

เพิ่มฟังก์ชัน 2 ใหม่แปลภาษา และแปลงคำพูดเป็นข้อความ

แอปตัดต่อวิดีโอ

นอกจาก CAPCUT จะเป็น แอพตัดต่อวิดีโอ ใส่เพลง ที่เพียงคุณกดไปที่แผ่นเสียง > เพิ่มลงในรายการโปรด เพียงเท่านี้เสียงเพลงต่าง ๆ เหล่านั้นก็จะไปปรากฏในรายการโปรดของเสียงบน CAPCUT ให้คุณสามารถนำไปใช้ตัดต่อวิดีโอได้ตามต้องการแล้ว ที่สำคัญไปกว่านั้นล่าสุดเขายังมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ 2 ฟีเจอร์คือ แปลภาษา และ แปลงคำพูดเป็นข้อความ ที่ให้คุณสามารถนำไปทำเป็นซับไตเติ้ลในคลิปของคุณได้ อีกทั้งในส่วนของฟังก์ชันแปลภาษาที่จะรองรับมากถึง 11 เสียงและ 10 ภาษาเลยทีเดียว ซึ่งทั้งหมดนี้ทำมาให้คุณสามารถใช้งานง่ายในคลิกเดียว

CAPCUT แอปตัดต่อวิดีโอ ฟรี รองรับทุกอุปกรณ์ 

แอปตัดต่อวิดีโอ

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่อยากใช้ CAPCUT แอปตัดต่อ วิดีโอ ที่เรานำมาแนะนะให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกันในวันนี้ ต้องบอกเลยว่า CAPCUT มีทั้งในส่วนให้ใช้บริการฟรี และแบบสมัครสมาชิก อีกทั้งยังรองรับทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น มือถือ, แท็บเล็ต, คอมพิวเตอร์ และบนเว็บเบราว์เซอร์ ที่สำคัญไปกว่านั้น CAPCUT ยังเป็น แอพตัดต่อวิดีโอ ไม่มีลายน้ำ ฟรี ซึ่งโดยปกติแล้วในท้ายคลิปจะมีชื่อของ CAPCUT ขึ้นมาให้อัตโนมัติ แต่ในส่วนนี้หากคุณไม่ต้องการก็สามารถทำการลบออกได้เลย 

และในส่วนของค่าบริการของ แอปตัดต่อวิดีโอในคอม แอปนี้เริ่มต้นที่เดือนละ 249 บาท และปีละ 1,760 บาท ซึ่งใครที่เป็นสายทำคลิปอยู่แล้ว ราคานี้ถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่ามาก ๆ เพราะคุณจะสามารถใช้เครื่องมือ และฟีเจอร์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การแก้ไขสีด้วย AI, ลบพื้นหลัง, เครื่องมืออัปสเกลรูปภาพ, ระบบสร้างภาพบุคคล ด้วย AI และอื่น ๆ อีกมากมาย

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
เทคนิค

แนะนำ PREMIERE RUSH โปรแกรมตัดต่อ บนมือถือ ตัวดังจาก ADOBE

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่กำลังตามหา โปรแกรมตัดต่อ บนมือถือ ดี ๆ ใช้งานง่าย เสถียร ไม่ค้าง ไม่มีโฆษณาแทรก วันนี้เราอยากแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับ PREMIERE RUSH แอปพลิเคชันตัดต่อ และแก้ไขวิดีโอบนมือถือตัวดังจาก ADOBE ที่เปิดให้ดาวน์โหลดฟรีทั้งบน IOS และ ANDROID แถมยังมาพร้อมกับหน้าตาอินเตอร์เฟสที่เรียบง่าย และทุกคนไม่ควรพลาดจริง ๆ ค่ะ 

โปรแกรมตัดต่อ บนมือถือ PREMIERE RUSH มีอะไรน่าสนใจบ้าง

โปรแกรมตัดต่อ บนมือถือ

PREMIERE RUSH เป็น โปรแกรมตัดต่อบนมือถือ ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงปี 2019 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นแอพที่เปิดให้ดาวน์โหลดฟรีที่สามารถลิงค์การทำงานกับโปรแกรม PREMIERE PRO ที่นับว่าเป็น โปรแกรมตัดต่อวีดีโอ ตัวดังของ ADOBE ที่เหล่ามืออาชีพเลือกใช้กันเป็นจำนวนมาก และถึงแม้ว่าจะเป็น โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรี แต่ก็มาพร้อมฟีเจอร์ และฟังก์ชันดี ๆ เพียบ ซึ่งเรารวมข้อมูลมาให้แล้ว

มีเพลงประกอบ ซาวด์เอฟเฟกต์ ไตเติ้ล และทรานซิชัน ให้เลือกมากกว่า 1,000 รายการ

โปรแกรมตัดต่อ บนมือถือ

ในการ ตัดต่อวิดีโอ หรือการทำคลิปในปัจจุบัน สิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้คลิปของคุณดูน่าสนใจยิ่งขึ้นก็คือการใส่เพลงประกอบ หรือซาวด์เอฟเฟกต์และบน PREMIERE RUSH ก็มีฟีเจอร์นี้มาให้แล้วเช่นกัน อีกทั้งยังมีไตเติ้ล และทรานซิชัน ให้คุณสามารถนำไปใช้ในการตัดต่อวิดีโอได้ฟรีและทั้งหมดนี้เขารวมมาให้มากกว่า 1,000 รายการเลยทีเดียว และสำหรับไตเติ้ลและทรานซิชันที่เขาให้มาคุณก็สามารถแก้ไขข้อความต่าง ๆ เพื่อให้วิดีโอของคุณสมบูรณ์แบบอย่างที่คุณต้องการ

ฟีเจอร์เพิ่มและลด SPEED ของวิดีโอ

โปรแกรมตัดต่อ บนมือถือ

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรี หลาย ๆ โปรแกรมก็จะมาพร้อมฟีเจอร์นี้เช่นกัน แต่จุดเด่นของ PREMIERE RUSH คือการที่พัฒนารูปแบบการใช้งานที่ง่ายขึ้น เพียงแค่คุณแตะไปที่ไฟล์วิดีโอที่ต้องการปรับสปีดในไทม์ไลน์ > SPEED (รูปเข็มไมล์) > ปรับ RANGE > ปรับ SPEED เพียงเท่านี้คุณก็ไม่จำเป็นต้องซอยคลิปเพื่อปรับ สปีดอีกต่อไป

แยกเสียงออกจากวิดีโออัตโนมัติ

โปรแกรมตัดต่อ บนมือถือ

สำหรับฟีเจอร์แยกเสียงออกจากวิดีโอเป็นฟีเจอร์ที่สำคัญมาก ๆ สำหรับงานตัดต่อวิดีโอ เพราะในกรณีที่ผู้ใช้งานไม่ได้บันทึกเสียงแยกกับวิดีโอ คุณก็จะสามารถใช้ฟีเจอร์ดังกล่าวบน แอพตัดต่อ เพื่อทำการแยกไฟล์เสียงออกจากไฟล์วิดีโอให้คุณสามารถนำเสียงที่ได้ไปแก้ไข หรือปรับให้ได้คุณภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งบนแอพนี้ก็มาฟีเจอร์ดังกล่าวที่ให้คุณสามารถแยกไฟล์วิดีโอ และเสียงออกจากกันได้ในคลิกเดียว อีกทั้งคุณยังสามารถเลือกใช้งานฟีเจอร์ในการปรับแต่ง หรือแก้ไขเสียงบนแอพได้เลยแบบไม่จำเป็นต้องใช้งานแอพอื่น ๆ เพิ่มให้หนักเครื่อง

พรีเช็ตแต่งสีวิดีโอ 36 พรีเซ็ต พร้อมฟีเจอร์แต่งสีวิดีโอด้วยตัวเอง

โปรแกรมตัดต่อ บนมือถือ

การแต่งสีวิดีโอใครว่าไม่สำคัญ แต่จริงแล้วมันเป็นสิ่งที่สำคัญและคุณควรทำมาก ๆ ในกระบวนการการตัดต่อวิดีโอ เพราะการแต่งสีของวิดีโอนั้นนอกจากจะช่วยแสดงถึงอารมณ์ของเนื้อหาในวิดีโอได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังช่วยให้งานภาพของเราสวยขึ้นอีกด้วย ซึ่ง แอพตัดต่อบนมือถือ แอพนี้ก้มีฟีเจอร์นี้มาให้เช่นเดียวกัน โดยเขามีพรีเซ็ตมาแต่งสีให้มากถึง 36 พรีเซ็ต พร้อมฟรีเจอร์ที่ให้คุณสามารถแต่งสีวิดีโอได้ด้วยตัวเอง แถมคุณยังสามารถครีเอทพรีเซ็ตของตัวเองได้อีกด้วย

PREMIERE RUSH โปรแกรมตัดต่อ บนมือถือ ที่รองรับทั้ง IOS และ ANDROID

โปรแกรมตัดต่อ บนมือถือ

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่อยากดาวน์โหลดโปรแกรมตัดต่อ บนมือถือ โปรแกรมนี้ไปไว้ใช้งาน คุณก็สามารถดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้งบนมือถือระบบ IOS และ ANDROID แต่พิเศษกว่านั้นสำหรับลูกค้า APPLE นอกจากที่คุณจะสามารถดาวน์โหลด และติดตั้งบน IPHONE และ IPAD ได้แล้ว คุณยังสามารถติดตั้ง แอปตัดต่อ แอปนี้บนเครื่อง MAC ได้ด้วย แถมใครที่ใช้ PREMIERE PRO อยู่ก็สามารถทำงานลิงค์กันได้ ช่วยให้คุณสามารถทำงาน และครีเอทผลงานของคุณได้ทุกที่ทุกเวลา ให้ไอเดียของคุณลื่นไหลไม่มีสะดุด

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
เทคนิค

เทคนิคถ่ายรูป IPHONE 13 ถ่ายยังไงก็สวย ปัง ไม่ต้องง้อแอปแต่งรูป

ปัจจุบันถึงแม้ว่า APPLE จะเดินทางมาถึง IPHONE15 แล้ว แต่เราเชื่อว่าก็ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่เปลี่ยนใจไปจาก IPHONE13 เนื่องจากไอโฟนรุ่นดังกล่าวมาพร้อมกล้องหลักที่มี่ความคมชัด 12 MP เทเลโฟโต้ 12MP รวมไปถึง การซูมแบบออปติคัล 0.5 เท่า, 1 เท่า และ 3 เท่า ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นสเปคของกล้องที่ยังคงให้ภาพถ่ายที่คมชัด และสวยไม่แพ้รุ่นอื่น ๆ ดังนั้นวันนี้เราจึงอยากมาแชร์ เทคนิคถ่ายรูป IPHONE 13 ที่ให้เพื่อน ๆ สามารถทำตามได้ง่าย ๆ แถมยังทำให้ได้ภาพสวย ปัง แบบไม่ต้องง้อแอปแต่งรูปเลยทีเดียว

4 เทคนิคถ่ายรูป IPHONE 13 ให้ได้ภาพสวยถูกใจIPHONE รุ่นอื่นก็ใช้ได้

เทคนิคถ่ายรูป IPHONE 13

สำหรับเทคนิคถ่ายรูปIPHONE13 ที่เราจะพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักกันในวันนี้นอกจากจะเป็นเทคนิคที่ใช้บนIPHONE 13และยังนับว่าเป็น เทคนิคถ่ายรูป IPHONE ที่สามารถใช้บนรุ่นอื่น ๆ ได้ด้วย โดยวันนี้เราได้เลือกมาทั้งหมด 4 เทคนิคที่นับว่าเป็นเทคนิคที่เพื่อน ๆ สามารถทำตามได้ง่าย ๆ แถมยังนับว่าเป็นการพัฒนาฝีมือในการถ่ายภาพของคุณอีกด้วย

เทคนิคถ่ายรูป IPHONE 13

เปิดใช้งานโหมด HDR

สำหรับใครที่ชอบภาพที่มีโทนสีธรรมชาติการใช้โหมด HDR ของ IPHONE ก็นับว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยปรับสีกล้องไอโฟน 13 ของคุณให้มีความเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น (แต่หลายคนไม่ชอบ) และเพื่อใช้โหมด HDR ให้คุณไปที่ ตั้งค่า > กล้อง > กดเปิด HDR อัจฉริยะ แต่ถ้าหากใครที่ไม่อยากให้ภาพของคุณเป็นแบบ HDR ทุกครั้งก็ให้ปิด HDR อัจฉริยะ แล้วใช้การแตะเปิด – ปิด HDR ที่หน้าจอกล้องก็ได้เช่นกัน

เทคนิคถ่ายรูป IPHONE 13

เปิดใช้ตาราง 9 ช่อง

เทคนิคการใช้ตาราง 9 ช่อง นับว่าเป็นเทคนิคที่นักถ่ายภาพมืออาชีพหลาย ๆ คนก็เลือกใช้เทคนิคนี้กัน โดยคุณจะต้องทำการตั้งค่าเพื่อเปิดใช้งานตาราง 9 ช่องนี้ และ วิธีตั้งค่ากล้อง ไอ โฟน 13 เพื่อเปิดใช้ช่องตาราง ให้คุณไปที่ ตั้งค่า > กล้อง > เปิดใช้งานเส้นตาราง และถ้าหากอยากให้การใช้ตาราง 9 ช่องให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเราอยากแนะนำให้เพื่อน ๆ “ทฤษฎีการถ่ายภาพ” เช่น Rule of Third หรือ Golden Ratio เพื่อให้การใช้ตาราง 9 ช่องมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เทคนิคถ่ายรูป IPHONE 13

ปรับรูรับแสงของไอโฟน

สำหรับเทคนิคนี้คุณไม่จำเป็นต้อง ตั้งค่ากล้อง IPHONE 13 PRO MAX ให้สวย ให้เสียเวลาเลย และที่สำคัญคือเป็นวิธีพื้นฐานที่สุดที่ไอโฟนใส่มาให้บนไอโฟนรุ่นแรก ๆ เลย เพียงคุณเข้าไปที่ กล้อง > ตั้งกล้องเพื่อพร้อมถ่ายวัตถุนั้น ๆ > แตะหน้าจอเพื่อโฟกัสภาพ > ให้ลาก “รูปดวงอาทิตย์” ปุ่มปรับการเปิดรับแสง ขึ้นหรือลงเพื่อปรับการเปิดรับแสง โดยลากขึ้นสูงเพื่อให้ภาพสว่าง และลากลงเมื่ออยากให้ภาพมืดลง

เทคนิคถ่ายรูป IPHONE 13

ใช้ NIGHT MODE 

บนไอโฟน 13 เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ APPLE ใส่ NIGTH MODE มาให้ ซึ่งเป็นโหมดที่เข้ามาช่วยให้การถ่ายภาพกลางคืนของคุณดูสวยขึ้น สว่างขึ้น อีกทั้ง NIGTH MODE ของ APPLE ก็ทำออกมาได้ดีไม่น้อยเลยทีเดียว ที่สำคัญคือ ถ้าหากคุณอยาก ถ่ายรูปไอโฟน ด้วย NIGTH MODE ก็ไม่จำเป็นต้องไปตั้งค่ากล้องเลย เพียงแค่คุณแตะไปที่ไอคอนโหมดกลางคืน “รูปดวงจันทร์” โดยจะอยู่ที่ด้านบนสุดของจอแสดงผลจะ และเมื่อแตะแล้วไอคอนนั้นจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เท่านี้โหมดกลางคืนก็พร้อมใช้งานแล้ว แต่คุณจำเป็นจะต้องอยู่นิ่งสักพักเพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดยิ่งขึ้น

เทคนิคถ่ายรูป IPHONE 13 ก็สามารถนำไปใช้กับIPHONEรุ่นอื่น ๆ ได้

เทคนิคถ่ายรูป IPHONE 13

หลังจากที่หลายคนได้เห็น 4 เทคนิคถ่ายรูป IPHONE13 ที่เรานำมาฝากในวันนี้ จะเห็นได้ว่า เทคนิคต่าง ๆ เหล่านี้ รวมไปถึง วิธี ตั้งค่า > กล้อง ไอ โฟน 13 PRO MAX เป็นสิ่งที่คุณสามารถนำไปใช้เพื่อตั้งค่าในรุ่นอื่น ๆ ได้ด้วย โดยเฉพาะบนไอโฟน11 และ 12 ที่จะมีฟีเจอร์ต่าง ๆ เหมือนกันเลยก็ว่าได้ ที่สำคัญ IOS ใหม่ ๆ ยังได้มีการเพิ่มฟีเจอร์กล้องใหม่เข้ามาด้วย ดังนั้นใครที่เป็นชาว ไอโฟนตั้งแต่ 11 ขึ้นไปคุณก็จะสามารถนำเทคนิคต่าง ๆ เหล่านี้ไปใช้ได้ทั้งหมดเลย

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
เทคนิค

แต่งรูป IPHONE แต่งแล้วสวย ครบ จบในแอปเดียว

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่รู้สึกว่า IPHONE ของคุณถ่ายรูปออกมายังไงก็ดูไม่สวยสักที ให้คุณหยุดความคิดนั้นไว้ก่อน ถ้าคุณยังไม่เคย แต่งรูป IPHONE เพราะที่จริงแล้วการที่ไอโฟนของคุณมีราคาหลักหมื่นนั้นไม่ใช้เพียงแค่เรื่องของความปลอดภัย หรือระบบปฏิบัติการการของเขาเท่านั้น แต่เพราะไอโฟนนั้นสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่หลายคนรู้ โดยเฉพาะฟีเจอร์แต่งรูปที่อยู่บน “แอปรูปภาพ” ของเขาต้องบอกเลยว่าแต่งรูปได้สวยจริง ๆ ซึ่งใครยังไม่เคยลอง วันนี้เราไปดูพร้อมกัน

5 สไตล์ แต่งรูป IPHONE แต่งรูปไม่เก่ง ทำตามได้เลย

แต่งรูป IPHONE

เราเชื่อว่าหลายคนที่ใช้ IPHONE อยู่แล้วแต่ยังไม่เคยรู้ว่าบนแอปรูปภาพมีฟีเจอร์แต่งภาพที่ให้คุณสามารถแต่งภาพได้ทุกแนวแบบครบจบในแอปเดียว โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องไปดาวน์โหลดแอปอื่นมาช่วยเลย ซึ่งการ แต่งรูปIPHONE จะมีโหมดอัตโนมัติที่ไอโฟนจะทำการเจนเนอเรทภาพในเวอร์ชันที่ดีที่สุดให้คุณได้เลย ดังนั้นสำหรับวันนี้ใครที่ยังไม่รู้ว่า IPHONE แต่งรูปยังไง วันนี้เรารวม 5 สไตล์การแต่งภาพมาให้ทุกคนแล้ว

แต่งรูป IPHONE

โทนเกาหลี

การแต่งภาพสไตล์เกาหลีนับว่าเป็นอีกหนึ่งสไตล์หลาย ๆ คนชื่นชอบเป็นอย่างยิ่ง และสำหรับการ แต่งรูปในไอโฟน โทนเกาหลี จะมีโทนภาพที่ค่อนข้างสว่าง ละมุน นวล และจะมีความเย็น ดังนั้นและถ้าอยากให้ได้ภาพแบบที่เรานำมายกตัวอย่างให้ใช้ค่านี้ได้เลย 

  • เปิดรับแสง +30
  • แสงไฟรอบ ๆ +46
  • ไฮไลท์ -5
  • เงา +70
  • ความต่างระดับสี -10
  • ความสว่าง +4
  • ความอิ่มสี +3
  • ความสด -9
  • โทนอุ่น -40
  • สีย้อม -14
แต่งรูป IPHONE

โทนสดใส

สำหรับการ แต่งรูปในไอโฟน โทนสดใส เราควรแต่งภาพให้มีความสว่าง เน้นการใช้สีสันเข้ามาช่วย แต่ถ้าจะให้แนะนำคือ ควรแต่งภาพให้ติดโทนอุ่นเล่นน้อย ที่สำคัญการแต่งภาพสไตล์สดใสยังสามารถนำไปใช้กับภาพถ่ายหลายแบบทั้งภาพวิว, สิ่งของ และภาพถ่ายผู้คน เป็นต้น

  • เปิดรับแสง +28
  • แสงไฟรอบ ๆ +60
  • ไฮไลท์ -5
  • เงา +35
  • ความต่างระดับสี +20
  • ความสว่าง +14
  • จุดดำ +4
  • ความอิ่มสี +69
  • ความสด +5
  • โทนอุ่น +20
แต่งรูป IPHONE

โทนคาเฟ่

เราเชื่อว่าหลาย ๆ ชอบการไปถ่ายรูปในคาเฟ่ หรือชอบถ่ายภาพมุมต่าง ๆ จากคาเฟ่มาไว้อัปลงโซเชียลมีเดียของตัวเองอย่างแน่นอน และสำหรับ แต่งรูปในไอโฟน โทนคาเฟ่ สามารถแต่งได้หลายโทนขึ้นอยู่กับสไตล์ของคาเฟ่นั้น ๆ ด้วยดังนั้นใครที่ชอบโทนแบบนี้ก็ใช้การแต่งสไตล์นี้ได้เลย

  • เปิดรับแสง -16
  • แสงไฟรอบ ๆ +36
  • ไฮไลท์ -11
  • เงา -9
  • ความต่างระดับสี -28
  • ความสว่าง +73
  • จุดดำ +8
  • ความอิ่มสี +11
  • ความสด +11
  • โทนอุ่น +69
แต่งรูป IPHONE

โทนธรรมชาติ

สำหรับการ แต่งรูปในไอโฟน โทนธรรมชาติ เป็นอีกสไตล์การแต่งภาพแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยม และสามารถทำได้ง่ายที่สุดโดยคุณจะใช้ฟีเจอร์แต่งภาพอัตโนมัติ หรือแต่งภาพด้วยตัวเองก็ได้เช่นกัน อีกทั้งการแต่งภาพโทนธรรมชาติสามารถใช้ในการแต่งภาพได้หลากหลายแนวเช่นกับสไตล์อื่น ๆ 

  • เปิดรับแสง +3
  • แสงไฟรอบ ๆ +9
  • ไฮไลท์ -11
  • ความต่างระดับสี +40
  • ความสว่าง -60
  • จุดดำ -61
  • ความอิ่มสี +12
  • ความสด -5
  • โทนอุ่น -15
  • สีย้อม +14
  • ความคมชัด +29
  • ความละเอียด +27
  • การลดนอยซ์ +26
  • ขอบจาง +100
แต่งรูป IPHONE

โทนสว่าง

แต่งรูปในไอโฟนให้สว่าง จะมีความใกล้เคียงกันกับแต่ภาพโทนสดใส แต่สำหรับภาพแต่งภาพให้สว่างนั้นจะเหมาะมาก ๆ กับการแต่งภาพอาหาร เพราะจะช่วยทำให้เกิดความมัน ความว๊าว และเทกเจอร์ของอาหารเมนูนั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะช่วยทำให้อาหารมีความน่าทานมากขึ้น ซึ่งจะเหมาะอย่างยิ่งกับการสายรีวิวอาหารทุกคน เพราะถ้าใช้การแต่งภาพแบบนี้จะทำให้ใคร ๆ ก็อยากตามไปทานอาหารจานนั้นอย่างแน่นอน

  • เปิดรับแสง +14
  • แสงไฟรอบ ๆ +10
  • ไฮไลท์ -21
  • เงา -24
  • ความต่างระดับสี -34
  • ความสว่าง +25
  • จุดดำ +12
  • ความอิ่มสี +5
  • ความสด -2
  • โทนอุ่น +16
  • สีย้อม +14
  • ความคมชัด +10
  • ความละเอียด +10
  • การลดนอยซ์ +25
  • ขอบจาง -10

หมดปัญหาภาพถ่ายแสงน้อย ด้วยการ แต่งรูป IPHONE เพียงแอปเดียว

แต่งรูป IPHONE

เป็นอย่างไรกินบ้างคะสำหรับ 5 สไตล์แต่งรูป IPHONE ที่เรานำมาฝากให้กับเพื่อน ๆ ทุกคนในวันนี้ จะเห็นได้ว่าทำได้ไม่ยากเลยใช้ไหมค่ะ จะเห็นได้ว่าหลาย ๆ ภาพที่เรานำมาเป็นตัวอย่างให้เพื่อน ๆ ได้ดูส่วนใหญ่จะเป็นภาพที่มีความมืด หรือถ่ายในที่แสงน้อย ดังนั้นใครที่กำลังเจอปัญหานี้อยู่สามารถนำวิธี แต่งรูปในไอโฟน แสงน้อย ที่เรานำมาฝากในวันนี้ไปทำตามได้เลย

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
เทคนิค

5 เทคนิคปลดล็อกสกิล ถ่ายรูป ไอโฟน14 ให้สวย สะกดทุกสายตา

แม้ว่า IPHONE 15 จะเปิดตัวไปเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว แต่หลายคนก็ยังไม่เปลี่ยนใจไปจาก IPHONE 14 ดังนั้นใครที่เป็นเจ้าของ IPHONE 14 หรือกำลังจะเป็นเจ้าของ วันนี้เรามีเทคนิคดี ๆ ในการ ถ่ายรูป ไอโฟน14 ยังไงให้สวย ได้รูปออกมาแล้วสะกดทุกสายตา ซึ่งจะมีเทคนิคไหนบ้างนั้นเรารวบรวมมาให้แล้ว

มันรวมวิธี ถ่ายรูป ไอโฟน14 ที่คุณอาจไม่เคยรู้

ถ่ายรูป ไอโฟน14

หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า แอปกล้องของ IPHONE 14 มาพร้อมฟังก์ชันที่ให้คุณสามารถใช้งานได้หลากหลาย ซึ่งบางอย่างอาจจะไม่ใช่จุดขายทาง APPLE เลยอาจจะไม่ได้พูดถึงเท่าไรนัก ดังนั้นวันนี้เราเลยอยากพาเพื่อน ๆ ทุกคนไปดูวิธี หรือเทคนิค ถ่ายรูป ไอโฟน14 ให้สวย รวมถึง เทคนิคถ่ายรูป IPHONE 14 PRO MAX ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ ซึ่งทั้ง 5 เทคนิคมีดังนี้

ถ่ายรูป ไอโฟน14

ใช้เลนส์อัลตร้าไวด์ 

ถ่ายรูปไอโฟน 14 ให้สวย ด้วยเลนส์อัลตร้าไวด์ ซึ่งหลาย ๆ อาจจะยังไม่เคยลองใช้เลนส์นี้มาก่อน แต่จริง ๆ แล้วเลนส์อัลตร้าไวด์บนไอโฟนสามารถถ่ายรูปออกมาได้สวยมาก ๆ โดยคุณจะต้องไปที่กล้อง > เลือกระยะเลนส์ 0.5 ก็จะเป็นการเปิดใช้งานอัลตร้าไวล์ ซึ่งเลนส์ดังกล่าวจะเหมาะกับการถ่ายวิวกว้าง ๆ แต่ก็สามารถนำมาถ่ายภาพบุคคล หรือวัตถุต่าง ๆ ที่ต้องการโชว์พื้นหลังกว้าง ๆ ได้ด้วย ซึ่งเทคนิคนี้นอกจากจะทำให้แบบของภาพนั้นมีความเด่นแล้ว ยังเป็นการแสดงถึบรรยากาศโดยรอบได้ดี แถมยังทำให้ภาพที่ได้มีความแกรนด์ยิ่งขึ้นอีกด้วย

ถ่ายรูป ไอโฟน14

ใช้แฟลชถ่ายภาพกลางคืน

หลายคนอาจหลีกเลี่ยงการใช้แฟลชในการถ่ายรูป แต่สำหรับ IPHONE 14 และ IPHONE 14 PLUS มาพร้อมแฟลช TRUE TONE ใหม่ ที่ให้ความสว่างขึ้นยิ่งกว่าเดิม 10% ที่ช่วยให้ ไอโฟนถ่ายรูปกลางคืน ได้สวยยิ่งขึ้น ซึ่งเทคนิคในการใช้แฟลชเราแนะนำให้ยิงแฟลชไปที่วัตุถุที่ต้องการโฟกัสโดยตรง เช่นใบหน้า ตัวของแบบ หรือวัตถุนั้น ๆ โดยการใช้แฟลชนั้นจะทำให้ภาพดูมีมิติมากยิ่งขึ้น แถมเรายังสามารถเล่นแสงกับเงาที่เกิดจากแฟลชได้ด้วย

ถ่ายรูป ไอโฟน14

ใช้เลนส์เทเลโฟโต้ถ่ายโคลสอัพ

สำหรับ IPHONE 14 PRO และ IPHONE 14 PRO MAX จะมาพร้อมเลนส์เทเลโฟโต้ 12MP ƒ/2.8 หรือ 3X TELEPHOTO โดยการเปิดใช้เทเลโฟโต้ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการเข้าไปที่ กล้อง > กล้องหลัก > เลือก X3 โดยการ ถ่ายรูป IPHONE 14 PRO MAX ด้วยเลนส์ดังกล่าวจะเหมาะกับการที่ถ่ายภาพระยะไกล แต่เราสามารถนำมาถ่ายโคลสอัพใบหน้าบุคคลได้ โดยจุดเด่นของการใช้เลนส์ดังกล่าวคือนอกจากที่เราจะได้ภาพที่มีความละเอียดสูงแล้ว ภาพพื้นหลังยังมีความละลายกำลังดี สวย แถมยังเลือกจุดโฟกัสได้เองตามต้องการอีกด้วย แต่เลนส์ดังกล่าวจะไม่มีใน IPHONE 14 และ IPHONE 14 PLUS

ถ่ายรูป ไอโฟน14

ใช้เลนส์ ULTRA-WIDE MACRO ถ่ายภาพศิลปะ

หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า ใน IPHONE PRO และ PRO MAX หลาย ๆ รุ่นมาพร้อมเล่น ULTRA-WIDE MACRO ที่ให้คุณสามารถถ่ายภาพแบบ MACRO ได้ไม่แพ้มือถือค่ายอื่น ๆ แต่ดูเหมือนว่าอาจจะไม่ใช่จุดขายเท่าไหร่นัก แต่สำหรับ วิธีใช้กล้อง IPHONE 14 PRO และ IPHONE 14 PRO MAX ในการถ่าย MACRO โดยปกติแล้วการถ่ายแบบ MACRO จะถูกเปิดใช้งานอัตโนมัติเมื่อเรานำกล้องไปใกล้ ๆ วัตถุ แต่ภาพที่ได้จะไม่มีมิติ ดังนั้นเราแนะนำให้ไปที่ตั้งค่า > กล้อง > เปิดใช้งาน MACRO CONTROL เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเลือกเปิด – ปิดเลนส์ MACRO ได้ตามต้องการ 

ถ่ายรูป ไอโฟน14

ถ่ายวิวด้วยเลนส์ ULTRA-WIDE

ถ่ายวิวด้วยเลนส์ ULTRA-WIDE เป็นสิ่งที่จะทำให้คุณได้ภาพวิวกว้าง ๆ เก็บบรรยากาศได้ครบ และถึงแม้ว่า ภาพดังกล่าวจะไม่มีแบบ หรือโมเดล การ ถ่ายรูป IPHONE 14 ด้วยอัลตร้าไวด์ก็จะทำให้การถ่ายวิวของคุณง่าย และสวยกว่าการใช้เลนส์หลัก หรือถ่ายด้วยโหมดพาโนรามาและสำหรับเลนส์ ULTRA-WIDE มีในไอโฟน 14 ทุกรุ่นอีกด้วย

บันทึกไฟล์ภาพแบบ Apple ProRAW เพื่อการ ถ่ายรูป ไอโฟน14 ที่คมชัดยิ่งขึ้น

ถ่ายรูป ไอโฟน14

สำหรับ APPLE PRORAW สกุลไฟล์ภาพของ APPLE ที่ทำให้ภาพถ่ายที่ได้มีความคมชัดกว่าที่เคย โดยรองรับตั้งแต่ IPHONE 12 PRO และรุ่น PRO และ PRO MAX ที่ใหม่กว่า ดังนั้นการ ถ่ายรูป ไอโฟน 14 ในรุ่น PRO และ PRO MAX จึงสามารถบันทึกภาพเป็นไฟล์ดังกล่าวได้ด้วย โดยจะต้องไป ตั้งค่าถ่ายรูปไอโฟน ก่อน ด้วยการเข้าไปที่ตั้งค่า > กล้อง > รูปแบบ > เปิดใช้งาน APPLE PRORAW > เลือก 12MP หรือ 48MP แต่ข้อเสียคือไฟล์จะมีขนาดที่ใหญ่ และกินพื้นที่จัดเก็บของเครื่องมากขึ้น

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย: ufaball.bet

Categories
เทคนิค

5 TRIP ถ่ายรูป ไอโฟน ให้ได้รูปสวย ถูกใจสาวก APPLE 

สำหรับใครที่เป็นสาวก APPLE หรือใช้มือถือ IPHONE และอยากถ่ายรูปสวย ๆ ด้วยไอโฟนของคุณ วันนี้เรามี 5 TRIP หรือเคล็ดลับดี ๆ ในการ ถ่ายรูป ไอโฟน มาฝากเพื่อน ๆ ทุกคนแล้ว ซึ่งนอกจากจะเป็นในส่วนของเทคนิคแล้ว ยังมีวิธีตั้งค่าไอโฟนเพื่อให้กล้องไอโฟนของคุณสามารถถ่ายรูปสวยขึ้นอีกด้วย ซึ่งจะมีวิธีไหนบ้างนั้น ไปดูกันเลย

ทำตาม 5 สิ่งนี้ แล้วคุณจะ ถ่ายรูป ไอโฟน ได้สวยกว่าที่คิด

ถ่ายรูป ไอโฟน

หลายคนอาจจะเลือกซื้อไอโฟนเพราะรู้สึกว่า ของกล้องของเขาที่สามารถถ่ายรูปได้สวยถูกใจ แต่พอใช้งานจริงกลับรู้สึกว่า ถ่ายรูปไอโฟน ให้สวยนั้นเป็นเรื่องยาก หรือถ่ายยังไงก็ไม่สวยเหมือนคนอื่นถ่ายสักที วันนี้เรามี 5 เคล็ดลับในการ ถ่ายรูปไอโฟนให้สวย ถูกใจ ไม่ว่าจะถ่ายในคาเฟ่ ทุ่งดอกไม้ หรือกับทะเลก็จะทำให้คุณได้ภาพสวยเหมือนมืออาชีพ ซึ่งเคล็ดลับทั้ง 5 มีดังนี้

ถ่ายรูป ไอโฟน

ใช้ตาราง 9 ช่อง

การใช้ตาราง 9 ช่องเข้ามาช่วยในการถ่ายรูปเป็นเทคนิคที่ช่างภาพมืออาชีพและมือใหม่เลือกใช้ ซึ่งบนไอโฟน เราสามารถตั้งค่าเพื่อเปิดการใช้งานของตาราง 9 ช่องได้ด้วย โดยจะต้อง ตั้งค่ากล้องไอโฟน ก่อนโดยเข้าไปที่ ตั้งค่า > กล้อง > เปิดใช้งาน GRID (เส้นตาราง) และคุณสามารถประยุกต์การใช้งานตาราง 9 ช่องได้อย่างอิสระ หรือจะใช้กฎสามส่วน (RULE OF THIRDES) เข้ามาช่วยเพื่อให้คุณสามารถจัดองค์ประกอบของภาพเพื่อให้คุณจัดโฟกัสของภาพได้ง่ายยิ่งขึ้น

ถ่ายรูป ไอโฟน

ใช้ฟีเจอร์ภาพถ่ายบุคคล 

โหมด ภาพถ่ายบุคคล หรือ PORTRAIT เปิดให้ใช้ครั้งแรกบน IPHONE 7 PLUS และใน IPHONE X ขึ้นไปก็สามารถถ่ายบนกล้องหน้าได้ด้วย ซึ่งจะทำให้ภาพเซลฟี่ของคุณมีมิติและสวยยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือยังมาพร้อมฟีเจอร์แสงที่ให้คุณสามารถเลือกการจัดแสงภาพถ่ายบุคคลได้ถึง 5 แบบด้วยกัน ที่สำคัญคือไอโฟนรุ่น 11 ขึ้นไปคุณยังสามารถปรับค่า F ได้ด้วย ซึ่งค่า F ยิ่งต่ำ พื้นหลังภาพก็จะยิ่งเบลอ

ถ่ายรูป ไอโฟน

ปรับโฟกัสและการเปิดรับแสง

ถ่ายรูปด้วยมือถือ IPHONE การปรับโฟกัสและการเปิดรับแสงนับว่าเป็นสิ่งพื้นฐานที่หลายคนต้องรู้โดย ให้ไปที่แอปกล้อง > แตะหน้าจอบริเวณที่ต้องการโฟกัส > ลากรูปดวงอาทิตย์ขึ้น เพื่อเพิ่มรูรับแสง และสำหรับ IPHONE 11 ขึ้นไป จะสามารถตั้งค่าและล็อคการเปิดรับแสงเพื่อให้โฟกัสไม่หลุด และได้แสงที่ตรงยิ่งขึ้น โดยคุณจะต้องไปที่ ตั้งค่า > กล้อง > การตั้งค่าการใช้งานล่าสุด > เปิดใช้งานการปรับการเปิดรับแสง

ถ่ายรูป ไอโฟน

ตั้งเวลา NIGHT MODE ให้นานขึ้น

สำหรับ IPHONE 11 ขึ้นไป จะมาพร้อม NIGHT MODE ที่ให้คุณสามารถถ่ายภาพกลางคืนได้สวยยิ่งขึ้น โดย เทคนิคถ่ายรูป IPHONE ด้วย NIGHT MODE สามารถทำให้สวยขึ้นกว่าที่เคยด้วยการเพิ่มเวลาของการถ่าย NIGHT MODE ให้ไปที่ แอปกล้อง > เปิด NIGHT MODE (มุมซ้ายบนใกล้กับแฟลช/ค่าเริ่มต้นคือค่าอัตโนมัติ) > ปัดหน้าจอขึ้นข้างบนเพื่อเรียกใช้ฟีเจอร์ต่าง ๆ > กดที่ NIGHT MODE > เลื่อนขวาเพื่อเพิ่มเวลา แต่ทั้งนี้ IPHONE จะมีการปรับระยะเวลาสูงสุดไม่เท่ากันซึ่งอาจจะเป็น 2 – 5 วินาทีแตกต่างกันออกไป รวมไปถึงการใช้โหมดนี้ผู้ใช้งานจะต้องมือนิ่งมาก ๆ 

ถ่ายรูป ไอโฟน

ใช้ BURST MODE เผื่อถ่ายภาพต่อเนื่อง

หากเราต้องถ่ายภาพวัตถุที่มีการเคลื่อนที่เช่น ภาพน้องหมากำลังวิ่ง, ภาพคนเตะบอล หรือภาพคนปั่นจักรยาน การเลือกใช้ BURST MODE หรือ โหมดภาพถ่ายต่อเนื่อง ก็จะทำให้คุณสามารถเก็บภาพได้แบบรัว ๆ โดยหากเป็นไอโฟนรุ่นเก่า ๆ ก็จะสามารถใช้โหมดนี่ได้ด้วยการกดชัตเตอร์ค้าง แต่ถ้าเป็นการ ถ่ายรูป ไอโฟน 11 ให้คุณแตะชัตเตอร์ค้างจากนั้นลากไปฝั่งซ้าย เพียงเท่านี้คุณก็จะไม่พลาดการถ่ายภาพจากโมเมนต์ดี ๆ อีกต่อไป

IOS 17 เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ช่วยให้ ถ่ายรูป ไอโฟน ได้ง่ายและสวยขึ้น

ถ่ายรูป ไอโฟน

หลังจากที่ APPLE ปล่อย IOS 17 ออกมา เราก็ได้เจอกันฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยให้เราถ่ายรูป ไอโฟน ได้ง่ายและสวยยิ่งขึ้น โดยจะเป็นเส้นตรงที่อยู่ตรงกลางจอ (เส้นระนาบ) ซึ่งจะแยกออกจากกันเป็น 3 เส้น และผู้ใช้งานจะต้องตั้งกล้องให้เส้นดังกล่าวเรียงตรงกันทุกเส้น และเราจะรู้ว่าเราตั้งกล้องได้ตรงเมื่อเส้นกลางจอมีสีเหลือง และจะมีการสั่นเบา ๆ หนึ่งครั้ง เพื่อเป็นสัญญาณให้เรารู้ว่าเราตั้งกล้องได้ตรงแล้ว เพียงเท่านี้การ ถ่ายรูปไอโฟน ให้สวย ก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย: ufaball.bet

Categories
เทคนิค

วิดีโอสโลว์ บนมือถือถ่ายแบบไหน ตั้งค่ายังไงให้ได้คลิปจึ้ง ๆ

การถ่าย วิดีโอสโลว์ นอกจากจะทำให้คลิปของคุณดูน่าสนใจแล้ว ยังเป็นการสื่อสารอารมณ์ การเคลื่อนไหวของวัตถุในคลิปได้เป็นอย่างดี แต่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า นอกจาก IPHONE แล้ว มือถืออีกหลาย ๆ รุ่นสามารถตั้งค่ากล้องเพื่อถ่ายสโลว์ได้ด้วย หรือใครที่เป็นสายตัดต่อคลิปแล้วการใช้โปรแกรมตัดต่อวิดีโอเข้ามาช่วยในการทำสโลว์ก็สามารถทำได้เช่นกัน ซึ่งวันนี้เรารวมวิธีตั้งค่ากล้อง และแนวทางการทำคลิปสโลว์มาไว้ให้แล้ว

ตั้งค่ากล้องถ่าย วิดีโอสโลว์ ทั้งระบบ IOS และ ANDROID 

วิดีโอสโลว์

สำหรับใครที่ต้องการถ่าย วิดีโอ สโลว์ แต่ไม่รู้ว่าจะต้องตั้งค่ากล้องมือถือของคุณยังไง วันนี้เรามีวิธีตั้งค่ากล้องเพื่อ ทําวิดีโอ สโลว์ IPHONE และ ANDROID มาฝากทุกคนที่อยากได้วิดีโอสโลว์สวย ๆ ไว้อวดเพื่อน ๆ บนโซเชียล ซึ่งโดยทั่วไปบนสมาร์ทโฟนหลาย ๆ รุ่นที่สามารถถ่ายสโลว์ได้ก็จะมีโหมดถ่ายภาพสโลว์โมชั่นมาเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเปิดใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย แต่สำหรับมือถือ ANDROID หลาย ๆ รุ่นก็อาจจะมาพร้อม PRO MODE ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าเองเหมือนการถ่ายภาพบนกล้อง PRO หรือ DSLR 

วิดีโอสโลว์

ตั้งค่ากล้องไอโฟน

สำหรับมือถือไอโฟนรุ่นแรกที่สามารถ ทําวิดีโอ สโลว์ คือ IPHONE 5S แต่ในช่วงแรกนั้นโหมดสโลว์ของไอโฟนยังทำอะไรได้ไม่มากนัก แต่ปัจจุบันสำหรับ IPHONE 11 ขึ้นไปคุณจะสามารถถ่ายสโลว์บนกล้องหน้าได้ด้วย โดยการถ่ายสโลว์จะสามารถถ่ายได้ทั้ง 120 FPS และ 240 FPS โดยผู้ใช้งานจะต้องเข้าไปที่ SLO-MO MODE > ตั้งค่าเฟรมภาพที่มุมขวาของจอ > ซึ่งค่ามาตรฐานของกล้องจะอยู่ที่ 120 FPS > แตะ 1 ครั้งเพื่อเปลี่ยนเป็น 240 FPS เพียงเท่านี้ก็จะได้วิดีโอสโลว์ตามที่ต้องการแล้ว

วิดีโอสโลว์

แต่สำหรับรุ่นที่เก่ากว่านั้นก็สามารถเปิดใช้งานฟีเจอร์แตะสลับเพื่อเปลี่ยนเฟรมเรทแบบที่รุ่นใหม่ ๆ ได้เช่นกัน โดยให้ไปที่ตั้งค่า > กล้อง > บันทึกสโลว์โมชั่น > เลือก 1080P HD ที่ 120 FPS/ 720P HD ที่ 240 FPS > เปิดใช้งาน “ควบคุมรูปแบบวิดีโอ” เพียงเท่านี้คุณก็สามารถตั้งค่าเฟรมเรทของการถ่ายสโลว์โมชั่นได้ง่าย ๆ แบบไม่ต้องเข้าไปในแอพตั้งค่าอีกต่อไป 

วิดีโอสโลว์

นอกจากนี้คุณยังสามารถเข้าไปแก้ไขภาพถ่ายสโลว์โมชั่นที่ถูกบันทึกแล้วได้อีกด้วย โดยให้เขาไปที่อัลบั้ม > เลือกภาพ > แก้ไข > ลากแถบไทม์ไลน์กำหนดเฟรมเรท (แถบเล็กด้านล่างสุด) และเมื่อได้วิดีโอสโลว์ตามที่ต้องการแล้วก็กดเสร็จสิ้นได้เลย

ตั้งค่ากล้อง ANDROID

วิดีโอสโลว์

สำหรับมือถือ ANDROID อย่างที่หลายคนทราบดีว่า มีหลายรุ่นมาก ๆ ดังนั้นเราอาจจะแนะนำการตั้งค่าแบบเจาะจงไม่ได้ แต่สมาร์ทโฟนของ ANDROID หลายรุ่นจะมาพร้อมโหมดถ่ายสโลว์ให้คุณสามารถถ่ายสโลว์ได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องใช้ โปรแกรม ตัด ต่อ วิดีโอ อีกทั้งในสมาร์ทโฟนบางรุ่นยังมาพร้อม PRO MODE จึงให้คุณสามารถตั้งค่าตั้งค่าการถ่ายเองได้แบบจัดเต็ม สำหรับการถ่ายสโลว์ผู้ใช้งานจะต้องตั้งค่าเฟรมเรทที่ 100 FPR, 120 FPS และ 240 FPS โดยคุณสามารถเลือกการตั้งค่าได้เองตามต้องการ 

วิดีโอสโลว์ ด้วยโปรแกรมตัดต่อวิดีโอ มือถือไม่มีโหมดสโลว์ก็ทำได้

วิดีโอสโลว์

สำหรับใครที่อยากทำวิดีโอสโลว์ แต่มือถือไม่มีโหมดสโลว์ หรือลืมเปิดใช้โหมดขณะที่ถ่าย การใช้ โปรแกรม ตัด ต่อ วิดีโอ ฟรี มาเป็นตัวช่วยก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากให้โปรแกรม หรือแอพตัดต่อวิดีโอหลาย ๆ โปรแกมจะมาพร้อมฟีเจอร์สโลว์ โดยแต่ละโปรแกรมก็จะมีวิธีใช้งานที่แตกต่างกันออกไป เช่นบน CAP CUT การแก้ไขวิดีโอจะจะอยู่ในฟีเจอร์ “ความเร็ว” 

วิดีโอสโลว์

ซึ่งคุณสามารถทำ SLOW หรือ SPEED ก็ได้เช่นกัน โดยคุณสามารถ ตัด ต่อ วีดีโอ ให้ SLOW หรือ SPEED ความเร็วเท่ากันทั้งคลิป หรือจะเลือกใช้แม่แบบฟรีที่แอพกำหนดไว้ให้ หรือเราจะเลือกกำหนดเองก็ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งแอพบนมือถือหลาย ๆ แอบจะเหมาะกับเหล่ามือใหม่เป็นอย่างยิ่ง

แต่ถ้าเป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอระดับมือโปรอย่างเช่น ADOBE PREMIERE PRO, FINAL CUT PRO หรือ DAVINCI RESOLVE เหล่านี้จะไม่มีแม่แบบในการทำสโลว์มาให้ โดยผู้ใช้งานจะต้องมีความรู้พื้นฐานในการใช้เครื่องมือบนโปรแกรม ซึ่งมือใหม่อาจจะยังไม่เหมาะกับโปรแกรมเหล่านี้เท่าไรนัก

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย: ufaball.bet

Categories
เทคนิค

ใช้ หลักการ JUMP CUT ตัดคลิปให้กระชับ น่าสนใจ ไม่ยืดเยื้อ 

หลักการ JUMP CUT เป็นหนึ่งในหลักการ หรือวิธีในการตัดต่อวิดีโอที่เหล่าครีเอเตอร์หลาย ๆ คนเลือกใช้ในการตัดต่อผลงาน เนื่องจากเทคนิคนี้ช่วยให้วิดีโอมีความกระชับ ไม่ยืดเยื้อ และมีขนาดความยาวของวิดีโอเหมาะสมตามที่ต้องการ ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับหลักการJUMPCUT ให้มากขึ้น และสามารถนำไปใช้ในการตัดต่อคลิปของคุณได้ต่อไป

4 หลักการ JUMP CUT ที่จะทำให้การตัดคลิปเป็นมืออาชีพมากขึ้น

หลักการ JUMP CUT

หลักการJUMP CUT ที่เรานำมาฝากเพื่อน ๆ ในวันนี้จะมีทั้งหมด 4 หลักการที่จะช่วยทำให้การตัดแบบ JUMP CUT ของคุณเหมือนระดับมืออาชีพมากยิ่งขึ้น ซึ่ง JUMP CUTคือ การตัดกระโดด ซึ่งจะเป็นการตัดเอาเดทแอร์ หรือส่วนที่ไม่จำเป็นออกจากคลิป หรือตัดแบบตั้งใจให้คนดูรู้เลยว่าเป็นการตัดกระโดด ซึ่งจะเป็นการกระโดดจากช็อตหนึ่ง ไปยังช็อตหนึ่ง และเป็นเทคนิคที่ถูกใช้กับการตัดต่อคลิปสั้นไปจนถึงเป็น เทคนิคการตัดต่อภาพยนตร์ เลยทีเดียว แต่เราสามารถทำให้การตัดแบบ JUMP CUT เนียนได้ยิ่งขึ้นด้วย 4 เทคนิคง่าย ๆ ดังนี้

หลักการ JUMP CUT

การซูมเข้า – ออกของวิดีโอ

การ JUMP CUT พร้อมการซูมเข้าออกของวิดีโอ จะเหมาะกับจังหวะที่เราต้องการเน้นถึงเนื้อหาที่กำลังเสนอในคลิป เช่นคลิปทำแกงเขียวหวาน ที่จังหวะนั้นเราอาจจะต้องการโชว์ภาพของกะทิที่กำลังแตกมัน เราก็ใช้เทคนิคการตัดคลิปออกให้เป็น 2 ช็อตแล้วทำการซูมคลิป ๆ หนึ่ง แล้วนำมาต่อกัน ซึ่งในความเป็นจริงกว่าที่กะทิจะแตกมันอาจต้องใช้เวลานานหลาย แต่เราสามารถตัดเหลือเพียงไม่กี่วินาทีด้วยเทคนิคนี้ แถมยังเป็นการช่วยให้คลิปดูน่าสนใจ หรือดูมีอะไรมากขึ้นนั่นเอง

หลักการ JUMP CUT

JUMP CUT ด้วยภาพมุมกล้องหลายมุม

เทคนิคนี้จะต้องอาศัยการถ่ายวิดีโอด้วยกล้องตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป เพื่อให้วิดีโอที่เริ่ม และ จบพร้อมกัน ซึ่งจะคล้าย ๆ กับ ตัดต่อวิดีโอ ด้วยเทคนิค Cutting on Action แต่ด้วยความที่เป็น JUMP CUT การใช้มุมกล้องที่ 2 หรือ 3 มุมเข้ามาช่วยจึงเป็นการตัดกระโดดที่จะกระโดดได้แบบเนียน ๆ แบบที่คนดูแทบไม่รู้เลยว่าไทม์ไลน์ของวิดีโอไม่ต่อเนื่องกัน แต่ถ้าใครที่อัปเลเวลแล้ว คุณก็สามารถใช้เทคนิคนี้ได้จากการถ่ายวิดีโอจากกล้องเพียงตัวเดียว

หลักการ JUMP CUT

ใช้ภาพหรือวิดีโออินเสิร์ท

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า ตัดต่อแบบ JUMP CUT เราสามารถอินเสิร์ทภาพ หรือวิดีโอเข้ามาช่วยได้ด้วย สำหรับใครที่อัดคลิปพูด หรือเล่าเรื่องราวต่าง ๆ เราสามารถอินเสิร์ทภาพหรือวิดีโอที่เกี่ยวกับเรื่องที่เรากำลังพูดขึ้นมาแทนใบหน้าของเรา เพราะให้วิดีโอดูสมูท ไม่กระโดดไปมาจนเกินไปถึงแม้ว่าคลิปต้นฉบับจะมีความกระโดดก็ตาม แต่อันนี้เนียนจนคนดูไม่รู้แน่นอน

หลักการ JUMP CUT

ซิงค์เสียงคลิปให้สมูท

ถ้าใครเคยตัดคลิปที่มีการพากย์เสียงจะรู้ว่าเมื่อเรากดหยุดบันทึกเสียงก็จะมีเสียง “ตุบ” เหมือนเสียงเราเคาะอะไรสักอย่าง ซึ่ง การตัดกระโดด ก็เหมือนกัน เมื่อเราตัดคลิปแล้วก็จะมีเสียงเกิดขึ้นเช่นกัน ดังนั้นการซิงค์เสียงคลิปจึงสำคัญเช่นกัน เพราะเมื่อเสียงถูกซิงค์เรียบร้อยคนดูคลิปก็จะรู้สึกว่าคลิปมีความลื่นไหล ฟังแล้วไม่สะดุดซึ่งแต่ละโปรแกรมตัดต่อก็จะมีวิธีซิงค์เสียงที่แตกต่างกันออกไป

วิดีโอที่ไม่เหมาะกับการใช้ หลักการ JUMP CUT

หลักการ JUMP CUT

หลังจากที่เห็นรูปแบบของ หลักการ JUMPCUT ไปแล้วว่ามีวิธีใดบ้างที่ทำให้การJUMP CUT มีความสมูทและทำให้วิดีโอของคุณเป็นการตัดต่อคลิประดับมืออาชีพมากยิ่งขึ้น แต่สำหรับใครที่เป็นมือใหม่ และอยาก ตัดต่อวิดีโอเอง เทคนิคนี้จะไม่เหมาะกับกับวิดีโอที่มีการถ่ายวิว หรือ วิดีโอไทม์แลปส์ เนื่องจากวิดีโอแบบนี้จะต้องมีความต่อเนื่องเพื่อความเป็นธรรมชาติของวิดีโอ

หลักการ JUMP CUT

นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้เทคนิคอื่น ๆ หรือฟีเจอร์ต่าง ๆ มาใช้ร่วมด้วยเช่นการใส่ทรานซิชั่นเพื่อเชื่อคลิปหนึ่งไปสู่คลิปหนึ่งเพื่อให้ผู้ชมเข้าใจว่าช่วงเวลาของของวิดีโอได้เปลี่ยนไปจากเวลาช่วงเวลาหนึ่ง ไปยังช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งเราจะเจอได้บ่อยมาก ๆ ในคลิป หรือรายการทำอาหาร

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย: sa-game.bet