Categories
เสียง

สอนวิธีการ ตัดต่อเสียงง่าย ๆ บน iPhone + iOS 13 ด้วยแอป Voice Memos 

นอกจากการบันทึกเสียงแล้ว การตัดต่อเสียงก็เป็นขั้นตอนหนึ่งที่จะทำให้เสียงที่อัดมาสมบูรณ์แบบมากขึ้น เพราะเสียงที่ผ่านการบันทึกมานั้นอาจมีบางช่วงที่เราไม่ต้องการ ฉะนั้นการตัดต่อเสียงจึงเป็นวิธีที่จะช่วยให้เสียงลงตัวมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตัดเสียงที่ไม่ต้องการออก หรือการนำไฟล์เสียงมารวมเข้าด้วยกัน ล้วนเป็นขั้นตอนการตัดต่อเสียงที่สามารถใช้มือถือทำได้ บทความนี้จะมาสอนการ ตัดต่อเสียงง่าย ๆ ด้วยแอป Voice Memos บน iPhone + iOS 13 

ขั้นตอนการ ตัดต่อเสียงง่าย ๆ บน iPhone + iOS 13

ตัดต่อเสียงง่าย ๆ

ความสามารถในการบันทึกเสียงของ iPhone ช่วยให้เราสามารถบันทึกเสียงในห้องเรียน ห้องประชุม รวมถึงงานสัมมนาได้อย่างงายดาย เมื่อบันทึกเสียงแล้วจะช่วยให้เราสามารถนำกลับมาฟังซ้ำเพื่อทบทวนได้อย่างสะดวก สำหรับระบบปฏิบัติการ iOS 13 ขึ้นไป Apple ได้เพิ่มคุณสมบัติใหม่ในการสร้างชุด Copy ของไฟล์เสียง อีกทั้งยัง ตัดต่อเสียง และแทนที่เสียงได้อีกด้วย มาดูกันว่าการ ตัดต่อเสียงง่ายๆ บน iPhone + iOS 13 ด้วยแอป Voice Memos จะมีขั้นตอนอะไรบ้าง 

ตัดต่อเสียงง่าย ๆ

การทำสำเนาไฟล์เสียง

ก่อนอื่นให้เปิดแอป Voice Memos จากนั้นแตะเลือกเสียงที่ต้องการแก้ไข จะมีรายการคำสั่งและปุ่มต่าง ๆ แสดงอยู่ด้านล่าง ให้เริ่มทำสำเนาหรือ Copy ไฟล์เสียงก่อน สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าจะ ใช้โปรแกรมอะไรบันทึกเสียง ก็สามารถอัดเสียงด้วยแอป Voice Memos ได้เลย ส่วนวิธีทำสำเนาไฟล์เสียงให้กดที่ปุ่มรูปจุด 3 จุด เลือก “ทำสำเนา” เพียงเท่านี้เราก็จะได้ไฟล์เสียงชุด Copy แล้ว 

ตัดต่อเสียงง่าย ๆ

การเพิ่มเสียงใหม่แทนตำแหน่งที่ต้องการ

เริ่มจากแตะที่ไฟล์ชุด Copy แล้วกดปุ่มรูปจุด 3 จุด เพื่อเปิดเมนู ต่อมาเลือก “แก้ไขการอัด” ในหน้าจอที่แสดงขึ้นมาเราสามารถแตะแล้วลากเพื่อกำหนดตำแหน่งในการเล่น หรือแตะ 2 นิ้วแล้วกางออกหรือบีบเข้าในกรอบกราฟเสียงเพื่อย่อขยายให้เราตัดต่อในตำแหน่งที่แม่นยำได้มากขึ้น และสามารถบันทึกเสียงใหม่แทนตำแหน่งที่ต้องการได้เลย 

ตัดต่อเสียงง่าย ๆ

การตัดเสียงที่ไม่ต้องการออก

ถ้าต้องการตัดต่อเพื่อเอาเสียงช่วงใดออก เราสามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการกดไปที่ไอคอนมุมขวาบน จากนั้นจะเห็นว่ามีหน้าจอตัดต่อแสดงขึ้นมา เริ่มจากการแตะแล้วลากกรอบด้านซ้ายเพื่อกำหนดตำแหน่งเริ่มต้น จากนั้นแตะแล้วลากกรอบด้านขวาเพื่อกำหนดตำแหน่งจุดสิ้นสุด เมื่อได้ตำแหน่งที่ต้องการจะลบออกแล้ว เราสามารถทดลองฟังเสียงก่อนที่จะลบได้ หากแน่ใจแล้วให้แตะคำสั่ง “ลบ” ได้เลย เสียงดังกล่าวจะถูกตัดออกไป 

ตัดต่อเสียงง่าย ๆ

การตัดต่อเสียงที่ต้องการจะบันทึก

ขั้นตอนการตัดต่อเสียงที่ต้องการจะบันทึกทำได้ง่าย ๆ หากใครใช้ iPhone แล้วไม่รู้ว่า โปรแกรมตัดต่อเสียงมีอะไรบ้าง ก็สามารถเลือกใช้แอป Voice Memos ได้เลย โดยเริ่มจากการแตะแล้วลากที่กรอบเสียงด้านซ้ายและขวาเพื่อกำหนดจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของไฟล์ แล้วให้กดที่คำสั่ง “ตัดต่อ” หลังจากได้ผลลัพธ์ที่ต้องการแล้วให้กด “บันทึก” เพื่อทำการบันทึกไฟล์ หรือถ้าไม่ต้องการบันทึกก็สามารถกด “ยกเลิก” เพื่อยกเลิกการตัดต่อทั้งหมดได้

ความแตกต่างระหว่างการ ตัดต่อเสียงง่าย ๆ บนมือถือและคอมพิวเตอร์

ตัดต่อเสียงง่าย ๆ

บางครั้งการตัดต่อเสียงบนมือถืออาจสะดวกกว่าการตัดต่อเสียงบนคอมพิวเตอร์ แม้ว่าก่อนหน้านี้เราอาจสงสัยว่าในมือถือมี เครื่องมือใดที่ใช้ในการตัดเสียง ได้บ้าง ในปัจจุบันมือถือถูกพัฒนาให้มีเครื่องมือตัดต่อเสียงที่ใช้งานง่ายและสะดวกมากขึ้น ทว่ากระบวนการหรือขั้นตอนการตัดต่อที่ซับซ้อนและมีรายละเอียดเยอะเป็นพิเศษนั้น การใช้คอมพิวเตอร์ตัดต่อเสียงอาจง่ายกว่า 

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย: https://hilo-88.com/ 

Categories
กราฟิก

How to ออกแบบตัวอักษรกราฟิก ให้โดดเด่นด้วยโปรแกรม Illustrator 

นอกจากโปรแกรมชื่อดังอย่าง Photoshop แล้ว ยังมี Illustrator ที่เป็นโปรแกรมในตระกูลเดียวกัน เรียกได้ว่าเป็นโปรแกรมวาดภาพกราฟิกแบบเวกเตอร์ที่ได้รับความนิยมไม่น้อยเลยทีเดียว ภายในโปรแกรมจะมีเครื่องมือต่าง ๆ ให้เหล่ากราฟิกดีไซเนอร์ได้เลือกใช้กันอย่างมากมาย สำหรับบทความนี้จะมาแนะนำวิธี ออกแบบตัวอักษรกราฟิก ให้สวยงามและโดดเด่นด้วยโปรแกรม Illustrator 

ขั้นตอนการ ออกแบบตัวอักษรกราฟิก ในโปรแกรม Illustrator

ออกแบบตัวอักษรกราฟิก

กราฟิก ดีไซเนอร์ คือ บุคคลออกแบบงานกราฟิกประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวอักษร รูปภาพ รวมไปถึงสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ที่เราพบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน เรียกได้ว่าเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ต่าง ๆ เลยก็ว่าได้ เพราะกราฟิกถือเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยดึงดูดคนให้สนใจแบรนด์นั้น ๆ มากขึ้น สำหรับใครที่อยากจะ ออกแบบตัวอักษร กราฟิก เพื่อใช้ทำโลโก้แบรนด์ หรืออะไรก็ตามแต่ วันนี้เรามีวิธีออกแบบตัวอักษรด้วยโปรแกรม Illustrator ซึ่งสามารถทำตามได้ ดังนี้ 

ออกแบบตัวอักษรกราฟิก

การเริ่มต้นออกแบบตัวอักษรกราฟิก

เปิดโปรแกรม Illustrator โดยเราจะใช้เวอร์ชั่น CC 2018 เริ่มแรกกดไปที่ File > New > Web จากนั้นตั้งค่า Width และ Height = 960 / Pixels สำหรับ Orientation ให้คลิกตัวเลือกแรก เสร็จแล้วคลิกที่ “Create” ต่อมาคลิกที่แถบ Window > Workspace > Printing and Proofing จากนั้นจะเห็นเครื่องมือต่าง ๆ ปรากฏขึ้นมา ให้เริ่มออกแบบตัวอักษร กราฟิก โดยคลิกที่ “Type Tool (T)” ทางด้านซ้ายมือ ต่อมาคลิกที่หน้ากระดาษ 1 ครั้ง แล้วพิมพ์ข้อความที่ต้องการลงไป

ออกแบบตัวอักษรกราฟิก

การปรับตัวอักษร

ปรับตัวอักษรโดยคลิกที่ “Paragraph” ด้านบน เลือกขนาดใหญ่สุด คือ 72 pt หรือถ้าต้องการใหญ่กว่านี้ให้กด Shift ที่แป้นพิมพ์แล้วใช้เมาส์ขยายได้เลย ต่อมาเลือกฟอนต์และสีที่ชอบจากเมนูด้านบน และใส่ขอบสีได้ด้วย ซึ่งสามารถเพิ่มขนาดขอบเส้นตัวอักษรโดยการคลิกที่ช่องถัดจาก Stroke หากยังไม่พอใจสามารถเพิ่มมิติให้ตัวอักษรโดยคลิกที่ Window > Appearance เริ่มต้นด้วยการคลิกที่ตัวอักษรก่อน จากนั้นคลิก “Add New Stroke” ที่เป็นสัญลักษณ์สี่เหลี่ยมด้านล่างของหน้าต่าง Appearance

ออกแบบตัวอักษรกราฟิก

การปรับแต่งเส้นตัวอักษร

เมื่อคลิก “Add New Stroke” ในหน้าต่าง Appearance แล้วจะมีเส้นตัวอักษรปรากฏขึ้น ให้คลิกที่แถบสีเพื่อเปลี่ยนสี และเลือกสีตัวอักษรที่ “Fill” โดยปรับขนาดเส้น Stroke ได้ในแถบที่อยู่ข้างแถบสี หากมีเส้นซ้อนกันแล้วดูไม่สวยก็ให้ย้ายเลเยอร์ Stroke ลงมาไว้ข้างล่าง และถ้าตัวอักษรยังดูธรรมดาก็ให้ ออกแบบ กราฟิกดีไซน์ โดยเพิ่มมิติด้วยเงาซ้อนด้านหลัง คลิกที่ Edit ด้านบน ตามด้วย “Copy” จากนั้นคลิก Edit อีกครั้ง และเลือก “Paste” จะได้ตัวอักษรอีกอันหนึ่ง และจัดวางให้เป็นเงาซ้อนด้านหลังได้เลย

ออกแบบตัวอักษรกราฟิก

การสร้างเงาตัวอักษร

เริ่มต้นจากการคลิกขวาที่เมาส์แล้วเลือก “Create Outlines” จากนั้นไปที่ “Object” อีกครั้ง เลือก “Expand…” จะมีหน้าต่างปรากฏขึ้น ให้คลิก “OK” ต่อมาคลิก “Pathfinder” ที่อยู่ด้านขวาบนใกล้แถบสี และคลิกคำสั่งที่เป็น Unite ใน Shape Modes เปลี่ยนสีให้เข้มกว่า Stroke เพื่อให้ดูเป็นเงา คลิกขวาที่เมาส์แล้วเลือก “Arrange” > “Send to Back” จะได้เงาข้างหลังตัวอักษร กราฟิกดีไซน์ สวยๆ ซึ่งสามารถเปลี่ยนสีตามที่ต้องการได้เลย

ออกแบบตัวอักษรกราฟิก

การปรับแต่งสไตล์ตัวอักษร

คลิกที่แถบ Select ด้านบน เลือก “Same” > “Stroke Weight” จะเห็นว่ามีช่องครอบตัวเส้นที่เราขีดเอาไว้ทั้งหมด ให้ปรับขนาดตัวเส้นที่เมนูถัดจาก Stroke ต่อมาเลือกสไตล์เส้น คลิกที่ “Stroke” ปรับให้มีความโค้งเว้า เสร็จแล้วทำเงาสะท้อนด้านล่างตัวอักษรด้วยวิธีเดียวกัน และปรับสไตล์และสีตามต้องการ ก่อนจะบันทึกสามารถเก็บรายละเอียดและสร้าง กราฟิก ดีไซน์ พื้น หลัง กราฟิก เพื่อให้เข้ากับตัวอักษรที่ออกแบบได้ ซึ่งจะทำให้เราเห็นตัวอักษรกราฟิกได้เด่นชัดมากขึ้น

คำแนะนำสำหรับมือใหม่เพิ่งใช้โปรแกรม Illustrator ออกแบบตัวอักษรกราฟิก

ออกแบบตัวอักษรกราฟิก

Illustrator มีชื่อเต็มว่า Adobe Illustrator เป็นโปรแกรมวาดภาพกราฟิกแบบเวกเตอร์ เรียกได้ว่าเป็นที่นิยมในวงการกราฟิกดีไซน์ และ กราฟิกดีไซน์ คือ การออกแบบกราฟิก ไม่ว่าจะเป็นตัวอักษร รูปภาพ และสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ลงบนพื้นผิวแนวราบ 2 มิติ สำหรับมือใหม่ที่จะออกแบบตัวอักษรด้วยโปรแกรมนี้ แนะนำให้ดูคลิปวิดีโอเป็นตัวอย่างเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้เครื่องมือก่อน หลังจากนั้นค่อยลงมือออกแบบตามเทคนิคที่เราแนะนำไปได้เลย

อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย: https://hilo-88.com/ 

Categories
มือใหม่

แต่งรูป Lightroom มือใหม่ แบบคุมโทนสี อธิบายความรู้สึกผ่านภาพด้วยโทนสีต่าง ๆ

เชื่อว่าหลายคนต้องการแต่งรูปด้วยตัวเอง แต่ด้วยความที่ยังเป็นมือใหม่จึงกลัวว่าจะทำได้ยาก หรือแต่งออกมาแล้วไม่สวยตามที่ต้องการ อย่างไรก็ตามการเรียนรู้วิธีการแต่งรูปนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพราะทุกวันนี้โปรแกรมหรือแอพลิเคชั่นแต่งรูปมีให้เลือกใช้กันอย่างมากมาย และหลายโปรแกรมก็สามารถใช้งานได้ไม่ยากด้วย สำหรับบทความนี้เราขอแชร์เทคนิคการ แต่งรูป Lightroom มือใหม่ แบบคุมโทนสีต่าง ๆ เพื่อให้ภาพแสดงอารมณ์ได้ดีขึ้น

วิธี แต่งรูป Lightroom มือใหม่ แบบคุมโทนต่าง ๆ

แต่งรูป Lightroom มือใหม่

ต้องบอกว่าเทรนด์การแต่งรูปคุมโทนนั้นได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะการโพสรูปในอินสตาแกรม เรามักจะเห็นว่าหลาย ๆ คนมักโพสรูปที่มีโทนสีเดียวกัน เพื่อให้ธีมสีในอัลบั้มภาพของอินสตาแกรมเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งเราสามารถทำได้โดยการ แต่งรูป lightroom คุมโทน สำหรับใครที่อยากคุมโทนสีของภาพในอินสตาแกรม วันนี้เรามีเทคนิคการ แต่งรูปLightroomมือใหม่ แบบคุมโทนต่าง ๆ มาฝากด้วย 

คุมโทนธรรมชาติ

แต่งรูป Lightroom มือใหม่

ขั้นตอนแรกให้เลือกรูปถ่ายกับธรรมชาติ โดยเน้นให้มีสีเขียวเป็นองค์ประกอบหลัก จากนั้นเริ่ม แต่งรูป lightroomโทนธรรมชาติ ด้วยการกดไปที่แถบแสง ตามด้วย “เคิร์ฟ” จากนั้นดึงจุดล่างสุดขึ้นเล็กน้อย, จุดที่ 2 ดึงลงเล็กน้อย, จุดที่ 3 ดึงขึ้นเล็กน้อย, จุดที่ 4 ดึงขึ้นเล็กน้อย และจุดที่ 5 จุดสุดท้ายด้านบนสุดให้ดึงลงเล็กน้อย จะเห็นว่าเส้นสีขาวนั้นจะมีลักษณะคล้ายตัว S ต่อมากด “เสร็จสิ้น” หลังจากนั้นปรับคอนทราสต์ -11, ไฮไลต์ -22, เงา -15 และสีดำ -21 เพียงเท่านี้ก็จะได้รูปภาพโทนธรรมชาติแล้ว

คุมโทนเกาหลี

แต่งรูป Lightroom มือใหม่

ขั้นตอนแรกของการ แต่งรูป lightroomโทนเกาหลี ให้เลือกรูปที่มีสีขาวหรือสีครีมเป็นองค์ประกอบหลัก และมีสีเข้มน้อยที่สุด เริ่มแต่งรูปโดยกดแถบแสงเพื่อเพิ่มความสว่างให้กับภาพ ตั้งค่าการรับแสง +0.50, คอนทราสต์ -35, ไฮไลต์ -30, เงา +30, สีขาว -45 และสีดำ +40 ต่อมากดไปที่แถบสีที่อยู่ด้านข้างแถบแสง ปรับอุณหภูมิ +10 จากนั้นกด “มิกซ์” ด้านบน กดเลือกจุดสีเหลือง ปรับความอิ่มของสี -56 และเพิ่มความสว่าง +50 จะได้รูปโทนเกาหลีมากขึ้น หากรู้สึกว่าสีซีดเกินไปก็สามารถปรับความเข้มและความสว่างของสีได้ 

คุมโทนดาร์ก

แต่งรูป Lightroom มือใหม่

ขั้นตอนแรกให้เลือกรูปที่มีสีดำ 70% และเริ่ม แต่งรูปlightroom โทนดาร์ก โดยการกดที่แถบแสง > “เคิร์ฟ” ต่อมากดเส้นเคิร์ฟ 3 จุด จุดล่างสุดให้ดึงขึ้นเล็กน้อย, จุดที่ 2 ดึงลงเล็กน้อย, จุดที่ 3 ดึงลงเล็กน้อย, จุดที่ 4 และ 5 ให้ดึงลงจนเรียงกันเป็นเส้นตรง และกด “เสร็จสิ้น” จากนั้นปรับการรับแสง +0.18, คอนทราสต์ +60, ไฮไลต์ -52, เงา +61, สีขาว -13 และสีดำ +11 ต่อมากดแถบสี ปรับอุณหภูมิ +5 และความอิ่มของสี -22 ถัดมาไปที่ “มิกซ์” กดเลือกสีส้ม ปรับเฉดสี -20, ความอิ่มของสี -10 และความสว่าง +81

How to copy preset แต่งรูป Lightroom มือใหม่ คุมโทนได้ง่ายและเร็วขึ้น

แต่งรูป Lightroom มือใหม่

โปรแกรม แต่งรูป lightroom มือถือ สามารถคัดลอกการตั้งค่าของรูปภาพที่เราแต่งเสร็จแล้วได้ หากต้องการแต่งรูปใหม่ให้มีโทนสีเดียวกับภาพเก่าก็สามารถ Copy Preset ได้ โดยกดไปที่จุด 3 จุดด้านบนของรูปที่แต่งเสร็จแล้ว ต่อมากด “คัดลอกการตั้งค่า” และกด “√” หลังจากนั้นไปเลือกรูปที่ต้องการจะแต่ง กดไปที่จุด 3 จุดด้านบนของรูป และกด “วางการตั้งค่า” เพียงเท่านี้ก็จะได้รูปภาพโทนเดียวกับภาพเก่าที่แต่งก่อนหน้านี้แล้ว จะเห็นว่าการแต่งรูปด้วย นั้นง่ายมาก ๆ 


อ่านบทความอื่นๆ:

สนับสนุนโดย: https://ufaball.bet/ 

Categories
เทคนิค

เทคนิคการ ตัดต่อวิดีโอ บนมือถือ ขั้นพื้นฐาน ด้วยโปรเจกต์ของ KineMaster 

KineMaster เป็นแอพลิเคชั่นสำหรับตัดต่อวิดีโอที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะสามารถใช้งานได้ฟรีและไม่ยุ่งยาก สำหรับมือใหม่ที่ต้องการ ตัดต่อวิดีโอ บนมือถือ แบบง่าย ๆ และประหยัดเวลา KineMaster ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลย เพราะฟีเจอร์ของแอพลิเคชั่นดังกล่าวถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นมืออาชีพหรือมือใหม่ก็สามารถตัดต่อวิดีโอได้ดีไม่แพ้กัน

ขั้นตอนการ ตัดต่อวิดีโอ บนมือถือ ด้วยแอพลิเคชั่น KineMaster ฉบับมือใหม่

    ตัดต่อวิดีโอ บนมือถือ

    KineMaster เป็น โปรแกรมตัดต่อวีดีโอในโทรศัพท์ ฟรี ที่มีฟังก์ชั่นพิเศษให้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ซึ่งเหมาะกับมือใหม่มาก ๆ เพราะวิธีการใช้งานค่อนข้างง่าย โดยจะมีรูปแบบ Intro ต่าง ๆ ที่เราสามารถเลือกนำมาใช้ได้แบบไม่ยาก เพียงแค่เลือกโหมดใน โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ แล้วนำวิดีโอของเราไปใส่ก็จะได้วิดีโอตามที่ต้องการแล้ว ในวันนี้เราจะแนะนำเทคนิคการ ตัดต่อวิดีโอบนมือถือ ด้วยโปรเจกต์ของ KineMaster แบบง่าย ๆ ใช้เวลาไม่นาน มาดูกันว่าจะมีขั้นตอนอะไรบ้าง 

    ตัดต่อวิดีโอ บนมือถือ
    1. การเลือกใช้โปรเจกต์วิดีโอ

    ขั้นตอนแรกให้กดที่เมนู “Get Projects” จะมีรูปแบบวิดีโอให้เลือกใช้มากมาย ซึ่งจะแบ่งตามโหมดต่าง ๆ หากต้องการใช้ให้กดเข้าไปแล้วดาวน์โหลด จากนั้นวิดีโอที่เราเลือกจะปรากฏขึ้นที่เมนู “My Project” บนหน้าหลัก ให้กดเข้าไปในโหมดที่ดาวน์โหลด และจะเห็นว่าเป็น app ตัดต่อวิดีโอ ฟรี ที่มีองค์ประกอบต่าง ๆ ให้เลือกใช้ สามารถเลือกดาวน์โหลดทีละอันหรือจะดาวน์โหลดทั้งหมดโดยกดที่คำสั่ง “Download All” ก็ได้

    ตัดต่อวิดีโอ บนมือถือ
    1. การเพิ่มวิดีโอที่จะใช้ในการตัดต่อ

    หลังจากดาวน์โหลด Element หรือองค์ประกอบต่าง ๆ เสร็จแล้ว ให้กดไปที่วิดีโอ และเลือก “Media” จากนั้นกดเลือกไฟล์วิดีโอที่จะนำมาตัดต่อได้เลย และสามารถจัดวางวิดีโอแต่ละส่วนไว้ตามความต้องการ นอกจากนี้หากใครต้องการ แอพตัดต่อวิดีโอ ใส่ข้อความ KineMaster ก็ทำได้เช่นกัน โดยกดไปที่เมนู “Layer” ตามด้วย “Text” จากนั้นพิมพ์ข้อความที่ต้องการลงไปได้เลย เสร็จแล้วกด “OK” 

    ตัดต่อวิดีโอ บนมือถือ
    1. การบันทึกวิดีโอ

    ขั้นตอนสุดท้ายหลังจากตัดต่อวิดีโอจนเสร็จแล้วก็คือ Export หรือบันทึกไฟล์ ซึ่ง KineMaster เป็น แอพตัดต่อวิดีโอ ios ฟรี ที่มีขั้นตอนการบันทึกไม่ซับซ้อน เมื่อตัดต่อและปรับแต่งวิดีโอได้สมบูรณ์แบบที่ต้องการแล้ว สามารถบันทึกวิดีโอโดยการกดที่เครื่องหมายทางด้านขวาบน จากนั้นให้ตั้งค่าความละเอียดและอัตราเฟรมของวิดีโอ และกด “Export” เมื่อดาวน์โหลดจนเสร็จแล้วจะได้ไฟล์วิดีโอที่ตัดต่อตามที่ต้องการ 

    เทคนิคตัดต่อวิดีโอ บนมือถือ และใส่เพลงในวิดีโอ KineMaster

    ตัดต่อวิดีโอ บนมือถือ

    นอกจากเทคนิคการตัดต่อวิดีโอที่เราแนะนำไปข้างต้นแล้ว ต้องบอกว่า KineMaster เป็น แอพตัดต่อวิดีโอ ios ใส่เพลง ฟรี ที่สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยกดไปที่เมนู “Audio” ตามด้วย “Get Music” เมื่อกดเข้าไปแล้วจะมีเพลงต่าง ๆ ปรากฏขึ้นมาให้เลือกมากมาย หากต้องการจะใช้เพลงจาก แอพตัดต่อวิดีโอ ใส่เพลง ฟรี ก็สามารถกดไปที่เพลงได้เลย หรือใครอยากจะใช้เพลงในมือถือก็สามารถทำได้เช่นกัน

    อ่านบทความอื่นๆ:

    Categories
    เสียง

    3 โปรแกรม ตัดต่อไฟล์เสียง ใช้งานง่าย มีคุณสมบัติหลากหลายที่ตอบโจทย์การใช้งาน

    เสียง เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่มีความสำคัญสำหรับคอนเทนต์ นอกจากภาพหรือวิดีโอแล้วจะขาดเสียงไปไม่ได้ เพราะเสียงจะเป็นสิ่งที่อธิบายและสื่อสารเกี่ยวกับเรื่องราวต่าง ๆ ให้คนเข้าใจถึงอารมณ์และความรู้สึก รวมถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่ต้องการนำเสนอ โดยเฉพาะการตัดต่อเสียงเพลงเพื่อใช้ในด้านต่าง ๆ ในปัจจุบันถือว่าได้รับความนิยมอย่างมาก บทความนี้จึงอยากแนะนำ 3 โปรแกรม ตัดต่อไฟล์เสียง ที่ใช้งานง่ายและได้รับความนิยมอย่างมาก 

    แนะนำ 3 โปรแกรมยอดฮิตสำหรับใช้ ตัดต่อไฟล์เสียง

    ตัดต่อไฟล์เสียง

    ต้องบอกว่าในปัจจุบันนี้โปรแกรมตัดต่อเสียงมีให้เลือกใช้งานค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว โดยแต่ละโปรแกรมก็จะมีรูปแบบและวิธีการใช้งานแตกต่างกันออกไป รวมถึงคุณสมบัติเฉพาะตัวที่อาจเป็นข้อดีของโปรแกรมนั้น ๆ สำหรับใครที่ต้องการ ตัดต่อเสียงฟรี ด้วยโปรแกรมตัดต่อเสียงโดยเฉพาะ วันนี้เรามี 3 โปรแกรมตัดต่อไฟล์เสียง มาแนะนำด้วย ซึ่งจะมีทั้งแบบใช้บน Windows และ Mac ไปดูกันว่า โปรแกรมตัดต่อไฟล์เสียง ฟรี จะมีโปรแกรมใดบ้าง 

    ตัดต่อไฟล์เสียง

    Audacity (Windows)

    เมื่อพูดถึง โปรแกรมตัดต่อเสียง windows 10 แล้ว จะไม่พูดถึงโปรแกรมนี้ไม่ได้เลย เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในโปรแกรมยอดฮิตที่หลายนิยมใช้ในการตัดต่อไฟล์เสียง หรือ ตัดต่อเพลงออนไลน์ ซึ่งเป็นโปรแกรมฟรีแบบ Open Source ที่สามารถใช้งานได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นการตัดเสียงที่ไม่ต้องการออก ตัดเสียงหลายจุด ตัดเสียงรบกวน การใส่เอฟเฟกต์เสียง รวมถึงการวิเคราะห์เสียง และสามารถบันทึกแบบหลายแทร็คเสียงได้อีกด้วย 

    ตัดต่อไฟล์เสียง

    Garageband (Mac)

    โปรแกรมตัดต่อเสียง mp3 ที่อยากจะแนะนำสำหรับคนที่ใช้ Mac เท่านั้น โปรแกรมถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานง่าย เมื่อคลิกเข้าไปในโปรแกรมจะเห็นว่ารูปแบบหน้าต่างจะมีความทันสมัย ซึ่งใช้ในการอัดเสียงต่าง ๆ ได้ โดยสามารถอัดเสียง BGM ผ่านโปรแกรมนี้บนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่าง iPhone หรือ iPad จากนั้นสามารถเชื่อมต่อกลับมาที่ตัวโปรแกรมบน Mac ได้เลย เรียกว่าเป็นจุดเด่นของ โปรแกรม ตัด ต่อ เสียงบันทึก เลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ยังรองรับการทำงานแบบหลายแทร็คได้อีกด้วย

    ตัดต่อไฟล์เสียง

    WavePad (Mac)

    อีกหนึ่งโปรแกรมตัดต่อเสียงที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับ Garageband นับเป็นโปรแกรมแก้ไขเสียงหรือเพลงระดับมืออาชีพเลยก็ว่าได้ เราสามารถใช้ใน การตัดต่อเพลง mp3 หรือเสียงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการตัดเสียงที่ไม่ต้องการออก ตัดเสียงรบกวน ใส่เอฟเฟกต์ ใส่รีเวิร์บ และอื่น ๆ ซึ่งจุดเด่นของโปรแกรมนี้ก็คือสามารถรองรับไฟล์เสียงได้หลายสกุล อีกทั้งยังเปิดสกุลไฟล์ที่ต่างกันในขณะทำงานพร้อมกันได้ด้วย ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาในการแปลงสกุลไฟล์ได้ดี

    วิธีเลือกใช้โปรแกรม ตัดต่อไฟล์เสียง ให้เหมาะสม

    ตัดต่อไฟล์เสียง

    อย่างที่เราทราบกันดีว่าในปัจจุบันการตัดต่อเสียงเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายมาก ๆ เพราะมีโปรแกรม ตัดต่อไฟล์เสียงออนไลน์ ให้เราเลือกใช้อย่างมากมาย หากใครที่ยังเลือกไม่ได้ว่าจะใช้โปรแกรมใดในการตัดต่อเสียง แนะนำให้เลือกโปรแกรมที่อุปกรณ์ของเรารองรับเป็นอันดับแรก จากนั้นพิจารณาคุณสมบัติ รวมถึงวิธีการใช้งานของโปรแกรมนั้น ๆ ว่ายากง่ายมากแค่ไหน วิธีนี้จะช่วยให้เราเลือกได้ว่าโปรแกรมใดที่เหมาะกับการใช้งานมากที่สุด

    อ่านบทความอื่นๆ:

    Categories
    กราฟิก

    แนะนำ 3 เว็บออกแบบโลโก้ ช่วยให้แรงบันดาลใจในการครีเอทรูปแบบลายสัก 

    การออกแบบลายสักเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน สำหรับผู้ที่ชื่นชอบและหลงใหลเกี่ยวกับศิลปะอย่างลายสักคงทราบกันดีอยู่แล้วว่าก่อนจะสักลายบนผิวนั้นจะต้องทำการออกแบบซะก่อน เรียกว่าเป็นขั้นตอนแรก ๆ เลยก็ว่าได้ โดยลายสักแต่ละรูปแบบจะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล อย่างไรก็ตามบทความนี้ขอแนะนำ เว็บออกแบบโลโก้ ออกแบบลายสัก ที่จะช่วยให้คุณได้รับแรงบันดาลใจและออกแบบลายสักได้ตามความต้องการ 

    เว็บออกแบบโลโก้ ออกแบบลายสัก สำหรับมือใหม่ที่อยากได้ลายสักสวย ๆ ตามสไตล์ที่ชอบ

    เว็บออกแบบโลโก้

    จริง ๆ แล้วการออกแบบลายสักนั้นสามารถทำได้ง่าย ๆ ในโปรแกรมหรือแอพลิเคชั่นในมือถือ แต่ทว่าแนวคิดในการออกแบบนั้นก็ไม่ได้ง่ายเสมอไป จึงจำเป็นต้องพึ่งตัวช่วย นั่นก็คือเว็บออกแบบโลโก้ ออกแบบลายสัก โดยเว็บที่เกี่ยวกับการออกแบบลายสักนั้นจะช่วยให้เราสามารถออกแบบลายสักได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น สำหรับผู้ที่ชื่นชอบและต้องการแรงบันดาลใจในการ สักลายกราฟฟิกสวยๆ เว็บต่อไปนี้อาจจะช่วยให้คำตอบกับคุณได้ ไปดูกันว่าจะมีเว็บใดบ้าง

    เว็บออกแบบโลโก้

    Tattoodo

    เรียกได้ว่าเป็นแหล่งข้อมูลบนเว็บที่นำเสนอเกี่ยวกับรอยสักระดับพรีเมียม ภายในเว็บนี้จะให้แรงบันดาลใจในการออกแบบ รอยสักกราฟิกผู้ชาย และผู้หญิงไว้อย่างมากมาย เราสามารถเข้าไปค้นหาแรงบันดาลใจเพื่อใช้ในการออกแบบลายสักได้ โดยจะมีทั้ง ลายสักกราฟฟิก ขาว ดำ และสีสันสวยงาม ซึ่งสามารถเข้าถึงได้ทั้งคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน หากใครที่ยังไม่รู้ว่าจะออกแบบลายสักด้วยตัวเองยังไง สามารถเข้าไปเยี่ยมชมและเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีออกแบบลายสักในเว็บนี้ได้เลย

    เว็บออกแบบโลโก้

    Vecteezy

    นี่คือเว็บกราฟิกแบบเวกเตอร์ที่มีชุดเทมเพลตระดับพรีเมียมที่สามารถใช้งานได้ฟรี นับเป็นอีกหนึ่งเว็บออกแบบลายสักที่น่าสนใจไม่น้อย ซึ่งสามารถค้นหาลายสักแบบที่ต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็น ลายสักผู้ชาย หรือ ลายสักกราฟฟิกผู้หญิง เมื่อสมัครเป็นสมาชิกของ Vecteezy แล้วจะทำให้เราสามารถใช้สิทธิ์ในการซื้อรูปภาพระดับพรีเมียมโดยใช้เครดิตหรือดาวน์โหลดฟรี สำหรับใครที่ต้องการออกแบบลายสักด้วยวิธีง่าย ๆ แต่ได้ภาพสวยตามที่ต้องการ เว็บนี้อาจตอบโจทย์ได้พอสมควร 

    เว็บออกแบบโลโก้

    Custom Tattoo Design

    สำหรับใครที่อยาก สักลายกราฟฟิก 3 มิติ แต่ไม่อยากออกแบบลายสักด้วยตัวเอง เว็บนี้เป็นอีกหนึ่งแหล่งที่คุณสามารถจ้างช่างให้ออกแบบลายสักได้ โดยจะต้องอธิบายประโยคหรือคีย์เวิร์ดเกี่ยวกับลายสักที่ต้องการแบบสั้น ๆ เช่น ลายสักกราฟฟิกญี่ปุ่น จากนั้นทีมงานจะประเมินค่าใช้จ่ายเพื่อทำการมัดจำ โดยช่างจะพยายามออกแบบให้ตรงใจคุณมากที่สุด ซึ่งในตอนแรกทางเว็บจะส่งร่างออกแบบคร่าว ๆ ก่อน เพื่อให้อนุมัติหรือปฏิเสธ ในกรณีที่ไม่พอใจกับผลงาน ทางเว็บก็จะคืนเงินมัดจำแบบเต็มจำนวน

    คำแนะนำเกี่ยวกับการเลือก เว็บออกแบบโลโก้ ออกแบบลายสัก

    เว็บออกแบบโลโก้

    เว็บออกแบบลายสัก ที่เราแนะนำไปข้างต้นเป็นเพียงแหล่งที่ให้ข้อมูลและความรู้ รวมถึงแรงบันดาลใจในการออกแบบลายสัก อาจจะตอบโจทย์คนเฉพาะกลุ่มก็ได้ ฉะนั้นก่อนจะทำการออกแบบ ลายสักแขน หรือลายสักบริเวณใดก็ตาม ควรทำความเข้าใจก่อนว่าแรงบันดาลใจนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งทั้ง 3 เว็บที่กล่าวมาข้างต้นจะช่วยออกแบบและมอบประสบการณ์เกี่ยวกับลายสักให้กับเราได้เป็นอย่างดี

    อ่านบทความอื่นๆ: