Categories
กราฟิก

4 วิธีการ รีทัชรูป LIGHTROOM สำหรับมือใหม่

รีทัชรูป LIGHTROOM

การรีทัชรูปภาพ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้รูปภาพของคุณสวยงามสมบูรณ์แบบ โดยทั่วไปช่างภาพ หรือนักตัดต่อมืออาชีพจะรีทัชรูปภาพในโปรแกรมแต่งรูป อย่างเช่น โปรแกรมLIGHTROOM ซึ่งการ รีทัชรูป LIGHTROOM จะช่วยทำให้คุณได้รูปภาพพอร์ตเทรตที่สมบูรณ์แบบ LIGHTROOM มีเครื่องมือสำหรับแต่งรูปภาพแบบครอบคลุมขั้นพื้นฐาน ทำให้คุณสามารถรีทัชรูปภาพในโปรแกรมนี้ได้อย่างง่ายดาย พร้อมทั้งจัดระเบียบรูปภาพในไลบรารีของคุณอีกด้วย สำหรับช่างภาพมือใหม่ขั้นตอนการรีทัชรูป LIGHTROOMให้ได้ภาพพอร์ตเทรตที่สมบูรณ์แบบนั้น เป็นเรื่องง่ายที่ไม่ว่าใครก็สามารถทำได้ด้วย 4 วิธีที่เราได้รวบรวมไว้ในบทความนี้ ซึ่งจะมีวิธีไหนบ้าง มาติดตามไปพร้อม ๆ กันเลย 

รีทัชรูป LIGHTROOM ภาพบุคคลอย่างง่ายดาย

รีทัชรูป LIGHTROOM

โปรแกรมLIGHTROOM ไม่เพียงแค่ใช้ในการรีทัชรูปภาพเท่านั้น เพราะนอกจากการรีทัชรูป LIGHTROOMโปรแกรมยังมีเครื่องมือขั้นพื้นฐานสำหรับปรับแต่งรูปภาพ เช่น การปรับแต่งสีภาพ  การเปิดรับแสง คอนทราสต์ เป็นต้น ซึ่งLIGHTROOM ถือเป็นหนึ่งใน โปรแกรม รีทัชรูป ที่ช่างภาพมืออาชีพหลายคนใช้สำหรับ รีทัชรูป ง่ายๆ โดยทั่วไปมีการ รีทัชรูปคน นั้นมีหลากหลายวิธี แต่ในบทความนี้การ รีทัชรูปคน โดยไม่ทำให้ให้คุณภาพของรูปภาพเสียหายนั้น ๆ สามารถทำได้ง่าย ๆ ในโปรแกรมLIGHTROOM ด้วย 4 วิธีการด้านล่างนี้ 

4 วิธีการรีทัชรูปภาพบุคคลด้วยโปรแกรม LIGHTROOM

การรีทัชรูป LIGHTROOMเพื่อกำจัดรอยสิว

รีทัชรูป LIGHTROOM

เริ่มต้นด้วยการ สอนรีทัชรูป เพื่อกำจัดรอยสิว หรือรอยต่าง ๆ  บนผิวหนัง โดยการคลิกที่ไอคอนเครื่องมือ SPOT REMOVAL TOOL เพื่อเปิดใช้งาน และคลิกที่จุดที่คุณต้องการลบ หากคุณรู้สึกว่าจุดที่เลือกไม่ถูกต้อง คุณสามารถย้ายจุดที่เลือกไปยังส่วนอื่นของรูปภาพได้

การรีทัชดวงตาในรูปภาพ

LIGHTROOM

คลิกที่แผง ADJUSTMENT BRUSH เพื่อสร้าง ADJUSTMENT BRUSH ใหม่ แล้วเลือก IRIS ENHANCE จากเมนูแถบเลื่อนลง จากนั้นกดแป้นพิมพ์ตัว O เพื่อดูพื้นที่ที่ทาสีบนดวงตาของนางแบบ และคุณสามารถปรับแต่งสีตาได้ตามความต้องการ

การรีทัชดึงรายละเอียดผมออกมา

LIGHTROOM

คลิกเลือก ADJUSTMENT BRUSH ใหม่ และเลือก IRIS ENHANCE จากเมนูแถบเลื่อนลง จากนั้นเลือก CLARITY และทาสีทับผมของนางแบบ วิธีนี้จะช่วยขับสีมิดโทนและทำให้ผมดูโดดเด่นขึ้นเล็กน้อย 

การรีทัชทำให้ผิวเนียนละเอียด

รีทัชรูป

สุดท้ายการทำให้ผิวเนียนละเอียด รูปภาพบางคนมีผิวที่ดีอยู่แล้ว ขั้นตอนนี้อาจจะไม่จำเป็นเลย เลือกแปรง SOFTEN SKIN เพื่อลงรายละเอียดผิว ซึ่งแปรงนี้จะลดความคมชัดลงเหลือ -100 คุณอาจจะต้องดึงกลับขึ้นไปที่ -50 หรือน้อยกว่า เพื่อทำให้รูปภาพเป็นธรรมชาติโดยไม่สูญเสียรายละเอียด 

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขที่เร็วและง่ายสุด ๆ เพื่อปรับแต่งรูปภาพบุคคลโดยตรงภายในLIGHTROOM สามารถทำได้อย่างรวดเร็วด้วยการปรับค่าตัวเลื่อนทั้งหมดได้ตามความต้องการส่วนตัวของคุณ แต่พยายามทำให้อย่าปรับจนทำให้ภาพของคุณสูญเสียความเป็นธรรมชาติจนเกินไป

ไฮโลไทย  อันดับ1 เล่นได้ตลอด 24 ชม. ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ เล่นง่าย ได้เงินจริง

Categories
เสียง

การตั้งค่า AUTOTUNE สำหรับปรับแต่งเสียงร้องเพลง

AUTOTUNE

คุณรู้หรือไม่? การปรับแต่งเสียงเพลงด้วยการใช้โปรแกรม AUTOTUNE จะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพของเสียงให้ออกมาอย่างยอดเยี่ยม ซึ่งในปัจจุบันไม่ว่าคุณจะร้องเพลงเพี้ยงแค่ไหนมันก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เนื่องจากคุณสามารถปรับแต่งเสียงร้องเพลงได้ด้วยโปรแกรมAUTOTUNE โปรแกรมแก้ไขเสียงที่จะช่วยปรับแต่งเสียงร้องเพลงของคุณให้เข้ากับโน้ตของเพลงได้อย่างอัตโนมัติ ซึ่งวันนี้เราก็จะพาคุณมาทำความรู้จักกับโปรแกรม AUTOTUNE ให้มากขึ้น รวมถึงแนะนำวิธีการการตั้งค่าออโต้จูนการร้องเพลง สำหรับนักตัดต่อเสียงมือใหม่

AUTOTUNE คืออะไร?

AUTOTUNE

คุณเคยสงสัยไหมว่าAUTOTUNE คืออะไร? ซึ่งAUTOTUNE คือ โปรแกรมประมวลผลสัญญาณเสียง เมื่อก่อนโปรแกรมนี้ใช้สำหรับ ตัดต่อเสียง ที่ผิดเพี้ยน หรือเสียงเครื่องดนตรีอื่น ๆ และโปรแกรม AUTO TUNE ยังถูกใช้เป็นเอฟเฟกต์เสียงที่ใช้สำหรับแก้ไขระดับเสียงสูงที่ฟังดูไม่เป็นธรรมชาติให้เป็นธรรมชาติ หรือแก้ไขระดับเสียงจากเสียงที่เป็นธรรมชาติให้เป็นเสียงออโต้จูน แต่ความจริงแล้วAUTOTUNE PC เป็นมากกว่านั้น ในปัจจุบันโปรแกรมAUTOTUNE เป็นเครื่องมือที่เป็นเครื่องหมายทางการค้าที่สร้างโดย ANTARES AUDIO TECHNOLOGIES ปลั๊กอิน DAW ซึ่งเป็นเครื่องมือที่คนในวงการ ทำเพลง รู้จักกันดี โดยโปรแกรมนี้สามารถปรับแต่งเสียงได้ตั้งแต่เสียงเหมือนหุ่นยนต์ เสียงสังเคราะห์เสียง ไปจนถึงเสียงที่มีความสมบูรณ์แบบตรวจจับไม่ได้
การตั้งค่าออโต้จูนสำหรับการร้องเพลง

สิ่งแรกที่คุณควรรู้ก่อนเรียนรู้ วิธี ทำ เสียง ออ โต้ จู น ในโปรแกรมAUTOTUNE ก็คือ การเรียนรู้เกี่ยวกับปลั๊กอินแก้ไขระดับเสียงแต่ละตัว ซึ่งปลั๊กอินแต่ละตัวจะมีพารามิเตอร์ต่าง ๆ (ปุ่ม) ที่คุณปรับได้ ดังนี้

  • คีย์, สเกล และประเภทอินพุต
  • RETUNE SPEED (ความเร็ว)
  • FLEX TUNE (ความนุ่มนวล)
  • HUMANIZE (เวลาเผยแพร่)
  • NATURAL VIBRATO (การปรับ VIBRATO)
AUTOTUNE

การตั้งค่าออโต้จูนสำหรับการร้องเพลง 

  1. สำหรับการใช้เอฟเฟกต์อย่าง CHER หรือ T-PAIN ให้ตั้งค่าความเร็ว RETUNE SPEED และ ความเร็ว FLEX TUNE เป็นศูนย์ การตั้งค่านี้จะบันทึกย่อไปยังระดับเสียงที่ควรจะเป็นทันที แล้วตั้งค่าปุ่ม HUMANIZE ให้สูงสุดและลดการสั่นแบบธรรมชาติให้มากที่สุด
  2. สำหรับเพลงป๊อปและคันทรี่ ให้ลองตั้งค่าความเร็ว RETUNE SPEED ใหม่ประมาณ 5 MS ถึง 15 MS และปรับค่า FLEX TUNE นิด ๆ หน่อย ๆ ก็ดีแล้ว เพื่อให้แทร็กเสียงสมจริง 
  3. สำหรับการปรับจูนอัตโนมัติที่ทำให้เสียงเป็นธรรมชาติและสมจริง คุณจะต้องปรับความเร็ว RETUNE SPEED ให้ช้าลง และบางทีอาจปรับเสียง FLEX TUNE 10% เพื่อทำให้เสียงเกิดการสั่นไหว 

นอกจากนี้ คุณยังสามารถเพิ่มการแก้ไขระดับเสียงเฉพาะบางส่วนของการร้องเพลงได้ หากคุณไม่ต้องการใช้ออโต้จูนมากเกินไป ต้องเพิ่มปลั๊กอินไปยังแทร็กอัตโนมัติด้วยการปรับ RETUNE SPEED ให้ช้ามาก จากนั้นในส่วนที่คุณต้องการแก้ไข ให้เร่งความเร็วของ RETUNE SPEED เพื่อให้มันทำงานจริงกับเสียงร้องได้

หากจะกล่าวถึง  เว็บบาคาร่าที่คนเล่นเยอะที่สุด  ในปี 2022 คงจะหนีไม่พ้น sa-game.bet เว็บไซต์ตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ ซึ่งได้รวบรวมเอาบริการเดิมพันทุกรูปแบบมาไว้ที่นี่แล้ว

Categories
กราฟิก

PHOTOSHOP FOR IPAD สร้างสรรค์งานระดับมืออาชีพ

PHOTOSHOP FOR IPAD

คุณรู้หรือไม่? คุณสามารถออกแบบกราฟิกบน IPAD ของคุณได้ง่าย ๆ เพียงดาวน์โหลด PHOTOSHOP FOR IPAD แอปพลิเคชันแก้ไขและสร้างสรรค์ผลงานกราฟิกของ ADOBE ซึ่งแอปนี้เปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 และได้รับการพัฒนาและอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปัจจุบันแอปPHOTOSHOP FOR IPADมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับโปแกรมPHOTOSHOP บน PC หรือ MACBOOK ซึ่งภายในแอป PHOTOSHOP บน IPAD อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์สำหรับสร้างสรรค์ผลงานออกแบบกราฟิกระดับมืออาชีพมากมาย แต่จะมีอะไรบ้างนั้น สามารถติดตามได้ในบทความนี้เลย 

PHOTOSHOP FOR IPAD คืออะไร?

PHOTOSHOP FOR IPAD

หากพูดถึงโปรแกรมออกแบบกราฟิกระดับมืออาชีพที่ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับนักออกแบบกราฟิกมือใหม่ หลายคนคงจะนึกแอปPHOTOSHOP FOR IPADแอปพลิเคชันออกแบบกราฟิก บน IPAD ยอดฮิตที่เหล่านักออกแบบกราฟิกมือใหม่หลายคนชื่นชอบ เพราะมันใช้งานง่ายและมีเครื่องมือสำหรับการออกแบบมากมาย เหมาะแก่การเรียนรู้การใช้เครื่องมือออกแบบเบื้องต้นPHOTOSHOP FOR IPADคืออะไร? ในวงการออกแบบกราฟิก PHOTOSHOPคือ แอปพลิเคชันที่ดีที่สุดสำหรับการสร้างสรรค์ผลงานกราฟิกบน IPAD เพราะมันนำเสนอฟีเจอร์หลักที่สำคัญต่อการออกแบบกราฟิก ตั้งแต่การรีทัช การจัดองค์ประกอบ และอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อช่วยให้คุณสามารถสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดPHOTOSHOP FOR IPADทำอะไร ได้บ้าง? แอปPHOTOSHOP FOR IPADสามารถทำได้ตั้งแต่การแก้ไขปรับแต่งรูปภาพ สร้างผลงานกราฟิก ทำภาพเคลื่อนไหว ไปจนถึงการวาดภาพดิจิตอลบน IPAD ด้วย APPLE PENCIL 

จุดเด่นของแอป PHOTOSHOP บน IPAD 

สร้างไฟล์งาน PSD แบบเต็มรูปแบบ และบันทึกไว้ในระบบคลาวด์ได้ : คุณสามารถออกแบบกราฟิกในแอปPHOTOSHOP FOR IPADได้ทุกที่ทุกเวลา โดยคุณสามารถรีทัชและปรับแต่งภาพบนไฟล์ PSD ได้เหมือนกับเวอร์ชันเดสท็อป แถมยังรองรับการแบ่งเลเยอร์และสามารถบันทึกผลงานไว้ในระบบคลาวด์ได้ทันที

PHOTOSHOP FOR IPAD

จัดองค์ประกอบได้อย่างรวดเร็วด้วยปลายนิ้วหรือ APPLE PENCIL : คุณสามารถออกแบบกราฟิก และจัดการกับองค์ประกอบอื่น ๆ ในเลเยอร์ได้อย่างรวดเร็วด้วยการสร้างมาสก์ และใช้แปรงควบคุมความแม่นยำได้ง่าย ๆ ด้วยปลายนิ้วหรือ APPLE PENCIL

PHOTOSHOPFORIPAD

การรีทัช : คุณสามารถรีทัช เพื่อลบองค์ประกอบที่ไม่ต้องการได้ง่าย ๆ เพียงไม่กี่คลิก โดยการแก้ไขข้อบกพร่องและรีทัชภาพด้วยแปรง จากนั้นพิกเซลจะผสานกันอย่างแนบเนียนโดยอัตโนมัติ

การสร้างเลเยอร์ : คุณสามารถสร้างเลเยอร์ได้มากเท่าที่คุณทำบนเดสก์ท็อป ทำให้การทำงานของคุณง่ายต่อการนำทางและการจัดระเบียบ

การปรับแต่งรูปภาพ : คุณสามารถรวมและปรับแต่งรูปภาพด้วยฟีเจอร์อันชาญฉลาดได้โดยอัตโนมัติ เช่น OBJECT SELECTION และ SELECT SUBJECT แยกวัตถุออกจากพื้นหลังแล้วแก้ไขโทนสี โดยไม่ทำให้สูญเสียคุณภาพของสีรูปภาพ

PHOTOSHOPFORIPAD

สำหรับใครที่สนใจดาวน์โหลด คุณสามารถทดลองใช้งานได้ฟรี 30 วัน หลังจากนั้นต้องเสียค่าใช้จ่ายรายเดือนประมาณ 309 บาท/เดือน โดย ADOBE PHOTOSHOP จะรองรับการใช้งานบน IPADOS ซึ่ง IPAD รุ่นที่รองรับ ได้แก่ IPAD PRO 11 นิ้ว / IPAD PRO 12.9 นิ้ว / IPAD PRO 10.5 นิ้ว / IPAD รุ่นที่ 5 / IPAD รุ่นที่ 6 / IPAD รุ่นที่ 7 / IPAD MINI 4 / IPAD MINI 5 / IPAD AIR 2 / IPAD AIR 3 / APPLE PENCIL (2ND GENERATION) / APPLE PENCIL (1ST GENERATION)

Categories
เสียง

โปรแกรมตัดต่อเสียง ดีที่สุด ประจำปี 2022

โปรแกรมตัดต่อเสียง

คุณภาพเสียง เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญของการผลิตสื่อโฆษณา ซึ่งการที่จะทำให้เสียงมีคุณภาพที่ยอดเยี่ยมนั้น คุณจำเป็นต้องใช้ โปรแกรมตัดต่อเสียง เพื่อปรับแต่งเสียงให้สมบูรณ์แบบอย่างที่คุณต้องการ ในปัจจุบันมีโปรแกรมสำหรับปรับแต่งและตัดต่อเสียงมากมาย โดยโปรแกรมตัดต่อเสียงส่วนใหญ่จะมีคุณสมบัติในการบันทึก แก้ไข และผลิตไฟล์เสียง แต่คุณจะรู้ได้อย่างไรโปรแกรมตัดต่อเสียงไหนดี? ดังนั้น วันนี้เราจึงได้รวมรวบ 4 โปรแกรมตัดต่อเสียงดีที่สุด ประจำปี 2022 มาแนะนำทุกคน  ซึ่งจะมีโปรแกรมอะไรบ้างนั้น มาติดตามไปพร้อม ๆ กันเลย

วิธีการเลือก โปรแกรมตัดต่อเสียง ที่ดีที่สุด

โปรแกรมตัดต่อเสียง

ก่อนที่เราจะพบกับ โปรแกรมตัดต่อเสียง ที่ดีที่สุดในปี 2022 เรามาดูกันก่อนดีกว่าว่า นักตัดต่อเสียงมืออาชีพพวกเขามีวิธีการเลือกโปรแกรมตัดต่อเสียง ดีที่สุด อย่างไร? ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดในการเลือก โปรแกรม ตัด ต่อ เสียง ง่าย ๆ ก็คือ 

  • การประเมินระดับทักษะของคุณ แล้วให้เลือกโปรแกรมตัดต่อเสียง ที่เหมาะกับทักษะของคุณ เพราะมันจะนำเสนอเวิร์กโฟลว์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ 
  • เลือกอุปกรณ์ที่คุณจะใช้ในการตัดต่อเสียง ซึ่งในปัจจุบันคุณจะพบโปรแกรมตัดต่อเสียงมากมายทั้ง WINDOWS และ MAC รวมถึงแอปที่ใช้งานง่ายแต่มีประสิทธิภาพน้อยบน ANDROID และ IOS คุณต้องตัดสินใจเลือกว่าคุณพอใจกับการตัดต่อในเบราว์เซอร์หรือต้องการโปรแกรมระดับมืออาชีพที่ให้คุณควบคุมเครื่องมือต่าง ๆ ได้มากขึ้น 
  • กำหนดงบประมาณของคุณโปรแกรมตัดต่อเสียงระดับมืออาชีพ เช่น โปรแกรมตัดต่อเสียง ADOBE AUDITION จะมาพร้อมกับการสมัครเข้าใช้ง่าย แบบต่อเนื่อง ในขณะที่โปรแกรมอื่น ๆ เช่น ASHAMPOO MUSIC STUDIO มีค่าธรรมเนียมแบบจ่ายครั้งเดียว นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมตัดต่อเสียงไม่เสียงค่าใช้จ่ายอย่าง AUDACITY มีความสามารถในการตัดต่อเสียงขั้นพื้นฐานที่ยอดเยี่ยม 

โปรแกรมตัดต่อเสียงดีที่สุดในปี 2022 

ADOBE AUDITION

โปรแกรมตัดต่อเสียง

โปรแกรมตัดต่อเสียงที่ดีที่สุดของ ADOBE เป็นโปรแกรมที่มีชุดเครื่องมือที่ครอบคลุมสำหรับการตัดต่อเสียง ช่วยให้คุณสามารถแสดงหลายแทร็ก รูปคลื่น และสเปกตรัมสำหรับการมิกซ์ การแก้ไข และการกู้คืนเสียง เหมาะกับนักตัดต่อเสียงที่มีประสบการณ์มาบ้างแล้ว

AUDACITY

โปรแกรมตัดต่อเสียง

AUDACITY เป็น โปรแกรมตัดต่อเสียงฟรี ที่มีประสิทธิภาพเกือบเปรียบเท่ากับโปรแกรมระดับพรีเมียมที่ต้องชำระเงิน โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับนักตัดต่อเสียงมือใหม่และมือโปร AUDACITY อัดแน่นไปด้วยเอฟเฟกต์และฟีเจอร์มากมาย เป็นโปรแกรมตัดต่อเสียงฟรีที่ดีที่สุดและได้รับการพัฒนามากอย่างต่อเนื่อง จุดเด่นที่พิเศษว่าโปรแกรมอื่น ๆ คือ ในการแก้ไขสองแทร็ก ไลบรารีปลั๊กอินขนาดมหึมาจะช่วยเพิ่มฟังก์ชันการทำงานมากยิ่งขึ้น ทำให้คุณสามารถสร้างเสียงที่ต้องการได้อย่างยอดเยี่ยม 

GARAGEBAND

โปรแกรมตัดต่อเสียง

GARAGEBAND เป็นโปรแกรมตัดต่อเสียงฟรีสำหรับแล็ปท็อป MAC OS และคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป เป็นหนึ่งในโปรแกรมตัดต่อเสียงฟรีที่ดีที่สุด มาพร้อมกับรายการเอฟเฟกต์และเครื่องมือสำหรับสร้างเพลงใหม่ ๆ มากมาย อาจมีการติดตั้งไว้ล่วงหน้าในคอมพิวเตอร์ MAC ของคุณ หรือคุณสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจาก APPLE APP STORE โปรแกรม GARAGEBAND มีคุณสมบัติในการบันทึก แก้ไข และสร้างเพลงและเสียงอื่น ๆ เหมาะกับโปรเจ็กต์ระดับมืออาชีพ หรือโปรเจ็กต์เสียงหลายชั้นที่ซับซ้อน 

OCENAUDIO

โปรแกรมตัดต่อเสียง

สุดท้าย OCENAUDIO โปรแกรมตัดต่อเสียงที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับ AUDACITY และมีปลั๊กอิน (จำกัดมากกว่าที่ยอมรับได้) แต่ OCENAUDIO นั้นจะใช้งานง่ายมาก สามารถแสดงตัวอย่างแบบเรียลไทม์เป็นไฮไลต์เฉพาะ และสามารถปรับพารามิเตอร์การเล่นของคุณได้โดยตรง เป็นผลให้สามารถได้ยินเอฟเฟกต์ที่เปลี่ยนแปลง เช่น เสียงก้องในทันที

Categories
เทคนิค

รีทัชรูป PHOTOSHOP ลบจุดด่างดำบนผิวใบหน้า

รีทัชรูป PHOTOSHOP

การ รีทัชรูป PHOTOSHOP เป็นอีกหนึ่งทักษะที่ช่างภาพมืออาชีพทุกคนต้องมี เพราะภาพถ่ายจากกล้องถ่ายรูปแต่ละรูปต้องผ่านกระบวนการรีทัช ถึงจะได้รูปภาพที่สมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะรูปภาพบุคคล โดยทั่วไปคนเราจะมีริ้วรอย หรือลบจุดด่างดำบนใบหน้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจเป็นสิ่งที่คุณไม่อยากให้อยู่ในรูปภาพของคุณมากที่สุด ดังนั้น ก่อนอัปโหลดรูปภาพ คุณควรขจัดส่วนที่คุณไม่ต้องการออกก่อน ด้วยวิธีการ รีทัชรูปภาพในโปรแกรม PHOTOSHOP และในบทความนี้เราก็จะพาคุณมาเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการรีทัชรูป PHOTOSHOPลบจุดด่างดำบนใบหน้า ซึ่งจะเป็นอย่างไรบ้างนั้น? มาติดตามไปพร้อม ๆ กันเลย 

การ รีทัชรูป PHOTOSHOP คืออะไร?

อย่างที่เราทราบกันดีการรีทัชรูปPHOTOSHOPเป็นกระบวนการแต่งรูปภาพที่เหล่าช่างภาพมืออาชีพทุกคนรู้จักกันดี ซึ่งการรีทัชรูป คือ การขจัดความไม่สมบูรณ์ทั้งหมดออกจากรูปภาพของคุณ โดยทั่วไปการรีทัชรูป มักจะรวมถึงการแก้ไขสีและโทนสี การลบรอยตำหนิและรอยคล้ำใต้ตา การปรับความสว่าง คอนทราสต์ และความอิ่มตัวของสี นอกจากนี้ กระบวนการรีทัชรูปภาพยังเกี่ยวกับว่าการลบองค์ประกอบบางอย่างออกจากพื้นหลังหรือเพิ่มองค์ประกอบบางอย่างเข้าไปในรูปภาพ สำหรับ โปรแกรม รีทัชรูป ที่ช่างภาพมืออาชีพหลายคนเลือกใช้งาน ก็คือ โปรแกรม PHOTOSHOP ซึ่งวันนี้เราก็จะมา สอนรีทัชรูป ด้วยเครื่องมือ SPOT HEALING BRUSH ใน PHOTOSHOP โดยแปรง SPOT HEALING BRUSH นั้นจะคล้ายกับ HEALING BRUSH แต่มันจะเลือกพื้นผิวทั้งหมดด้วยตัวมันเอง เป็นวิธีการรีทัชรูป ง่ายๆ และประหยัดเวลาอีกด้วย

รีทัชรูป PHOTOSHOP

ขั้นตอนการรีทัชรูปภาพด้วยโปรแกรม PHOTOSHOP

ขั้นตอนแรกของการรีทัชรูป PHOTOSHOPก็คือ การเปิดรูปภาพที่คุณต้องการแก้ไขใน PHOTOSHOP จากนั้นแผงเลเยอร์จะแสดงรูปภาพบน BACKGROUND LAYER หากคุณต้องการแยกงานรีทัชของคุณออกจากภาพต้นฉบับ ให้เพิ่มเลเยอร์ใหม่เหนือรูปภาพโดยคลิกที่ไอคอน ADD NEW LAYER

รีทัชรูป PHOTOSHOP

จากนั้นแผงเลเยอร์จะปรากฏ NEW LAYER ให้ตั้งชื่อเลเยอร์ว่า “SPOT HEALING” แล้วคลิกตกลง ซึ่งกระบวนการนี้จะเป็นการ รีทัชรูปคน เพื่อลบรอยสิว หรือจุดด่างดำบนใบหน้า

เลือก SPOT HEALING BRUSH ที่แถบเครื่องมือ แล้วเปิด ตัวเลือก SAMPLE ALL LAYERS ในแถบตัวเลือก จากนั้นไปที่ TYPE แล้วตั้งค่าเป็น CONTENT-AWARE

รีทัชรูป

นำแปรง SPOT HEALING BRUSH ไปคลิกที่สิวและรอยตำหนิเล็ก ๆ น้อย ๆ ของผิว ควรวางแปรงให้ใหญ่กว่ารอยตำหนิเล็กน้อย โดยเพิ่มขนาดแปรงได้จากแป้นพิมพ์ วงเล็บด้านซ้าย ( [ ) ทำให้แปรงมีขนาดเล็กลง และ วงเล็บขวา ( ] ) ทำให้แปรงมีขนาดใหญ่ขั้น เมื่อคลิกที่รอยสิวด้วย SPOT HEALING BRUSH รอยสิวก็จะหายไปทันที แล้วถูกแทนที่ด้วยพื้นผิวที่ดีจากบริเวณโดยรอบ

รีทัชรูป PHOTOSHOP

หากต้องการเคลียร์ส่วนที่มีรอยขนาดใหญ่ ให้ปรับขนาดแปรงให้ใหญ่ขึ้น จากนั้นคลิกและลากแปรง SPOT HEALING BRUSH ในบริเวณที่คุณต้องการแก้ไข และลาก SPOT HEALING BRUSH

ปล่อยปุ่มเมาส์แล้ว PHOTOSHOP จะทำการลบรอย แล้วแทนที่ด้วยพื้นผิวที่ดีจากบริเวณโดยรอบ

เมื่อรีทัชผิวด้วย SPOT HEALING BRUSH แล้ว ให้เปลี่ยน BLEND MODE เป็นโหมด LIGHTEN หากรอยตำหนิมีสีที่จางกว่าสีผิวปกติ ให้ลองใช้ โหมด DARKEN แทน เพียงเท่านี้รอยตำหนิหรือจุดด่างดำบนผิวหน้าก็จะหายไปแล้ว

รีทัชรูป

ผู้สนับสนุน: sagame เว็บตรง

Categories
กราฟิก

ออกแบบกราฟิก ที่นักออกแบบกราฟิกทุกคนไม่ควรพลาด

ออกแบบกราฟิก

การเรียกรู้เกี่ยวกับหลักการออกแบบ ทฤษฎีการออกแบบ และกฎทั่วไปสำหรับการ ออกแบบกราฟิก ถือเป็นสิ่งที่นักออกแบบกราฟิกมืออาชีพต้องเรียนรู้ เพื่อช่วยทำให้การสร้างสรรค์ผลงานกราฟิกของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและสมบูรณ์แบบที่สุด ซึ่งหลักการจัดองค์ประกอบการออกแบบกราฟิก ก็เป็นอีกหนึ่งหลักการที่นักออกแบบกราฟิกทุกคนต้องรู้ ดังนั้น วันนี้เราจึงมีหลักการจัดองค์ประกอบในการออกแบบกราฟิก ที่นักออกแบบกราฟิกทุกคนควรรู้มาแนะนำ ซึ่งจะเป็นอย่างไรบ้างนั้น ติดตามได้ในบทความนี้

การจัดองค์ประกอบการ ออกแบบกราฟิก ที่นักออกแบบกราฟิกทุกคนต้องรู้

เมื่อเริ่มต้นเป็นนักออกแบบกราฟิก สิ่งแรกที่จะช่วยทำให้การ ออกแบบกราฟิก ของคุณเป็นเรื่องง่ายและเป็นเรื่องท้าทายสำหรับนักออกแบบกราฟิก ก็คือ การเรียนรู้เกี่ยวกับหลักการจัดองค์ประกอบในการออกแบบกราฟิก รวมถึงการเลือกใช้โปรแกรมสำหรับสร้างสรรค์ผลงานกราฟิกของคุณ อย่างเช่น PHOTOSCAPE โปรแกรมออกแบบกราฟิกฟรีที่เหมาะกับนักออกแบบมือใหม่ ซึ่งวันนี้เราก็จะมา สอนออกแบบกราฟิก ตามหลักการจัดองค์ประกอบกราฟิก ดังนี้

ออกแบบกราฟิก
  1. BALANCE (ความสมดุล) : การการจัดเรียงองค์ประกอบภายในทั้งแบบสมมาตร ไม่สมมาตร หรือแนวรัศมี เพื่อสร้างความสมดุลให้แก่องค์ประกอบต่าง ๆ 
  2. SCALE (มาตราส่วน) : มาตราส่วนมีผลต่อความสมดุลขององค์ประกอบ วลีที่ว่า “ใหญ่กว่าย่อมดีกว่าเสมอ” นั้นใช้ไม่ได้กับการออกแบบกราฟิกเสมอไป บางครั้งองค์ประกอบเล็ก ๆ ก็สามารถดึงดูดความสนใจได้ดีพอ ๆ กับวัตถุที่มีขนาดใหญ่
  3. CONTRAST (การตัดกัน): คุณเคยเห็นโฆษณาทางหนังสือพิมพ์ที่อ่านยากเพราะพิมพ์สีเทาเข้มตัดกับหมึกสีดำหรือไม่? สิ่งนี้เกิดจากการขาดคอนทราสต์หรือการจัดเรียงขององค์ประกอบที่ตรงกันข้าม ดังนั้น การใช้สีที่ตัดกันจะช่วยทำให้ผู้ชมสามารถแยกแยะสีได้ด้วยสายตา เช่น สีแดงและสีเหลือง เมื่ออยู่ไกลจากคุณก็จะสามารถแยกแยะได้กับตา 
  4. PATTERN (ลวดลาย): การทำซ้ำขององค์ประกอบภาพที่เฉพาะเจาะจง แพทเทิร์นสามารถสร้างความสมดุล จัดระเบียบพื้นผิวในลักษณะที่สอดคล้องกัน หรือสร้างคอนทราสต์ให้กับผลงานของคุณได้ เช่น ลวดลายกระเบื้องปูพื้น
  5. MOVEMENT AND RHYTHM (การเคลื่อนไหวและจังหวะ): การเคลื่อนไหว คือ จุดนำสายตาขององค์ประกอบจากด้านหนึ่งไปอีกด้าน ซึ่งสามารถทำได้โดยใช้องค์ประกอบหรือรูปแบบการทำซ้ำหรือสลับกัน ความถี่ของบางสิ่งที่เกิดซ้ำและความเข้มของคอนทราสต์ทำให้เกิดจังหวะ
  6. EMPHASIS (เน้น): การเน้น คือ คุณลักษณะที่แตกต่างเพื่อแยกองค์ประกอบออกจากองค์ประกอบหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งสามารถทำได้โดยใช้หลักการอื่น ๆ เช่น คอนทราสต์ การเคลื่อนไหว มาตราส่วน หรือความสมดุล
  7. UNITY (ภาพรวม): การจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ เพื่อให้มองเห็นถึงภาพรวม และสร้างองค์ประกอบภาพที่น่าดึงดูดใจให้เป็นหนึ่งเดียว 

การเลือกโปรแกรมออกแบบกราฟิก ที่ดีที่สุด

ออกแบบกราฟิก
  1. คุณรู้หรือไม่? สิ่งสำคัญอีกหนึ่งสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการออกแบบกราฟิก ก็คือการเลือกใช้งาน โปรแกรมออกแบบกราฟิก โดยทั่วไปนักออกแบบกราฟิกมืออาชีพจะมีโปรแกรมสำหรับสร้างและแก้ไขผลงานกราฟิกเฉพาะตัว ซึ่งการใช้งานแต่ละโปรแกรมก็ขึ้นอยู่กับความถนัดและความชำนาญของนักออกแบบแต่ละคน ในปัจจุบันมีโปรแกรมออกแบบกราฟิกมากมาย แต่คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าโปรแกรมไหนดีที่สุด? ดังนั้น วันนี้เราจึงมีเทคนิคการเลือกโปรแกรมออกแบบกราฟิกที่ดีที่สุดให้เหมาะกับการออกแบบกราฟิกของคุณ ดังนี้ 
  2. เลือกโปรแกรมที่มีเครื่องมือการออกแบบกราฟิกที่คุณสามารถใช้งานได้ง่าย เพราะมันจะช่วยทำให้คุณสามารถค้นหาองค์ประกอบที่ต้องการได้ง่าย และประหยัดเวลาอีกด้วย 
  3. เลือกโปรแกรมที่มีเครื่องมือพื้นฐานสำหรับการออกแบบกราฟิกที่ครบครัน เช่น โปรแกรมกราฟิก PHOTOSCAPE โปรแกรมออกแบบฟรีที่มีความสามารถปรับเปลี่ยนขนาด, ปรับความสว่าง, ปรับสมดุลสีขาว, เพิ่มกรอบภาพ, ปรับโหมดโมเสก, เพิ่มข้อความ, เพิ่มรูปภาพ, วาดรูป ,การรีทัชภาพแก้ไขภาพ ,การตกแต่งภาพ, PAINT BRUSH, CLONE STAMP, EFFECT BRUSH และอื่น ๆ อีกมากมาย
  4. เลือกโปรแกรมออกแบบกราฟิกที่ไม่มีลายน้ำ 
  5. หากคุณเป็นนักออกแบบกราฟิกมือใหม่ แนะนำให้ลองใช้ซอฟต์แวร์ที่มีเทมเพลตและเครื่องมือเฉพาะ ซึ่งเทมเพลตเหล่านี้สามารถปรับปรุงผลงานกราฟิก และช่วยให้คุณจัดการผลงานเหล่านั้นได้ง่ายขึ้น
Categories
กราฟิก

โค้ดสี ที่ใช่ ให้เหมาะกับงานออกแบบกราฟิกของคุณ

โค้ดสี

ในปัจจุบันการผลิตสื่อโฆษณา หรือการออกแบบงานกราฟิกให้สวยงามนั้นต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และทักษะส่วนตัวของนักออกแบบกราฟิก ซึ่งการเลือก โค้ดสี ให้เหมาะสมกับชิ้นงานนั้น ๆ ก็เป็นหนึ่งในทักษะที่นักออกแบบกราฟิกมืออาชีพทุกคนควรรู้ เพราะเฉดสีถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการสร้างสื่อโฆษณาต่าง ๆ และการกำหนดโค้ดสีในการออกแบบกราฟิกสร้างสรรค์ หรือการออกแบบโลโก้ ยังมีบทบาทสำคัญในการสะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์นั้น ๆ เช่น สีเขียวสื่อถึงธนาคารกริกร, สีฟ้าสื่อถึงธนาคารกรุงไทย เป็นต้น นอกจากนี้การเลือกสีให้เหมาะสมกับงานออกแบบกราฟิกยังส่งผลให้ชิ้นงานกราฟิกของคุณสวยงามและมีความโดดเด่นสามารถดึงดูดความสนใจของผู้พบเห็นได้เป็นอย่างดี ดังนั้น เพื่อให้การออกแบบกราฟิกของคุณสมบูรณ์แบบที่สุด วันนี้เราก็มีจะพาทุกคนมาทำความเข้าใจกับมาตรฐานการเลือกใช้โค้ดสีในการออกแบบกราฟิก ซึ่งจะเป็นอย่างไรบ้างนั้น ติดตามได้ในบทความนี้ 

มาตรฐานการเลือก โค้ดสี ในการออกแบบกราฟิก

อย่างที่เราทราบกันดีว่าโค้ดสี ที่ใช้ในงานออกแบบกราฟิกเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงานกราฟิกให้สวยงามและมีความโดดเด่น ซึ่งโค้ดสี คือ รหัสสีที่เกิดจากการผสมกันของ 3 แม่สีคือ สีแดง สีเขียว และสีน้ำเงิน โดยทั่วไป โค้ดสำหรับงานกราฟิก จะมีทั้งหมด 6 ตัวอักษรและต้องขึ้นต้นด้วยเครื่องหมาย # เสมอ และต่อไปนี้คือ มาตรฐานการเลือกใช้โค้ดสีในการออกแบบกราฟิกที่นักออกแบบการฟิกทุกคนควรรู้ 

RGB : RED, GREEN, BLUE

โค้ดสี

มาตรฐานโค้ดสี โหมด RGB คือ รูปแบบการแสดงผลของสีแบบดั้งเดิมของจอภาพ CRT, หน้าจอ LCD และจอภาพพลาสม่า โดยทั่วไปโหมด RGB จะเหมาะกับงานออกแบบเว็บไซต์ รูปภาพดิจิทัล เทมเพลตบล็อก และสื่อโฆษณาออนไลน์ ซึ่ง โหมดสี RGB จะช่วยทำให้งานกราฟิกบนโลกออนไลน์ของคุณนั้นมีสีสันที่สดใสและโดดเด่น นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมสื่อโฆษณาออนไลน์ควรเลือกใช้ไฟล์สี RGB

โค้ดสี

CMYK : CYAN, MAGENTA, YELLOW, KEY

โค้ดสี

มาตรฐานโค้ดสี โหมด CMYK คือ โหมดสี 4 สี ที่ใช้สำหรับสื่อโฆษณาออฟไลน์ หรือสื่อสิ่งพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นโปสเตอร์บิลบอร์ด การ์ดอวยพร หรือการพิมพ์นิตยสาร ซึ่งโค้ดสีสวยๆ ที่ใช้ในผลงานออกแบบกราฟิกเหล่านี้ล้วนใช้สี CMYK ทั้งนั้น โดย  K ใน CMYK ย่อมาจาก KEY (สีดำ) เป็นหนึ่งในสีที่สำคัญที่สุดสำหรับการพิมพ์ และสีดำไม่สามารถผลิตเป็น RGB ได้ มาตรฐานสีโค้ดสี โหมด CMYK จึงเหมาะกับงานออกแบบกราฟิกนามบัตร ลวดลายเสื้อยืด และเอกสารทางการตลาดอื่น ๆ

กราฟิก

PMS : PANTONE COLORS

กราฟิก

มาตรฐานโค้ดสี โหมด PANTONE คือ โหมดสีที่ออกแนวสดใส เช่น โค้ดสีพาสเทล เหมาะสำหรับการออกแบบโลโก้ โดยทั่วไปสี PANTONE จะสามารถแปลงเป็น RGB หรือ CMYK ตามความต้องการได้ มันจึงช่วยประหยัดเวลาและสีที่ปรากฏออกมาก็จะเหมือนกันไม่ว่าจะในรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์หรือสื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ

กราฟิก