Categories
มือใหม่

3 วิธีการปรับแต่งภาพเอียงให้กลับมาดูตรงอย่างเป็นธรรมชาติและสมบูรณ์แบบ

3 วิธีการปรับแต่งภาพเอียงให้กลับมาดูตรงอย่างเป็นธรรมชาติและสมบูรณ์แบบ

คุณเคยประสบปัญหาถ่ายภาพด้วยกล้อง แล้วภาพถ่ายดูเอียง ๆ ไม่เป็นธรรมชาติหรือไม่? ซึ่งปัญหานี้มักเกิด เมื่อเราถ่ายภาพอาคารหรือวัตถุตั้งตรงประเภทใดก็ตามที่สูงด้วยกล้องถ่ายรูป แล้ววัตถุในรูปภาพดูเอียง ๆ ไม่เป็นธรรมชาติ และหลายคนมักแก้ไขปัญหานี้ด้วยการปรับแต่งภาพ วิธีการปรับแต่งภาพนั้นมีหลากหลายวิธี แต่ช่างภาพส่วนใหญ่มักแก้ไขปัญหาภาพเอียงด้วยวิธีการใช้โปรแกรมแต่งรูป และการปรับเลนส์กล้องถ่ายรูป ซึ่งบทความนี้จะพาคุณไปพบกับ 3 วิธีการปรับแต่งภาพเอียงให้กลับมาดูตรงอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อทำให้รูปภาพของคุณนั้นสมบูรณ์แบบมากขึ้น

3 วิธีการปรับแต่งภาพเอียงให้กลับมาตรงอย่างเป็นธรรมชาติ

สำหรับวิธีการปรับแต่งภาพด้วยโปรแกรมแต่งรูป และการปรับเลนส์กล้องถ่ายรูปนั้นเป็นเรื่องพื้นฐานที่เหล่าช่างภาพส่วนใหญ่เขาใช้กัน ซึ่งมันทำให้ผลลัพธ์ของรูปภาพนั้นดูเป็นธรรมชาติและสมบูรณ์แบบมากขึ้น ในบางครั้งคุณถ่ายภาพอาคารแล้วรู้สึกว่าตัวอาคารในรูปภาพดูเหมือนจะเอนเอียงแปลก ๆ นั่นเป็นเพราะมุมระยะห่างส่วนบนของอาคารมากกว่ามุมส่วนล่าง ดังนั้นเราจึงมี 3 วิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยให้ภาพถ่ายของคุณดูตรงอย่างเป็นธรรมชาติด้วย Lightroom, Photoshop และเลนส์ Tilt-Shift

1. Lightroom Classic

คุณทราบหรือไม่? ว่าการปรับแต่งภาพด้วยโปรแกรม Lightroom Classic นั้นเป็นวิธีที่รวดเร็วและง่ายดาย เนื่องจากมันมีเครื่องมือที่จะช่วยปรับแต่งภาพเอียงให้ดูสมดุลมากขึ้น และยังมีพรีเซ็ตอัตโนมัติที่สามารถประเมินภาพถ่ายและทำปรับเปลี่ยนเองแทนคุณได้ สำหรับการแก้ไขภาพเอียงด้วย Lightroom Classic ให้โมดูล Develop และไปที่แผง Transform ซึ่งจะมีตัวเลือกที่ตั้งไว้ล่วงหน้าให้เลือก ได้แก่ off, Auto, Guided, Level, Vertical, และ Full โดยปกติ Auto จะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ค่อนข้างดี แต่คุณก็สามารถปรับภาพด้วยตนเองได้เช่นกัน 

3 วิธีการปรับแต่งภาพเอียงให้กลับมาดูตรงอย่างเป็นธรรมชาติและสมบูรณ์แบบ

จากภาพด้านบนจะเป็นการตั้งค่าโดยใช้แถบเลื่อน Vertical ติดลบที่ -43 เพื่อให้ส่วนบนของเฟรมกว้างขึ้น และแถบเลื่อน Horizontal ที่เป็นบวกเล็กน้อยที่ +4 เพื่อช่วยปรับสมดุลน้ำหนักภาพของฉาก

2. Photoshop CC

ช่างภาพหลายคนต่างชื่นชอบการปรับแต่งภาพด้วยโปรแกรม Photoshop CC ซึ่งโปรแกรมนี้ช่วยให้คุณแก้ไขรูปภาพที่เอียงให้กลับมาดูสมบูรณ์แบบได้ง่าย ๆ โดยเปิดรูปภาพใน Photoshop CC (หรือเมื่อเปิดไฟล์ดิบ) แล้วใช้ Camera Raw เพื่อทำการปรับแต่งภาพแบบเดียวกับที่เราทำใน Lightroom Classic หากเปิดไฟล์ raw หน้าต่างกล่องโต้ตอบนี้จะเปิดขึ้นโดยอัตโนมัติ และหากคุณต้องการเปิดไฟล์ประเภทอื่นให้ไปที่ Filter>Camera Raw Filter (Shift+Ctrl+A หรือ Shift+Cmd+A บน Mac) จากนั้นไปที่แท็บ Geometry เพื่อแสดงการควบคุมประเภทเดียวกับที่เราพบใน Lightroom Classic แต่เราไม่พบตัวเลือก Constrain Crop ให้ใช้การปรับด้วยตนเองโดยใช้แถบเลื่อน ดังนั้น Lightroom Classic จึงเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดเมื่อเทียบกับ โปรแกรม Photoshop CC

3 วิธีการปรับแต่งภาพเอียงให้กลับมาดูตรงอย่างเป็นธรรมชาติและสมบูรณ์แบบ

3. เลนส์ Tilt-Shift

นอกจากนี้การใช้โปรแกรมปรับแต่งภาพแล้ว การใช้เลนส์ Tilt-Shift ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดีที่สุดในการปรับแต่งภาพที่เอียงให้กลับมาดูสมบูรณ์แบบได้ โดยการหมุนแป้นหมุน Shift บนเลนส์จนกว่าแนวตั้งจะยืดออก แต่ต้องใช้ความระมัดระวัง แม้ว่าเลนส์และตัวกล้องจะอยู่ในแนวใดก็ตาม คุณอาจพบว่ามีการเอนเอียง ให้ลองหมุนกลับในอีกทางหนึ่ง และให้ตรวจดูว่าเลนส์กล้องของคุณอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องหรือไม่ เนื่องจากเลนส์ Tilt-Shift ส่วนใหญ่มีสวิตช์พิเศษที่ช่วยให้เลนส์หมุนได้โดยไม่ทำให้องค์ประกอบภาพเสียหาย

ไฮโลไทยเว็บตรง

Categories
กราฟิก

5 วิธีใช้งานที่ควรรู้เกี่ยวกับ Illustrator สำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน

หากคุณเป็นนักออกแบบกราฟิก หรือคนที่ชื่นชอบการออกแบบกราฟิก ต้องรู้จักโปรแกรม Illustrator ซึ่งเป็นโปรแกรมสร้างภาพดิจิทัลและภาพพิมพ์ที่หลากหลาย รวมถึงการ์ตูน แผนภูมิ ไดอะแกรม กราฟ โลโก้ และภาพประกอบต่าง ๆ โดยสามารถใช้งานได้บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ Windows หรือ MacOS Illustrator เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมในตระกูล Adobe เปิดตัวครั้งแรกในปี 1987 และยังคงได้รับการอัปเดตเรื่อย ๆ ทำให้โปรแกรมนี้มีเครื่องมือในใช้งานที่หลากหลาย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การใช้งานเครื่องมือภายในโปรแกรม Illustrator ค่อนข้างซับซ้อน ดังนั้นในบทความนี้จะพาคุณไปพบกับ 5 วิธีการใช้งานพื้นฐานที่ควรรู้เกี่ยวกับโปรแกรม Illustrator สำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น มาติดตามกันเลยค่ะ

5 วิธีการใช้งานพื้นฐานของโปรแกรม Illustrator สำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน

ด้วยความที่โปรแกรม Illustrator มีความสามารถในการสร้างและแก้ไขภาพเวกเตอร์ จึงทำให้โปรแกรมนี้มีความสามารถสำหรับการบันทึกไฟล์ในรูปแบบกราฟิกแบบแบบเวกเตอร์ ได้แก่ Scalable Vector Graphics (SVG), Portable Document Format (PDF), Encapsulated PostScript (EPS), Windows Metafile (WMF) และ Vector Markup Language (VML) และนี่คือ 5 วิธีการใช้งานพื้นฐานของโปรแกรม Illustrator ดังนี้

5 วิธีใช้งานที่ควรรู้เกี่ยวกับ Illustrator สำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน

1.การเริ่มต้นเปิด Project

คุณสามารถเริ่มเปิด Project ใหม่ได้ง่าย ๆ โดยคลิก File> New แล้วหน้าต่างจะปรากฏหน้าต่าง New Document ในคุณสามารถระบุข้อกำหนดต่าง ๆ สำหรับเอกสารของคุณก่อนเริ่มต้นใช้งาน นอกจากนี้คุณสามารถปรับแต่งเอกสารของคุณได้ทุกเมื่อโดยคลิก File> Document setup หรือทางลัดที่แป้นพิมพ์ Alt+Ctrl+P

2.การสร้างรูปทรงต่าง ๆ 

คุณสามารถสร้างสร้างรูปทรงต่าง ๆ ด้วยเครืองมือดังต่อไปนี้

สามารถสร้างเส้นตรงได้ โดยคลิกไปที่เครื่องมือ line segment tool และอย่าลืมกดปุ่ม shift เพื่อสร้างเส้นตรงที่สมบูรณ์แบบ 

สามารถสร้างรูปหลายเหลี่ยมได้ โดยคลิกไปที่เครื่องมือ polygon tool และต้องระบุจำนวนด้านของรูปทรง

สามารถสร้างเส้นโค้งได้ โดยคลิกไปที่เครื่องมือ pen tool และระบุจุด 2 จุด โดยให้คลิกค้างไว้ที่จุดที่2 จากนั้นให้ลากเมาส์ เพื่อกำหนดรูปร่างเส้นโค้ง

3.การจับคู่สี

หากคุณต้องการจับคู่สีของรูปภาพ มีทางเลือก 2 ทาง นั่นคือ 

การใช้เครื่องมือ Eyedrop โดยการเลือกองค์ประกอบของภาพที่คุณต้องการจับคู่ จากนั้นเลือกเครื่องมือ Eyedrop และคลิกบนสีที่ต้องการ 

การใช้แผงตัวเลือกสี โดยการเลือกองค์ประกอบของรูปภาพด้วยสีที่ต้องการ จากนั้นดับเบิลคลิกที่ตัวเลือกสี และแผงสีจะปรากฏขึ้น คุณสามารถดูรหัสสี แล้วคัดลอกและวางบนรูปภาพที่คุณต้องการแก้ไขได้

4.การปรับแต่งขนาดอาร์ตบอร์ด

หากคุณต้องการให้รูปภาพของคุณถูกบันทึกโดยไม่มีพื้นที่ส่วนเกินที่คุณไม่ต้องการ คุณสามารถแก้ไขได้ง่าย ๆ โดยคลิกไปที่เครื่องมือ Art-board tool หรือใช้ทางลัดบนแป้นพิมพ์ Shft+8

5.การบันทึกเวกเตอร์และส่งออกแรสเตอร์

Adobe Illustrator ช่วยให้คุณสามารถบันทึกภาพในรูปแบบเวกเตอร์ได้หลายรูปแบบ และยังสามารถส่งออกภาพแรสเตอร์ เช่น .png, .jpeg, .bmp เป็นต้น การส่งออกภาพแรสเตอร์ทำได้โดยการคลิกไปที่ File> Export แล้วหน้าจอจะปรากฏหน้าต่าง เพื่อให้คุณระบุความละเอียดและสีของพื้นหลังได้ เราแนะนำให้เลือกพื้นหลังโปร่งใส เพราะจะช่วยให้คุณมีความยืดหยุ่นมากขึ้นเมื่อใช้รูปภาพในโปรแกรมต่าง ๆ เช่น Power Point

5 วิธีใช้งานที่ควรรู้เกี่ยวกับ Illustrator สำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน

บทสรุป

อย่างไรก็ตามจากข้อมูลข้างต้นนี่เป็นเพียงวิธีการใช้งานแค่บางส่วนที่เราพบบ่อยเท่านั้น ยังมีฟีเจอร์อื่น ๆ อีกมากมายใน Illustrator แต่หากคุณไม่อยากสร้างรูปภาพเองตั้งแต่เริ่มต้น คุณก็สามารถดาวน์โหลดภาพ svg ได้ฟรีจากแหล่งข้อมูลออนไลน์มากมาย ซึ่งคุณสามารถดาวน์โหลดมาปรับแต่งภายหลังได้ใน Illustrator นอกจากนี้โปรแกรม Illustrator ยังได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักวาดภาพประกอบ เนื่องจากรูปภาพที่สร้างใน Illustrator สามารถขยายหรือย่อได้โดยไม่ลดทอนคุณภาพของภาพ และสามารถกำหนดเส้นทางของเวกเตอร์ลักษณะต่าง ๆ ได้

Categories
เสียง

เคล็ดลับง่าย ๆ ของโปรแกรม Premiere Pro สำหรับการเพิ่มเอฟเฟกต์เสียงในโปรเจ็กต์ที่ซับซ้อนของคุณ

เคล็ดลับง่าย ๆ ของโปรแกรม Premiere Pro สำหรับการเพิ่มเอฟเฟกต์เสียงในโปรเจ็กต์ที่ซับซ้อนของคุณ

โปรแกรม Premiere Pro เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมตัดต่อวิดีโอและเสียงที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากโปรแกรมนี้มีความสามารถที่หลากหลายเกี่ยวกับการใช้งานด้านวิดีโอตั้งแต่ความสามารถในการตกแต่งและตัดต่อภาพ-เสียง ไปจนถึงใส่ Effect และ Transition ให้กับภาพและเสียง จึงไม่แปลกที่ Premiere Pro จะได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักตัดต่อวิดีโอหรือภาพยนตร์

นักตัดต่อวิดีโอหรือภาพยนตร์หลายคนคงทราบกันดีว่าเสียงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่ทำให้วิดีโอของคุณดูมีความเป็นมืออาชีพ และสมบูรณ์แบบ ทำให้ผู้ชมเข้าใจถึงอารมณ์ของเนื้อหาได้ง่าย และดึงดูดความสนใจได้ดีอีกด้วย เสียงในวิดีโอมีหลายแบบทั้งเสียงพูด เสียงซาวด์ประกอบ และเสียงเอฟเฟกต์ ซึ่งวันนี้เราจะพาคุณไปพบกับเคล็ดลับง่าย ๆ สำหรับการเพิ่มเอฟเฟกต์เสียงให้กับโปรเจ็กต์ที่ซับซ้อนด้วยโปรแกรม Premiere Pro

เคล็ดลับการเพิ่มเอฟเฟกต์เสียงในวิดีโอด้วยโปรแกรม Premiere Pro

เคล็ดลับง่าย ๆ ของโปรแกรม Premiere Pro สำหรับการเพิ่มเอฟเฟกต์เสียงในโปรเจ็กต์ที่ซับซ้อนของคุณ

โปรแกรม Premiere Pro เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัท Adobe นอกจากจะมีความสามารถในการตัดต่อวิดีโอแล้ว ยังสามารถเพิ่มเสียงต่าง ๆ ในวิดีไอได้อีกด้วย สำหรับเคล็ดลับการเพิ่มเอฟเฟกต์เสียง ให้กับโปรเจ็กต์ที่ซับซ้อนด้วยโปรแกรม Premiere Pro นั้นไม่ได้ยุ่งยากมากนัก ซึ่งก่อนที่จะเพิ่มเอฟเฟกต์เสียงให้คุณอ่านสคริปต์ พูดคุยกับผู้กำกับ และสร้างคิวชีต เพื่อระบุว่าช่วงไหนบ้างที่ควรเพิ่มเอฟเฟกต์เสียง สำหรับเคล็ดลับการเพิ่มเอฟเฟกต์เสียงนั้นมีดังนี้

1.ให้คุณทำการลากและวางเอฟเฟกต์เสียงของคุณลงในแผง Essential Sound เพื่ออัปโหลด

2.แท็กแต่ละเอฟเฟกต์เสียงบนแผง Essential Sound ช่วยให้คุณติดป้ายกำกับเอฟเฟกต์เสียงแต่ละรายการตามแท็กได้ง่าย ๆ เช่น เสียงบรรยากาศ, เสียงในห้อง, ฝีเท้า หรือเสียงบทสนทนา

3.ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอฟเฟกต์เสียงทั้งหมดนั้นได้ปรับการตั้งค่าให้ค่อย ๆ จางลงแล้วหรือยัง แม้ว่าการจางนั้นจะเป็นเพียงแค่เสี้ยววินาทีก็ตาม เพราะหากคุณตัดต่อเสียงเอฟเฟกต์อย่างกะทันหันอาจทำให้เสียงเหล่านั้นดูผิดธรรมชาติ

4.ปรับระดับเสียง และตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอฟเฟกต์เสียงทั้งหมดเข้ากันกับวิดีโอ และเข้ากันกับบทสนทนาและแทร็กเพลง

บทสรุป

อย่างไรก็ตาม โปรแกรม Premiere Pro มีเครื่องมือการใช้งานที่หลากหลายและค่อนข้างซับซ้อน ดังนั้นจึงไม่เหมาะกับผู้ใช้งานครั้งแรกที่ยังไม่มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโปรแกรม แต่หากคุณกำลังมองหาโปรแกรมตัดต่อวิดีโอที่ใช้ง่ายง่ายกว่า Premiere Pro เราขอแนะนำโปรแกรม Premiere Rush โปรแกรมที่จะมอบเครื่องมือที่ดีที่สุดให้คุณสร้างวิดีโอได้ทุกที่ทุกเวลา และเพิ่มเอฟเฟกต์เสียง เพลง บทสนทนา และทุกสิ่งที่คุณต้องการเพื่อทำให้วิดีโอของคุณดูมีชีวิตชีวามากขึ้น โดยตัวโปรแกรมนี้มีทั้งใน Desktop บน PC และ App บน Smartphone โดยจะทำงานด้วยกันผ่าน Adobe Cloud

Categories
เทคนิค

วิธีใช้ Luminar AI แต่งสีท้องฟ้าในรูปภาพที่น่าเบื่อให้ดูน่าทึ่งและดึงดูดสายตามากยิ่งขึ้น

ในปัจจุบันต้องยอมรับเลยว่าซอฟต์แวร์ตัดต่อสมัยใหม่นี้มีความสามารถที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับซอฟต์แวร์ตัดต่อในยุคสมัยก่อน อย่างเช่น ความสามารถการปรับแต่งสีท้องฟ้าในรูปภาพให้ออกมาสวยงาม และโดดเด่นของ Luminar AI บน Photoshop เพื่อทำให้รูปภาพของคุณนั้นดูน่าทึ่งและดึงดูดสายตาของผู้พบเห็น ซึ่งคุณสามารถเรียนรู้วิธีการแต่งสีท้องฟ้าในรูปภาพด้วยโปรแกรม Luminar AI ได้จากบทความนี้ เราจะพาคุณพบกับการเปลี่ยนรูปท้องฟ้าที่น่าเบื่อให้กลับมาดูมีชีวิตชีวาและน่าสนใจมากยิ่งขึ้นด้วยวิธีง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็สามารถทำตามได้

วิธีแต่งสีท้องฟ้าในรูปภาพที่น่าเบื่อด้วย Luminar AI เพื่อทำให้รูปภาพของคุณดูสดใสและดึงดูดสายตาผู้ชม

หลายคนคงทราบกันดีว่า Luminar AI ถือเป็นโปรแกรมตัดต่อที่ใช้นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์เป็นรายแรกของโลก ซึ่งปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI นี้ทำให้ทุกคนสามารถใช้โปรแกรมนี้ได้โดยไม่ต้องมีประสบการณ์การแก้ไขภาพขั้นสูง และหากคุณรู้สึกว่ารูปภาพท้องฟ้าสีครามของคุณดูน่าเบื่อ คุณสามารถใช้ Luminar AI ปรับแต่งสีท้องฟ้าได้ง่าย ๆ พร้อมทั้งสามารถเพิ่มองค์ประกอบที่น่าทึ่งได้ อย่างเช่น ภูเขา เพื่อให้รูปภาพของคุณดูสดใส โดดเด่นและดึงดูดสายตาผู้ชม โดยมีขั้นตอนการปรับแต่งสีท้องฟ้าได้ ดังนี้

วิธีใช้ Luminar AI แต่งสีท้องฟ้าในรูปภาพที่น่าเบื่อให้ดูน่าทึ่งและดึงดูดสายตามากยิ่งขึ้น

1.เปิดโปรแกรม Adobe Photoshop นำเข้ารูปภาพที่ต้องการแก้ไข แล้วสร้างเลเยอร์ซ้ำกันโดยการกด Ctrl + J 

2.คลิกขวาที่เลเยอร์ชั้นที่ซ้ำกันและเลือก Convert to Smart Object

3.จากนั้นไปที่ Filter > Skylum Software > Luminar AI

4.เมื่อเข้าไปใน Luminar AI ให้ไปที่ For This Photo ที่อยู่มุมขวาบนและใช้แถบเลื่อนเพื่อเลือกท้องฟ้าธรรมชาติ แล้วเลือก Afterhours

5.คลิกที่แท็บ Edit และเลือกไอคอน Creative ในแถบเมนูด้านข้าง

6.คลิกที่แท็บตัวเลือก Sky แล้วเลื่อนลงไปเลือก Blue Sky 4

7.คลิกที่การตั้งค่าขั้นสูงภายใต้ Sky Global แล้วทำการปรับ Sky Temperature ไปที่ค่า 30 และ Sky Exposure ไปที่ค่า 40

8.จากนั้นเลือกไปที่แผง Augmented Sky AI แล้วเลือกเมนูแบบเลื่อนลง Mountains 4 จากนั้นปรับเปลี่ยนค่า Amount เป็น 100, Warmth เป็น 80 และ Relight เป็น 100

9.เลือกแผง Sunrays คลิกที่ Place Sun Center จากนั้นปรับเปลี่ยนค่า Amount เป็น 10, Overall Look เป็น 50, Sunrays Length เป็น 10 และ Penetration เป็น 40

10.เลือกไปที่แผง Rays Setting แล้วปรับเปลี่ยนค่า Number of Sunrays เป็น 60 และ Randomize เป็น 10

11.เลือกไปที่แผง Dramatic แล้วปรับเปลี่ยนค่า Amount เป็น 50 และ Local Contrast เป็น 50

12.จากนั้นคลิกไปที่ Apply เพื่อกลับเข้าสู่ Photoshop หากคุณใช้ Luminar AI เป็นปลั๊กอิน แต่หากคุณใช้ Luminar AI เป็นโปรแกรมแบบสแตนด์อโลน จะมีตัวเลือกในการส่งออกรูปภาพของคุณ 

รูปภาพก่อนแก้ไข

วิธีใช้ Luminar AI แต่งสีท้องฟ้าในรูปภาพที่น่าเบื่อให้ดูน่าทึ่งและดึงดูดสายตามากยิ่งขึ้น

รูปภาพหลังทำการแก้ไขแล้ว

วิธีใช้ Luminar AI แต่งสีท้องฟ้าในรูปภาพที่น่าเบื่อให้ดูน่าทึ่งและดึงดูดสายตามากยิ่งขึ้น

ปรับและเพิ่มองค์ประกอบที่น่าทึ่งให้กับท้องฟ้าในรูปภาพได้ง่าย ๆ 

โปรแกรม Luminar AI เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับ Adobe Photoshop และ Lightroom ที่เหล่านักตัดต่อมืออาชีพเลือกใช้งาน ด้วยความที่มันขับเคลื่อนโดยกระบวนการปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI แบบอัตโนมัติที่เต็มรูปแบบ จึงทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ง่ายดาย และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ทำให้เราสามารถปรับแต่งสีท้องฟ้าในรูปภาพใหม่ได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที เหมาะสำหรับนักตัดต่อระดับมืออาชีพและนักตัดต่อมือใหม่

Categories
กราฟิก

5 กฎออกแบบโปสเตอร์ที่นักออกแบบกราฟฟิกไม่ควรพลาด

5 กฎออกแบบโปสเตอร์ที่นักออกแบบกราฟฟิกไม่ควรพลาด

หากคุณเป็นนักออกแบบกราฟฟิก หรือเป็นเพียงแค่คนที่รักงานในด้านการออกแบบงานพิมพ์ คุณคงคุ้นเคยกับการออกแบบโปสเตอร์ ซึ่งแน่นอนว่าการออกแบบโปสเตอร์เองนั้นไม่ใช่งานยากอย่างที่หลายคนคิด ยิ่งหากคุณเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์อยู่แล้ว ยิ่งจะทำให้โปสเตอร์ของคุณนั้นสวยงามและโดดเด่นมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การออกแบบโปสเตอร์นักออกแบบควรมีทั้งความคิดสร้างสรรค์และการคิดวิเคราะห์เนื้อหาที่ดี จึงจะทำให้โปสเตอร์ของคุณนั้นสมบูรณ์แบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นในบทความนี้จะพาคุณไปพบกับ 5 กฎที่สำคัญที่จะทำให้คุณออกแบบโปสเตอร์ได้อย่างมืออาชีพและสมบูรณ์แบบ

กฎ 5 ข้อสำหรับการออกแบบโปสเตอร์อย่างมืออาชีพ

กฎการออกแบบโปสเตอร์อย่างมืออาชีพ แต่ละข้อล้วนแล้วแต่มีสำคัญต่อการออกแบบโปสเตอร์ของคุณ โดยมีทั้งหมด 5 ข้อ ดังนี้

5 กฎออกแบบโปสเตอร์ที่นักออกแบบกราฟฟิกไม่ควรพลาด

1.การรวบรวมเฉพาะเนื้อหาที่สำคัญ

คุณรู้หรือไม่? ว่าผู้คนจะดูโปสเตอร์ของคุณเพียงครึ่งวินาทีหากพวกเขาไม่สนใจ หรือหากพวกเขาสนใจจริง ๆ ก็จะดูแค่ 10 วินาที ด้วยเหตุผลนี้ คุณจึงไม่ควรใส่เนื้อหาที่ไม่จำเป็นลงไปในโปสเตอร์ และควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ใส่ลงไปในโปสเตอร์นั้นตรงไปตรงมา อย่างเช่น โปสเตอร์ท่องเที่ยว โปสเตอร์ที่ออกแบบมาเพื่อเชิญชวนให้ผู้คนออกไปเที่ยวควรมาพร้อมบรรยากาศที่ “สวยงาม” ทำให้ผู้คนที่พบเห็นเกิดความสนใจเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้อย่าลืมลงสถานที่บนโปสเตอร์ให้ชัดเจนด้วย

2.เรื่องการเลือกสี

การออกแบบโปสเตอร์ไม่ควรเลือกสีเดียวกันทั้งหมด ให้คุณลองไปพิจารณาเกี่ยวกับทฤษฎีสี แต่หากคุณไม่คุ้นเคยกับทฤษฎีสี ยังมีอีกหนึ่งวิธี นั่นคือการเรียนรู้เกี่ยวกับจิตวิทยาสีว่าสีใดที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกหรืออารมณ์ จะช่วยให้คุณสามารถใช้สีอย่างสร้างสรรค์และละเอียดอ่อนมากขึ้น เนื่องจากคุณไม่มีเวลาให้ความรู้แก่ผู้ชมโปสเตอร์ของคุณเกี่ยวกับการใช้สีเฉพาะของคุณ ดังนั้นการเลือกสีควรเลือกสีที่เข้ากันกับทั้งเนื้อหาและอารมณ์ที่ต้องการจะสื่อออกไป

3.การทำให้โปสเตอร์อ่านได้ง่ายขึ้น

จากข้อ 1 ผู้คนมักใช้เวลาในการอ่านโปสเตอร์ค่อนข้างน้อย นักออกแบบกราฟิกหลายคนจึงนิยมใส่ตัวแบบอักษรข้อความที่ใหญ่ที่คาดว่าภายใน 1 วินาทีน่าจะเพียงพอที่จะดึงดูดความสนใจผู้ชมให้อ่านสิ่งที่อยู่ในโปสเตอร์ และอย่าลืมว่าคอนทราสต์มีความสำคัญต่อการอ่านที่เร็วขึ้น และการใช้แบบอักษรที่เหมาะสมจะทำให้อ่านโปสเตอร์ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้หากคุณไม่แน่ใจเกี่ยวกับขนาดฟอนต์หรือรูปแบบที่จะใช้ ให้คุณจำลองหรือทดสอบขนาดฟอนต์กับผู้คนตั้งแต่วัยหนุ่มสาวที่มีสายตาปกติ ไปจนถึงผู้สูงอายุและเด็ก เพื่อให้พวกเขาได้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในการอ่านโปสเตอร์ของคุณ

4.การออกแบบให้ตรงกับสถานที่

โปสเตอร์มีเนื้อหาที่หลากหลายไม่ซ้ำกัน อย่างเช่น โปสเตอร์ที่หน้าร้านไม่ได้มีจุดประสงค์เดียวกับโปสเตอร์โฆษณาในสถานีรถไฟ และในทั้ง 2 กรณีนี้คุณต้องสร้างสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของผู้ชมที่ผ่านไปมา แต่คุณต้องสื่อสารกับพวกเขาให้แตกต่างออกไปตามบริบท ซึ่งคุณจะเห็นได้ชัดว่าบริบทมีผลต่อข้อความบนโปสเตอร์ แต่จะส่งผลต่อการออกแบบด้วยเหตุผลเชิงปฏิบัติมากกว่า ดังนั้นคุณควรออกแบบโปสเตอร์ให้ตรงกับสถานที่ที่จะนำโปสเตอร์ไปติดประกาศ

5.รู้จักกลุ่มเป้าหมาย

นี่คือกฎการออกแบบกราฟิกสุดคลาสสิก คุณควรรู้ว่าคุณกำลังออกแบบเพื่อใคร ซึ่งหมายถึงบุคคลที่กำลังดูโปสเตอร์และหวังว่าผู้ชมจะได้รับอิทธิพลจากโปสเตอร์ การรู้จักกลุ่มเป้าหมายจะทำให้คุณรู้จักรสนิยมและวัฒนธรรมของพวกเขา อีกทั้งยังช่วยให้คุณสามารถเลือกแบบอักษร สี ภาพ และสไตล์เค้าโครงที่เหมาะสมกับผู้ชมได้

บทสรุป

จากข้อมูลข้างต้น กฎ 5 ข้อสำหรับการออกแบบโปสเตอร์ที่มีประสิทธิภาพนั้นไม่ได้แตกต่างจากกฎการออกแบบกราฟิกทั่วไปมากนัก ดังนั้นก่อนการเริ่มต้นออกแบบโปสเตอร์คุณควรพิจารณากฎทั้ง 5 ก่อนลงมือเริ่มต้นออกแบบโปสเตอร์ของคุณ เพื่อช่วยให้วิธีการออกแบบนั้นดำเนินการไปอย่างรวดเร็ว ตรงประเด็น และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น ซึ่งเห็นได้ชัดว่าคำแนะนำในบทความนี้มีประโยชน์แก่นักออกแบบกราฟฟิกมือใหม่อย่างแน่นอนค่ะ

Categories
มือใหม่

แนะนำ 5 แอป Teleprompter ที่ดีที่สุด ช่วยให้การถ่ายวิดีโอ และการอ่านสคริปต์ของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น

แนะนำ 5 แอป Teleprompter ที่ดีที่สุด

ปัจจุบันเทคโนโลยี Teleprompter (เครื่องบอกบท หรือ เครื่องบอกสคริปต์) ไม่ได้มีไว้ใช้แค่ถ่ายวิดีโอรายงานข่าวสารสำหรับนักข่าวโทรทัศน์เท่านั้น เพราะในสมัยนี้เทคโนโลยีมีความก้าวหน้า และทันสมัยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้สร้างสรรค์ Content และบุคคลทั่วไป หรือนักเรียน นักศึกษา ก็สามารถใช้งานเทคโนโลยี Teleprompter ได้ง่าย ๆ ผ่านทางแอปพลิเคชันในแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนของคุณ 

แต่ก่อนที่คุณจะเริ่มดาวน์โหลดแอป teleprompter คุณอาจต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแอป Teleprompter ที่ได้รับความนิยมและผ่านการทดสอบว่าสามารถช่วยให้การถ่ายวิดีโอ และการอ่านสคริปต์ของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นเสียก่อน ซึ่งวันนี้ผู้เขียนก็มี 5 แอป Teleprompter มาแนะนำทุกคน โดยแอปเหล่านี้ได้ผ่านการทดสอบและถูกยอมรับว่าเป็นแอป Teleprompter ที่ดีที่สุด โดย vloggers และผู้สร้างสร้างสรรค์ Content นับพันคน ส่วนจะมีแอปไหนบ้างนั้น ติดตามได้จากบทความนี้เลยค่ะ



5 แอป Teleprompter สำหรับถ่ายวิดีโอเพื่อพรีเซนต์งาน

สำหรับใครที่ต้องถ่ายวิดีโอเพื่อพรีเซนต์งาน หรือรายงานข่าวสารที่ต้องมีการอ่านสคริปต์แอป Teleprompter สามารถช่วยให้การอ่านสคริปต์ในวิดีโอของคุณราบรื่นดูเป็นธรรมชาติได้ เดิมทีเครื่อง teleprompter ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องอ่านบอกสคริปต์สำหรับนักข่าวโทรทัศน์ โดยระบบจะใช้หน้าจอกระจก ซึ่งด้านสะท้อนแสงติดตั้งอยู่ที่มุมด้านบนของจอภาพที่แสดงสคริปต์ที่เขียนไว้ล่วงหน้า แต่เนื่องจากสิ่งที่เราเห็นในกระจกจะพลิกกลับในแนวนอน สคริปต์บนจอภาพจึงแสดงกลับด้าน ดังนั้นสิ่งที่สะท้อนจากหน้าจอกระจกจริงๆ จะสามารถอ่านได้ 

ด้วยความที่มอนิเตอร์บน teleprompters แบบดั้งเดิมจำเป็นต้องเชื่อมต่อกับ 2 หน้าจอเพื่อดึงข้อมูล จึงไม่เหมาะกับงานทั่วไปที่ต้องใช้สมาร์ทโฟนถ่ายวิดีโอ ดังนั้นการใช้แอป teleprompter จึงถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ซึ่ง 5 แอปที่เรานำมาแนะนำทุกคนวันนี้สามารถใช้งานได้บนอุปกรณ์สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตทั้งของ Apple และ Android 

แนะนำ 5 แอป Teleprompter ที่ดีที่สุด

Parrot Teleprompter

เริ่มกันที่ Parrot Teleprompter เป็นแอป teleprompter ถ่ายวิดีโอพร้อมอ่านสคริปต์สำหรับผู้ใช้ Apple และ Android ด้วยซอฟต์แวร์ยอดนิยมที่ใช้งานง่าย เนื่องจากช่วยให้คุณสามารถควบคุมความเร็ว การเลื่อนข้อความ เปลี่ยนขนาดตัวอักษร เปลี่ยนสีพื้นหน้าและพื้นหลัง แม้แต่พลิกสคริปต์ได้หากคุณต้องการ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติอื่นๆ มากมาย ได้แก่ ความสามารถในการซิงค์สคริปต์ไฟล์ .txt ผ่าน Dropbox ซึ่งจะนำคุณไปยังตำแหน่งที่กำลังอ่านคุณอยู่ในสคริปต์

PromptSmart

มาต่อกันที่ PromptSmart ถือเป็นอีกหนึ่งแอป teleprompter ฟรีที่ใช้ถ่ายวิดีโอพร้อมอ่านสคริปต์สำหรับ iOS และ Android มีคุณสมบัติการสั่งงานด้วยเสียงที่ใช้งานง่าย ด้วยการใช้เทคโนโลยี VoiceTrackTM โดยแอปจะฟังคำพูดของคุณเพื่อให้รู้ว่าคุณอยู่ที่ไหนในสคริปต์และปรับความเร็วในการเลื่อนตาม วิธีนี้จะช่วยให้คุณการแสดงของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น โดยที่ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการอ่านสคริปต์

แอปนี้มีทั้งเวอร์ชันฟรีมีคุณสมบัติที่มีประโยชน์มากมาย และเวอร์ชันที่ต้องเสียเงินเพื่อปลดล็อกการบันทึกวิดีโอ (บนแท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวกัน) การใช้อักษรตัวพิมพ์ใหญ่อัตโนมัติ การมิเรอร์ข้อความ และการปรับสีข้อความและพื้นหลัง

Teleprompter Pro Lite

Teleprompter Pro Lite เป็นอีกหนึ่งแอป teleprompter ที่ใช้งานถ่ายวิดีโอพร้อมอ่านสคริปต์ได้ง่าย ๆ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีบนอุปกรณ์ iOS หรือ Android มีคุณสมบัติมาตรฐานไม่ว่าจะเป็นการเลือกแบบอักษร การควบคุมขนาดข้อความ การควบคุมความเร็วการเลื่อน (แม้ในระหว่างการเรียกใช้) และการนำเข้าสคริปต์ แอปนี้มีทั้งเวอร์ชันฟรี และเวอร์ชันที่ต้องเสียเงินเพื่อปลดล็อกโหมดมิเรอร์ ที่จะทำให้คุณสามารถใช้จอภาพเป็นอุปกรณ์สำหรับชุดเครื่องมือ teleprompter การเลือกสีแบบอักษรและพื้นหลัง การควบคุม Bluetooth และความสามารถในการเข้าถึงสคริปต์ได้ไม่จำกัด

BIGVU

หากคุณกำลังมองหาแอป teleprompter พร้อมกับความสามารถในการตัดต่อวิดีโอได้ด้วย เราขอแนะนำ BIGVU แอปยอดนิยมที่ทำหน้าที่เป็นทั้งโปรแกรมตัดต่อวิดีโอ และ teleprompter ช่วยให้คุณสามารถเพิ่มคำบรรยายและสร้างวิดีโอ HD ขณะอยู่ในโหมด teleprompter ได้ทั้งแนวตั้งหรือแนวนอนและในอัตราส่วนภาพต่างๆ แอปนี้สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีบนอุปกรณ์ iOS หรือ Android แอป BIGVU เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในการเข้าใช้งาน เพื่อให้คุณสามารถเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีโซเชียลมีเดียหรืออีเมลของคุณได้ และด้วยความที่แอปผสานรวมกับ YouTube คุณก็สามารถอัปโหลดวิดีโอของคุณโดยตรงไปยังช่อง YouTube ได้อย่างง่ายดาย และคุณสามารถอัปเดตเป็นเวอร์ชันพรีเมียม (เสียเงิน) เพื่อลบลายน้ำ เพิ่มเพลงประกอบ และใช้งานคุณสมบัติอื่นๆ อีกมากมาย

Video Teleprompter

Video Teleprompter เป็นอีกหนึ่งแอป teleprompter ที่โดดเด่น เพราะมันมีคุณสมบัติที่ช่วยให้คุณสามารถสร้างงานนำเสนอที่กำหนดเองด้วยรูปภาพ วิดีโอ และองค์ประกอบอื่นๆ เปรียบเสมือนสตูดิโอวิดีโอแบบพกพาขนาดเล็กเลยก็ว่าได้ อีกทั้งมันยังให้คุณปรับพื้นที่ข้อความ เพื่อให้คุณสามารถขยับเข้าไปใกล้กล้องมากขึ้น ทำให้ดูเหมือนว่าคุณกำลังมองเลนส์โดยตรงขณะอ่านสคริปต์ แอปนี้สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีบนอุปกรณ์ iOS หรือ Android

ผู้สนับสนุน: HILO-88 คาสิโนออนไลน์เว็บตรง บริการ ไฮโลไทย บาคาร่า สล็อต และอื่น ๆ อีกมากมาย รับรองความมั่นคง ปลอดภัย 100%

Categories
เทคนิค

แนะนำ 3 เทคนิค แต่งภาพ บน PHOTOSHOP แต่งยังไงให้ดูเป็นมืออาชีพ

โปรแกรม PHOTOSHOP นับว่าเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่อยู่คู่กับสายงานครีเอทีฟมาอย่างยาวนาน และเชื่อได้เลยว่าร้อยทั้งร้อยต้องเคยเห็นโปรแกรมนี้ผ่านหูผ่านตากันมาบ้างอย่างแน่นอน ดังนั้นวันนี้เราเลยอยากขอนำเทคนิคดี ๆ 3 เทคนิคในการ แต่งภาพ บนโปรแกรม PHOTOSHOP มาฝากทุกคนที่อยากให้ภาพถ่ายของคุณไม่เป็นแค่ภาพถ่ายธรรมดาอีกต่อไป

วิธี แต่งภาพ ยังไงให้ ภาพถ่ายของคุณไม่ธรรมดาอีกต่อไป

แต่งภาพ

ก่อนที่เราจะพาทุกคนไปดูเทคนิคทั้ง 3 เทคนิคในการ แต่งรูป บน PHOTOSHOP ในวันนี้ เราอยากพาคุณไปทำความรู้จักกับ โปรแกรมแต่งรูป อย่าง PHOTOSHOP กันก่อนว่าจริง ๆ แล้วมันคือโปรแกรมที่ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานในรูปแบบใดกันแน่

โดย PHOTOSHOP คือหนึ่งในโปรแกรมภายใต้การพัฒนาของ ADOBE เช่นเดียวกับ RIGHTROOM, PREMIERE PRO, ACROBAT PRO, ILLUSTRATOR และ INDESIGN ซึ่งซอฟต์แวร์แต่ละตัวก็จะถูกพัฒนามาเพื่อตอบโจทย์การทำงานในสายกราฟิกที่มีจุดเด่นแตกต่างกันออกไป แต่ทั้งหมดก็สามารถใช้งานร่วมกันได้ เพื่อให้ผลงานชิ้นนั้น ๆ มีความสมบูรณ์มากขึ้น

PHOTOSHOP จะเป็นโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับการตัดต่อ แก้ไข และตกแต่งภาพถ่าย ซึ่งคุณสามารถใส่เอฟเฟกต์บนภาพถ่ายของคุณได้ด้วย เช่น ตัวหนังสือ การทำภาพถ่ายเป็นภาพเขียน การทำภาพขาวดำ หรือ การ Retouch เป็นต้น ดังนั้นจึงนิยมนำโปรแกรมนี้ไปใช้ออกแบบโปสเตอร์, นิตยสาร หรือ ภาพโฆษณา เป็นต้น 

แต่งภาพ

1. แต่งภาพยังไงให้คมชัด

สำหรับใครที่อยาก แต่งภาพ PHOTOSHOP ให้คมชัด โดยใช้ UNSHARP MASK ให้คุณเลือกไปที่ LAYER ภาพที่ต้องการทำให้ชัก > กดซูม 100% โดยดับเบิ้ลคลิกรูปแว่นขยายใน TOOLS > คลิกไปที่ FILTERS > CONVERT FOR SMART FILTERS > กด OK > กดไปที่ FILTERS อีกครั้ง > SHARPEN > UNSHARP MASK > ปรับแถบ AMOUNT, RADIUS และTHRESHOLD ในกล่อง UNSHARP MASK เพื่อตั้งค่าความคมชัดของภาพ

แต่งภาพ

2. แต่งภาพให้สีสดใสยิ่งขึ้น

เทคนิคการปรับความสว่างและความต่างระดับสี หรือ แต่งภาพ PHOTOSHOP สีสดใส ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอนเช่นเดียวกัน ก่อนอื่นเราอยากพาคุณไปดูวิธีปรับความสว่าง ความมืดของภาพกันก่อนโดยให้คุณเลือกไปที่ LAYER ของรูปภาพ > ให้เลือก IMAGE > ADJUSTMENTS > BRIGHTNESS/CONTRAST ในแถบ MENU > หากคุณแต่งภาพยังไม่เก่งคุณก็สามารถกด AUTO หรือปรับด้วยตัวเองด้วยการเลื่อนแถบ BRIGHTNESS และ CONTRAST > กด OK 

ปรับสีสันและความเข้มของสีด้วยการกดไปที่ IMAGE > ADJUSTMENTS > HUE/SATURATION ในแผง MENU > เลื่อนแถบในกล่อง HUE/SATURATION เพื่อแต่งภาพ > กด OK ซึ่งเราอยากมีข้อแนะนำเล็กน้อยสำหรับการใช้เครื่องมือในการแต่งสีของภาพ สำหรับ HUE จะเป็นการปรับสีโดยรวมของภาพ SATURATION จะเป็นการควบคุมความเข้มของสี และ LIGHTNESS จะเป็นในส่วนของการปรับแสงของภาพ 

สำหรับวิธีปรับแสงแบบดังกล่าวจะทำให้องค์ประกอบทั้งหมดในภาพได้รับผลกระทบทั้งหมด แต่เราสามารถเลือกปรับสีภาพเฉพาะจุดได้โดยให้ทำแบบเดิมแต่เมื่อถึงหน้าที่มีกล่อง HUE/SATURATION ขึ้นมาให้กดไปที่คำว่า MASTER > เลือกเฉดสีที่คุณต้องการปรับให้สดขึ้น ได้แก่ RADS, YELLOWS, GREENS, CYANS, BLUES และ MAGENTAS > ปรับแถมในกล่อง HUE/SATURATION เพื่อเพิ่มความสดของสี > กด OK

แต่งภาพ

3. ตัดต่อภาพใส่ความอาร์ตได้เต็มที่

สำหรับเทคนิคสุดท้ายที่เราจะนำมาฝากเพื่อน ๆ ในวันนี้คือ วิธี แต่ง ภาพ PHOTOSHOP ตัดต่อภาพ ซึ่งรูปแบบของการตัดต่อนั้นมีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน แต่สำหรับรูปแบบที่เราจะพาทุกคนไปทำจะเรียกว่าเป็นรูปแบบ “ภาพตัดปะดิจิทัล” ก็ได้

โดยก่อนอื่นคุณจะต้องทำการเลือกภาพที่ต้องการนำมาตัดต่อ จากนั้นอัปโหลดลง PHOTOSHOP ให้หมด จากนั้นเราจะเริ่มทำการตัดเอาเฉพาะส่วนที่เราต้องการจากรูปนั้น ๆ โดยให้คุณทำการเลือกภาพของคุณ > ลากรูปหลักมาใส่ในแบ็คกราว > เลือก QUICK SELECTION > SELECT AND MASK > หากภาพนั้นเป็นภาพของคนให้คุณเลือก REFINE HARI > LAYER MASK 

แต่งภาพ

จากนั้นก็สามารถลากภาพที่ต้องการนำมาตัดปะเข้ามาได้เลย แล้วทำการตัดแบ็คกราวเช่นเดิม แต่ถ้าหากวัตถุนั้นไม่ใช้คนก็ไม่จะเป็นต้องคลิก REFINE HARI และให้ไปเลือก หัวแปรง REFINE EDGE แทน จากนั้นก็ทำการลากไปที่วัตถุชิ้นนั้น ๆ เพื่อให้ขอบเนียนขึ้น จากนั้นเพียงคุณก็สามารถนำภาพต่าง ๆ มาแปะรวมกัน ก็จะทำให้คุณได้ภาพตัดต่อด้วยเทคนิค “ภาพตัดปะดิจิทัล” ที่ไม่เหมือนใครแล้ว

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
เสียง

แนะนำ 5 โปรแกรมตัดต่อเสียง ที่ไม่ควรพลาด เลือกแล้วดาวน์โหลดเลย

โปรแกรมตัดต่อเสียง นับว่าเป็นโปรแกรมอีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน เพราะเป็นโปรแกรมที่มีรูปแบบของการทำงานที่เฉพาะตัว โดยจะเน้นไปที่งานเกี่ยวกับเสียงโดยเฉพาะ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการตัดต่อเสียง การแก้ไขเสียง ไปจนถึงการปรับคุณภาพเสียงที่บันทึกมาให้มีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น และสำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่อยากได้โปรแกรมตัดต่อเสียงดี ๆ ดังนั้นวันนี้เราจึงได้รวบรวมมาไว้ให้แล้ว

โปรแกรมตัดต่อเสียง ตัวช่วยดี ๆ ที่จะทำให้คุณได้เสียงคุณภาพ 

โปรแกรมตัดต่อเสียง

สำหรับ โปรแกรม ตัดต่อเสียง ที่เราจะนำมาแนะนำในวันนี้ จะมีทั้ง โปรแกรมตัดต่อเสียง ออนไลน์ ตัดต่อฟรี และ แบบที่มีค่าบริการ ซึ่งแต่ละโปรแกรมก็จะให้คุณภาพของเสียงที่ต่างกันออกไป อีกทั้งยังจะมาพร้อมเครื่องมือ รวมไปถึงประสิทธิภาพในการทำงานก็จะแตกต่างกันออกไปด้วย แต่สิ่งที่โปรแกรมต่าง ๆ เหล่านี้ให้มาเหมือนกันคือ เป็นตัวช่วยที่จะทำให้คุณได้ไฟล์เสียงที่มีคุณภาพเพื่อนำไปใช้งานต่อจนทำให้ชิ้นงานของคุณสมบูรณ์ยิ่งขึ้นนั่นเอง

โปรแกรมตัดต่อเสียง

1. AUDACITY

หากจะต้องพูดถึงโปรแกรมอัดเสียง หรือ โปรแกรมตัดต่อเสียง AUDACITY ต้องเป็นชื่อแรกที่หลายคนนึกถึงอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะเป็นโปรแกรมฟรีแล้ว ยังมาพร้อมเครื่องมือและฟังก์ชันการใช้งานดี ๆ เพียบ ไม่ว่าจะเป็น บันทึกเสียง ตัดเสียงรบกวน ตัดต่อเสียง รองรับ PLUGIN วิเคราะห์เสียงได้อย่างละเอียด ที่สำคัญยังรองรับการ IMPORT, EXPORT, CONVERT ไฟล์ชนิด WAV เป็น MP3, FLAC, OGG และอื่น ๆ อีกมากมาย

โปรแกรมตัดต่อเสียง

2. VEED.IO 

โปรแกรมตัดต่อเสียงออนไลน์ฟรี ที่ไม่เพียงแค่สามารถตัดต่อไฟล์เสียงได้เท่านั้น แต่ยังสามารถตัดต่อได้ทั้ง VDO, แก้ไขคำบรรยายในวิดีโอ, ครอบตัดวิดีโอ, แก้ไขไฟล์เสียง, บันทึกเสียง, ซอฟต์แวร์พิมพ์ตามเสียงบรรยาย, ลบเสียงจากวิดีโอ และ เปลี่ยนความเร็วเสียง เป็นต้น ซึ่ง VEED.IO นับว่าเป็นหนึ่งเว็บไซต์ที่ค่อนข้างครบครันมาก ๆ ช่วยให้คุณสร้างสรรค์ทั้งงานเสียงและวิดีโอได้จบในเว็บไซต์เดียว

โปรแกรมตัดต่อเสียง

3. WAVEPAD AUDIO EDITOR

APP ตัดต่อเสียง ฟรี ที่รองรับทั้ง MAC OS, IOS และ ANDROID ที่มาพร้อมเครื่องมือในการตัดต่อเสียงอย่างครบครัน, มีเอฟเฟกต์เสียงให้เลือกใช้, รองรับสกุลไฟล์เสียงมากกว่า 50 สกุล เช่น MP3, WAV, VOX, GSM, WMA, AU, AIF, FLAC, real audio, OGG, AAC, M4A, MID และ AMR เป็นต้น สามารถแก้ไขหลาย ๆ ไฟล์พร้อมกันในครั้งเดียว, ลดเสียงรบกวน และมีเครื่องมือระดับมืออาชีพสำหรับปรับปรุงเสียง เป็นต้น 

โปรแกรมตัดต่อเสียง

4. ADOBE AUDITION

โปรแกรมตัดต่อเสียงADOBE ที่รองรับการทำงานเรื่องเสียงระดับมืออาชีพ ที่สามารถนำไฟล์เสียงที่ได้ไปใช้ร่วมกับโปรแกรมอื่น ๆ ของ ADOBE ได้ด้วย โดยโปรแกรมนี้ไม่เพียงแค่ใช้สำหรับบรรทุกเสียงได้เท่านั้น แต่ยังสามารถแก้ไข มิกซ์ และคืนค่าเสียงให้ได้เสียงที่มีคุณภาพ และคมชัด เหมาะกับงานภาพยนตร์ การพากย์เสียง พ็อดแคสต์ และ และงานเพลง เป็นต้น แต่แน่นอนว่าเมื่อเป็นโปรแกรมของ ADOBE ก็จะมีค่าบริการ โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 876.33 บาท/เดือน และ 761.84 บาท/เดือน สำหรับนักเรียน และครู ทดลองใช้ฟรี 7 วัน

โปรแกรมตัดต่อเสียง

5. GARAGEBAND

โปรแกรมตัดต่อเสียงMAC IPAD และ IPHONE ที่ทาง APPLE พัฒนามาเพื่อใช้บนอุปกรณ์ของเขาโดยเฉพาะ ดังนั้นใครที่ใช้สินค้าของเขาอยู่คุณไม่ควรพลาดโปรแกรมนี้เป็นอย่างยิ่ง ที่สำคัญโปรแกรมนี้ไม่เพียงแค่บันทึกเสียง ตัดต่อเสียง และแก้ไขเสียงได้เท่านั้น แต่มันยังเป็นโปรแกรมทำเพลงดี ๆ อีกโปรแกรมหนึ่งเลยก็ว่าได้ มีเครื่องดนตรีให้อย่างครบครันให้คุณสร้างสรรค์ผลงานเพลงได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องง้อเครื่องดนตรี ที่พิเศษไปกว่านั้นคือคุณยังสามารถทำเพลงได้หลายแนว รวมไปถึงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ด้วย และที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คือฟรี เรียกได้ว่า APPLE เขาเซอร์วิสลูกค้าได้อย่างถึงเครื่องจริง ๆ GARAGEBAND DOWNLOAD

อ่านบทความอื่นๆ: