Categories
เทคนิค

4 เทคนิคถ่ายรูป ด้วยกล้อง IPHONE 13 ให้สวยปัง

ถ่ายรูป ด้วยกล้อง IPHONE 13

รู้หรือไม่? คุณไม่จำเป็นต้องเป็นมีทักษะการถ่ายรูปที่ยอดเยี่อม คุณก็สามารถถ่ายรูปให้ออกมาสวยปัง แบบไร้ที่ติได้ง่าย ๆ ด้วย ถ่ายรูป ด้วยกล้อง IPHONE 13 ซึ่งเป็นที่น่าสนใจเป็นอย่างมากที่ในปัจจุบันกล้อง IPHONE 13 หรือ IPHONE รุ่นถัดไป ได้มีการอัปเดตคุณสมบัติอันน่าทึ่งหลายประการที่ช่วยทำให้ไม่ว่าใครก็สามารถถ่ายรูปให้สวยงามเหมือนช่างภาพมืออาชีพได้ 

เพียงแค่ใช้ เทคนิคถ่ายรูป แค่ไม่กี่อย่าง ก็สามารถทำให้การถ่ายรูปของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น และทำให้รูปภาพที่ได้นั้นออกมาสวยงามจนน่าทึ่ง ดังนั้น ในวันนี้เราจึงได้รวบรวม 4 เทคนิคถ่ายรูป ด้วยกล้อง IPHONE 13 ให้สวยปัง เหมือนช่างภาพมืออาชีพมาแนะนำทุกคน ซึ่งจะมีเทคนิคอะไรบ้างนั้น? มาติดตามไปพร้อม ๆ กันเลย 

4 เทคนิค ถ่ายรูป ด้วยกล้อง IPHONE 13 ให้สวยปัง เหมือนช่างภาพมืออาชีพ

เราเชื่อว่าหลายคนคงจะเคยเห็นรูปภาพที่สวยงามบน INSTAGRAM ของผู้อื่น และอาจคิดว่าพวกเขาเหล่านั้นต้องใช้กล้องดิจิตอลราคาแพงในการถ่ายรูปแน่นอน ทั้งที่ความจริงแล้ว พวกเขาอาจจะใช้เพียงแค่ เทคนิคถ่ายรูป ด้วยกล้อง IPHONE 13 เท่านั้น ซึ่งต้องยอมรับเลยว่าในปัจจุบัน เทคนิคถ่ายรูปด้วยมือถือ สามารถเนรมิตรูปภาพของคุณให้สวยงามได้ทันที โดยเฉพาะ เทคนิคถ่ายรูป IPHONE 13 และด้านล่างนี่ก็คือ 4 เทคนิคถ่าย ด้วยกล้อง IPHONE 13 

การเปิดใช้งานโหมดกลางคืน หรือ NIGHT MODE

เริ่มต้น เทคนิคถ่ายรูป ด้วยการเปิดใช้งานโหมดกลางคืนบนกล้อง IPHONE 13 เป็น เทคนิคถ่ายรูปให้สวย แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่มีแสงน้อย ซึ่งมันจะช่วยทำให้รูปภาพของคุณสว่างขึ้น โดยให้คลิกไอคอนที่อยู่ข้าง ๆ แฟลชด้านซ้ายบน จากนั้นก็เลื่อนตัวเลื่อนด้านล่างเฟรม เพื่อปรับเวลาเปิดรับแสงได้ทันที

ถ่ายรูป ด้วยกล้อง IPHONE 13

การเปิดใช้งานโหมด BURST MODE

อีกหนึ่ง เทคนิคถ่ายรูป สำหรับผู้ใช้ IPHONE 13 PRO ก็คือ การเปิดใช้งานโหมด BURST MODE เพื่อช่วยให้การถ่ายรูปวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหวนั้นสวยงาม ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง เทคนิคถ่ายรูปคน ที่กำลังเคลื่อนไหว เพื่อให้ได้รูปภาพที่ดีที่สุด เพียงกดปุ่มถ่ายภาพค้างไว้ กล้องก็จะทำการถ่ายรูปติดต่อกันหลาย ๆ ช็อต

ถ่ายรูป ด้วยกล้อง IPHONE 13

การเปิดใช้ฟังก์ชั่น GRID 

เทคนิคถ่ายรูป ที่จะช่วยให้คุณจัดวางวัตถุในตำแหน่งของจุดนำสายตา หรือจุดวางวัตถุสำคัญในภาพได้อย่างแม่นยำ คุณสามารถเปิดใช้งานฟังก์ชั่น GRID ได้ โดยไปที่ SETTING > CAMERA > GRID  ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง เทคนิคถ่ายรูปอาหาร หรือ ถ่ายรูปวัตถุบางอย่างให้โดดเด่นที่สุดในรูปภาพ

ถ่ายรูปด้วยกล้อง IPHONE 13

การเปิดใช้งานโหมด HDR

สุดท้าย เทคนิคถ่ายรูป ให้ รูปภาพคมชัด มากยิ่งขึ้น ด้วยการเปิดใช้งานโหมด HDR ซึ่งการถ่ายรูปด้วยโหมดนี้อาจจะใช้พื้นที่เก็บข้อมูลมากกว่าปกติ แต่คุ้มค่าแน่นอน โดยไปที่ SETTING > CAMERA > เลื่อนลงด้านล่าง และตรวจสอบว่าเปิด HDR อัจฉริยะแล้วหรือยัง?

สนับสนุนโดย : https://sa-game.bet/เว็บบาคาร่าที่คนเล่นเย

Categories
เทคนิค

5 เทคนิคการถ่ายภาพ ยังไงให้สวยด้วยกล้องโทรศัพท์

เทคนิคการถ่ายภาพ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้กล้องโทรศัพท์หลายรุ่นสามารถถ่ายรูปให้สวยงามเหมือนกล้องดิจิทัลราคาแพงได้ง่าย ๆ เพียงแค่ใช้ เทคนิคการถ่ายภาพ เพียงไม่กี่อย่างก็สามารถทำให้การถ่ายภาพของคุณสวยงามอย่างเป็นมืออาชีพ บางคนอาจจะคิดว่าการถ่ายภาพที่มีคุณภาพและสมบูรณ์แบบนั้น ต้องใช้กล้อง DSLR แต่วันนี้เราจะแสดงให้ทุกคนได้เห็นว่าโทรศัพท์ก็สามารถถ่ายภาพให้สวยได้ง่าย ๆ เพียงแค่ใช้ 5 เทคนิคการถ่ายภาพ เบื้องต้นที่เราได้รวบรวมไว้ในบทความนี้ ซึ่งจะมีเทคนิคอะไรบ้างนั้น มาติดตามไปพร้อม ๆ กันเลย 

5 เทคนิคการถ่ายภาพ เบื้องต้นด้วยโทรศัพท์

สิ่งแรกที่คุณควรรู้ก่อนเริ่มต้นใช้เทคนิคการถ่ายภาพ คือ คุณต้องรู้ก่อนของกล้องโทรศัพท์ของคุณมีคุณสมบัติอะไรบ้าง? โหมดโฟกัสและการเปิดรับแสงเป็นอย่างไร? กล้องโทรศัพท์บางรุ่นสามารถปรับการตั้งค่าแบบแมนนวลได้ เช่น ไวต์บาลานซ์และความเร็วชัตเตอร์ ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้จะช่วยให้เทคนิคการถ่ายภาพด้วยมือถือ ของคุณดีมากยิ่งขึ้น และนี่คือ เทคนิคการถ่ายภาพเบื้องต้น ด้วยกล้องโทรศัพท์ 

การใช้แสงธรรมชาติ

เริ่มต้นด้วย เทคนิคการถ่ายภาพง่าย ๆ ที่ทุกคนควรรู้ นั่นคือ การใช้แสงธรรมชาติ กล้องโทรศัพท์บางรุ่นจะมีเซนเซอร์ขนาดเล็กที่สามารถช่วยให้การถ่ายภาพกลางแจ้งมีแสงที่เหมาะสม ซึ่งการจัดแสงเป็นหนึ่งใน เทคนิคการถ่ายภาพสินค้า ให้โดดเด่นและน่าสนใจ แสงธรรมชาติจะช่วยกำหนดอารมณ์ โทนสี และบรรยากาศของภาพถ่ายได้เป็นอย่างดี

เทคนิคการถ่ายภาพ

การใช้โหมด HDR

ในปัจจุบันกล้องโทรศัพท์หลายรุ่นสามารถใช้เทคนิคการถ่ายภาพ โหมด HDR ได้ ซึ่งการใช้โหลดนี้จะช่วยเพิ่มรายละเอียดบริเวณที่มืดและสว่างให้มีการรับแสงที่สมดุลมากขึ้น เช่น การถ่ายภาพ สถาปัตยกรรม มันจะช่วยปรับความสว่างให้พอดีและไม่มืดเกินไป เหมาะกับการถ่ายภาพทิวทัศน์ที่สุด

เทคนิคการถ่ายภาพ

การใช้กฎสามส่วน 

เทคนิคการถ่ายภาพกฎสามส่วน หรือมีหลายคนเรียกว่าเทคนิคการถ่ายภาพ 9 ช่อง โดยการสร้างตารางสามต่อสาม แบ่งรูปภาพออกเป็น 9 ช่องเท่า ๆ กัน เพื่อให้ได้ส่วนที่น่าสนใจที่สุดของรูปภาพของคุณ ซึ่งจุดตัดของเส้น 4 จุด จะเป็นจุด

ถ่ายภาพสวย

กรอบดึงความสนใจ

การเพิ่มกรอบดึงความสนใจ เป็นอีกหนึ่งเทคนิคการถ่ายภาพ เพื่อดึงโฟกัสไปที่ตัวแบบที่คุณต้องการ ทำให้รูปภาพของคุณมีความโดดเด่นยิ่งขึ้น ซึ่งกรอบที่เราพูดถึงนี้อาจเป็นกรอบธรรมชาติหรือกรอบที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น หน้าต่างและอุโมงค์ เป็นต้น เหมาะกับการใช้ถ่าย ภาพ คน กับวิว เพื่อดึงโฟกัสไปที่คน และทำให้รูปภาพดูสมบูรณ์แบบมากขึ้น

ถ่ายภาพสวย

การใช้แอพพลิเคชั่นแต่งรูป

นี่เป็นเทคนิคการถ่ายภาพ กระบวนการสุดท้าย เมื่อคุณถ่ายภาพแล้วรู้สึกว่ารูปภาพของคุณยังขาดความน่าสนใจ แนะนำให้ลองในแอพพลิเคชั่นแต่งรูปที่มีคุณสมบัติการตั้งค่าต่าง ๆ  และฟิลเตอร์เพิ่มเติมเพื่อยกระดับรูปภาพของคุณไปขึ้นไปอีกระดับ เช่น แอพ VSCO CAM, แอพ LIGHTROOM และ แอพ SNAPSEED เป็นต้น

สนับสนุนโดย : https://sa-game.bet/ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

Categories
เสียง

วิธีการ ใส่ เสียง ใน วีดีโอ CANVA ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก

ใส่ เสียง ใน วีดีโอ

เสียง เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญของวิดีโอ ซึ่งการ ใส่ เสียง ใน วีดีโอ นั้นถือได้ว่าเป็นกระบวนการที่ค่อนข้างมีความซับซ้อน เพราะไม่ว่าภาพในวิดีโอของคุณจะมีประสิทธิภาพดีแค่ไหน แต่หากเสียงประกอบในวิดีโอไม่มีคุณภาพและไม่มีความเหมาะสม มันก็อาจจะทำให้วิดีโอของคุณดูไม่มีความเป็นมืออาชีพและไม่สมบูรณ์แบบได้ ดังนั้น วันนี้เราจึงจะมาสอนวิธีการ ใส่ เสียงในวีดีโอ ของคุณ บนแพลตฟอร์ม CANVA ง่าย ๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน ซึ่งจะเป็นอย่างไรบ้างนั้น มาติดตามไปพร้อม ๆ กันเลย 

วิธีการ ใส่ เสียง ใน วีดีโอ CANVA ง่าย ๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน 

เปลี่ยนรูปแบบการนำเสนองานสุดน่าเบื่อให้กลายเป็นวิดีโอนำเสนองานที่สร้างสรรค์และน่าสนใจ ด้วยการ ใส่เสียงในวีดีโอ บน CANVA แพลตฟอร์มสำหรับออกแบบกราฟิกและสร้างวิดีโอสั้น ๆ ในการนำเสนองาน เพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับวิดีโอของคุณ ซึ่งการ ใส่เสียงในวิดีโอ CANVA เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ช่วยให้คุณสามารถ ใส่เสียงพูดในวีดีโอ หรือใส่เสียงเพลงและเอฟเฟ็กต์เสียงในวีดีโอของคุณได้อย่างรวดเร็ว 

CANVA ถือเป็นอีกหนึ่ง โปรแกรมใส่เสียงในวิดีโอ ออนไลน์ที่ใช้งานง่ายและประหยัดเวลาอีกด้วย โดยคุณสามารถเพิ่มแทร็กเสียงและเอฟเฟ็กต์เสียงในวิดีโอได้ง่าย ๆ เพียงแค่อัพโหลดไฟล์เสียงของคุณลงใน CANVA แต่อย่าลืมว่าในในเวอร์ชั่นฟรีคุณสามารถอัพโหลดไฟล์เสียงได้สูงสุดถึง 5 GB เท่านั้น เมื่ออัพโหลดเรียบร้อยคุณก็สามารถใส่เสียงนั้นในวีดีโอของคุณได้เลย 

ขั้นตอนการอัพโหลดไฟล์เสียงและใส่เสียงในวีดีโอของคุณ

สำหรับขั้นตอนการ ใส่เสียงในวีดีโอ CANVA นั้น เป็นขั้นตอนที่ไม่ได้มีอะไรมากเลย เพียงแค่คุณต้องเตรียมไฟล์เสียงที่คุณต้องการใช้งานให้พร้อม จากนั้นก็ทำการ ใส่เสียงในวิดีโอ ออนไลน์ บนแพลตฟอร์ม CANVA ได้เลย โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. อัพโหลดไฟล์เสียงของคุณลงใน CANVA โดยไปที่แถบเครื่องมือตัดต่อ แล้วให้คลิกเลือกแท็บ อัพโหลด > อัพโหลดสื่อ 
  2. เลือกไฟล์เสียงที่คุณต้องการใส่ในวิดีโอ หรือคุณสามารถลากและวางไฟล์จากคอมพิวเตอร์ของคุณไปที่แท็บอัพโหลดได้เลย 
  3. เมื่อคุณต้องการใส่เสียงที่อัพโหลด คุณสามารถคลิกที่เลือกเสียงดังกล่าว
ใส่ เสียง ใน วีดีโอ
  1. นอกจากนี้คุณยังสามารถค้นหาแทร็กเสียงหรือเอฟเฟ็กต์เสียงจากแท็บ เสียง และเพิ่มลงไปในวิดีโอของคุณได้ โดยเลื่อนดูหมวดหมู่หรือใช้ แถบค้นหา แล้วคลิก ดูทั้งหมด 
ใส่ เสียง ใน วีดีโอ
  1. เมื่อคุณใส่เสียงในวิดีโอของคุณเรียบร้อยแล้ว คุณสามารถปรับระดับความดังและตัดแต่งคลิปแทร็กเสียงได้ โดยคุณจะเห็นแทร็กนั้นบนไทม์ไลน์ด้านล่างนี้
ใส่เสียงในวีดีโอ
  1. หลังจากที่คุณปรับระดับความดังและตัดแต่งคลิปแทร็กเสียงเรียบร้อยแล้ว ให้คลิกที่ไอคอน PLAY ที่อยู่ด้านบนเครื่องมือตัดต่อเพื่อดูตัวอย่างวิดีโอขอคุณก่อนที่จะดาวน์โหลด โดยคุณสามารถดาวน์โหลดเป็นวิดีโอ MP4 ได้

ผู้สนับสนุน: HILO-88 คาสิโนออนไลน์เว็บตรง บริการ ไฮโลไทย บาคาร่า สล็อต และอื่น ๆ อีกมากมาย รับรองความมั่นคง ปลอดภัย 100%

Categories
กราฟิก

แชร์เคล็ดลับ ออกแบบ ไดอารี่ แนวสร้างสรรค์ให้ดูสวยงาม

ออกแบบ ไดอารี่

หากพูดถึงการจดบันทึกราวเรื่องของตัวเอง หรือการเขียนไดอารี่ หลายคนอาจจะมองว่ามันเป็นการกระทำที่ไร้สาระ แต่ความจริงแล้วการเขียนการ ออกแบบ ไดอารี่ ของตัวเองนั้นมีประโยชน์มากมาย เพราะมันเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการบันทึกชีวิตประจำวัน ความคิด และความรู้สึกของคุณ นอกจากนี้การ ออกแบบไดอารี่ ยังทำให้คุณรู้สึกสนุกสนานและเพลิดเพลิน ช่วยลดความเครียดในแต่ละวันได้เป็นอย่างดี ดังนี้ วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับ ออกแบบไดอารี่ แนวสร้างสรรค์ให้ดูสวยงาม เหมาะกับการจดบันทึกและเก็บภาพความทรงจำ มาแนะนำทุกคน ซึ่งจะเป็นอย่างไรบ้างนั้น มาติดตามไปพร้อม ๆ กันเลย 

การ ออกแบบ ไดอารี่ แนวสร้างสรรค์ให้สวยงาม

คุณรู้หรือไม่? การออกแบบไดอารี่ ของตัวเอง และจดบันทึกราวเรื่องที่พบเจอในแต่ละวัน จะช่วยทำให้ความเครียดของคุณลดน้อยลง และช่วยปรับปรุงกระบวนการคิดของคุณให้ดีมากขึ้น ซึ่งในการเขียนไดอารี่นั้น เราไม่จำเป็นต้องเขียนบันทึกข้อความเพียงอย่างเดียว แต่เราสามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์ใน การออกแบบไดอารี่น่ารักๆ ทำเอง ได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการเขียนและการตกแต่ง เช่น การเลือกใช้สี การใส่รูปภาพ/การ์ตูน และการวาดภาพต่าง ๆ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะทำให้ ไดอารี่ ของเรา ดูสวยงามและมีความเป็นระเบียบ เมื่อได้ย้อนกลับมาอ่านก็จะมีความสุขทุกครั้ง

เคล็ดลับ ออกแบบไดอารี่ แนวสร้างสรรค์ด้วยตัวเอง 

เริ่มต้นด้วยการหาแรงบันดาลใจ
การ ออกแบบไดอารี่ ด้วยตัวเอง หากเรายังไม่มีไอเดียในการออกแบบ ให้ลองค้นหา ตัวอย่างไดอารี่ ในโลกออนไลน์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการออกแบบไดอารี่ ซึ่งในปัจจุบันมีรูปแบบการออกแบบและตกแต่งไดอารี่หลากหลายสไตล์

การเพิ่มสีสันให้กับไดอารี่ของตัวเอง

การเพิ่มสีสันให้กับไดอารี่ด้วยการหยิบดินสอสีขึ้นมาวาดภาพ เพื่อปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ของคุณ และทำให้ความคิดใหม่ ๆ ไหลลื่น อีกทั้งการเติมสีสันให้กับไดอารี่ยังทำให้คุณสนุกสนานเป็นกับการเขียนไดอารี่อีกด้วย

การวาดภาพ หรือติดรูปภาพ

ในการ ออกแบบไดอารี่ สวยๆ เราไม่จำเป็นต้องจดบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรทั้งหมดก็ได้ เราสามารถวาดภาพการ์ตูน หรือติดรูปภาพจากนิตยสารหรือตั๋วจากกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงรูปภาพอะไรก็ได้ที่เราชื่นชอบ บางคนชอบการวาดรูปมากกว่าเขียนก็ ออกแบบไดอารี่ การ์ตูน โดยการเล่าเรื่องราวผ่านภาพวาดการ์ตูนแทนตัวอักษรก็ได้เช่นกัน

ออกแบบ ไดอารี่

การทำให้ไดอารี่ของเราโดดเด่น

การตกแต่งไดอารี่ด้วย สิ่งต่าง ๆ เช่น สี รูปแบบอักษร ขนาดข้อความ สติ๊กเกอร์ และเทปตกแต่ง เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้ไดอารี่ของเราดูโดดเด่นมากขึ้น แต่เราไม่จำเป็นต้องใช้ทั้งหมดก็ได้ ให้เลือกใช้แค่บางสิ่งที่เราชื่นชอบและรู้สึกว่าถ้าใส่สิ่งนี้ลงในไดอารี่ของเราแล้วมันต้องเจ๋งมากแน่ ๆ

เว็บพนันออนไลน์ เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ ที่ผู้ใช้นิยมมากที่สุด ฝากถอนอัตโนมัติ

Categories
เสียง

4 โปรแกรม ตัดต่อเสียง ใน WINDOWS 10 ฟรีที่ดีที่สุด

ตัดต่อเสียง

กระบวนการ ตัดต่อเสียง ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่ค่อนข้างท้าทายที่สุดในการสร้างสรรค์ผลงานเพลง และคลิปวิดีโอ ถึงแม้ว่ามันอาจจะดูไม่ค่อยซับซ้อนเท่าไร แต่ความจริงแล้วมันเป็นกระบวนการทำงานที่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับมือใหม่ โชคดีที่ทุกวันนี้ได้มีการสร้างและพัฒนาโปรแกรมสำหรับตัดต่อเสียง มากมาย ซึ่งในวันนี้เราก็จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับลักษณะของ โปรแกรมตัดต่อเสียง ที่ดี พร้อมกับแนะนำ 4 โปรแกรมตัดต่อเสียง บน WINDOWS 10 ฟรีที่ดีที่สุด ซึ่งจะมีโปรแกรมอะไรบ้าง? และแต่ละโปรแกรมดียังไง? มาติดตามไปพร้อม ๆ กันเลย

โปรแกรม ตัดต่อเสียง ที่ดีมีลักษณะอย่างไร?

โปรแกรมตัดต่อเสียง เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถแก้ไขและสร้างไฟล์เสียงได้ง่าย ๆ ด้วยเครื่องมือที่มีคุณสมบัติพิเศษมากมาย เช่น การผสมหรือลบส่วนเสียง การแก้ไขและจัดเรียงเสียงใหม่ รวมไปจนถึงการบันทึกและสร้างส่วนประกอบเสียงใหม่ ซึ่งในปัจจุบันมี โปรแกรมตัดต่อเสียง WINDOWS 10 ที่พร้อมให้บริการคุณมากมาย แต่คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าโปรแกรมตัดต่อเสียงฟรี ตัวไหนดีที่สุด? โดยทั่วไปโปรแกรมตัดต่อเสียงที่ดีที่สุดจะมาพร้อมกับคุณสมบัติมากมาย ดังนี้

  • การเครื่องมือสำหรับการตัดแต่งเสียง และการแยกไฟล์เสียง เพื่อช่วยให้คุณสามารถแก้ไขไฟล์เสียงและเตรียมเพลงหรือ MP3 ที่คุณเลือกได้อย่างรวดเร็ว 
  • บางโปรแกรมมีการนำเสนอเอฟเฟกต์เสียงมากมาย  
  • สามารถส่งออกไฟล์เสียงที่เสร็จสมบูรณ์แล้วได้หลายประเภท เช่น MP3, WAVE, WINDOWS MEDIA และ MPEG-4 เป็นต้น

4 โปรแกรมตัดต่อเสียง ใน WINDOWS 10 ฟรีที่ดีที่สุด 

ในปัจจุบันมีโปรแกรมตัดต่อเสียง ฟรีมากมาย ซึ่งโปรแกรมเหล่านี้จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการแก้ไขไฟล์เสียงสำหรับใช้ในเพลง ภาพยนตร์ และคลิปวิดีโอต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะมีโปรแกรมตัดต่อเสียงจำนวน แต่บางโปรแกรมก็มีฟังก์ชันการทำงานที่ค่อนข้างซับซ้อน และยุ่งยากสำหรับผู้เริ่มใช้งานครั้งแรก แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะเรามี 4 โปรแกรมตัดต่อเสียง WINDOWS 10 ฟรีที่ใช้งานง่ายที่สุด ดังนี้ 

AUDACITY

ตัดต่อเสียง

โปรแกรม ตัด ต่อ เสียง ใน WINDOWS 10 ฟรีที่หลายคนคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นมีซอฟต์แวร์แก้ไขเสียงข้ามแพลตฟอร์มที่ให้ใช้งานง่าย มีการบันทึกและแก้ไขเสียงแบบหลายแทร็กสำหรับแพลตฟอร์มหลักทั้งหมด (WINDOWS, LINUX เป็นต้น) รวมถึงมีความสามารถในการบันทึกเสียงสดโดยใช้ไมโครโฟนหรือมิกเซอร์ และยังสามารถแปลงการบันทึกจากสื่ออื่น ๆ เป็นเวอร์ชันดิจิทัลได้อีกด้วย

FL STUDIO

ตัดต่อเสียง

FL STUDIO เป็นโปรแกรมตัดต่อเสียงฟรีที่มีประสิทธิภาพสูงในหมวด DAW และยังมีฟังก์ชันต่าง ๆ มากมาย เช่น เปลี่ยนระดับเสียง การบันทึกแบบหลายแทร็ก เป็นต้น อีกทั้งยังมาพร้อมกับปลั๊กอินที่พร้อมใช้งานมากกว่า 80 รายการ รวมถึงการบีบอัด การจัดการตัวอย่าง และอื่น ๆ 

DVDVIDEOSOFT

โปรแกรมตัดต่อเสียง

DVDVIDEOSOFT มีเครื่องมือที่ใช้งานง่าย ซึ่งจะเน้นที่การลบส่วนของเสียงที่ไม่จำเป็นและแยกไฟล์เสียงเป็นหลัก มาพร้อมกับอินเทอร์เฟซที่เรียบง่าย แต่ตอบโจทย์การใช้งาน ด้วยการแสดงรูปคลื่นของแต่ละชิ้นส่วนเสียง และสามารถรองรับไฟล์ได้หลากหลาย เช่น MP2, MP3, WAV, AAC และอื่น ๆ 

AUDIO CUTTER

โปรแกรมตัดต่อเสียง

AUDIO CUTTER เป็นโปรแกรมตัดต่อเสียงฟรีที่สามารถแก้ไขไฟล์เสียงในเบราว์เซอร์ได้ รองรับไฟล์ได้ 300 รูปแบบ และยังมาพร้อมกับการตั้งค่าคุณภาพเสียง และคุณสมบัติต่าง ๆ เช่น เฟดอินและเฟดเอาต์ รวมถึงการดึงแทร็กเสียงออกจากวิดีโอ ตัดแทร็กเสียงด้วยการคลิกเพียงไม่กี่ครั้งโดยไม่ต้องติดตั้ง ทำให้คุณเข้าถึงไฟล์ได้เพียงครั้งเดียวที่อัปโหลด

สนับสนุนโดย : https://ufaball.bet

Categories
กราฟิก

แชร์ไอเดียตกแต่ง การ์ด วัน คริสต์มาส ง่ายๆ

การ์ด วัน คริสต์มาส ง่ายๆ

หากพูดถึงของขวัญวันคริสต์มาสยอดฮิต หลายคนคงจะนึกถึง การ์ด วัน คริสต์มาส ง่ายๆ ที่นิยมมอบให้แก่คนในครอบครัว และเพื่อนสนิท เพื่ออวยพรให้พวกเขาเจอแต่พบเจอแต่สิ่งดี ๆ เนื่องในวันคริสต์มาส หรือวันประสูติของพระเยซู โดยส่วนใหญ่การ์ดอวยพรวันคริสต์มาส มักจะประกอบด้วยคำอวยพรที่ดีและการตกแต่งที่สวยงาม เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ผู้รับ สำหรับใครที่กำลังมองหาไอเดียตกแต่งการ์ดอวยพรคริสต์มาสสวย ๆ น่ารัก ๆ วันนี้เราก็มีไอเดีย การ์ดวันคริสต์มาส ง่ายๆ ให้ผู้รับประทับใจ มาแนะนำทุกคน ซึ่งจะเป็นอย่างไรบ้างนั้น มาติดตามไปพร้อม ๆ กันเลย 

การ์ด วัน คริสต์มาส ง่ายๆ มีอะไรบ้าง?

โดยปกติ การ์ดวันคริสต์มาส ง่าย ๆ จะเป็นการ์ดอวยพร เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลคริสต์มาส และคำอวยพรต่าง ๆ ของเทศกาลวันหยุดระหว่างผู้คน แต่เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ผู้รับตั้งแต่แรกเห็น จึงได้มีการตกแต่ง การ์ดวันคริสต์มาสสวยๆ โดยส่วนใหญ่สไตล์การ ออกแบบการ์ดวันคริสต์มาส ง่ายๆ มักจะสื่อถึงเทศกาลคริสต์มาสโดยเฉพาะ เช่น การแสดงความรู้สึกทางศาสนา หรือมีบทกวี คำอธิษฐาน เนื้อเพลงคริสต์มาสหรือข้อพระคัมภีร์ และส่วนอื่น ๆ ที่จะเน้นไปในทางของการเฉลิมฉลองเทศกาลวันหยุดทั่วไป 

ไอเดียการ์ดอวยพรวันคริสต์มาส แนวสร้างสรรค์ สวยงาม 

การส่งการ์ดอวยพรวันคริสต์มาสให้ครอบครัวและเพื่อนสนิทของคุณจะไม่เชยอีกต่อไปด้วยไอเดียการทำ การ์ดวันคริสต์มาส ง่ายๆ ที่เราได้รวบรวมมาไว้ให้บทคาวมนี้ ซึ่งไอเดียเหล่านี้เป็น ตัวอย่างการ์ดวันคริสต์มาส แนวสร้างสร้าง สวยงาม ที่จะทำให้ผู้ส่งและผู้รับรู้สึกประทับใจตั้งแต่แรกเห็น 

การ์ดอวยพรวันคริสต์มาสพร้อมของขวัญ

การ์ด วัน คริสต์มาส ง่ายๆ

การ์ดอวยพรวันคริสต์มาสที่สามารถให้งานได้จริง โดยการนำออกแบบการ์ดให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับใส่ของขวัญ เช่น ลิปบาล์มทรงกลม หรือของขวัญชิ้นเล็กชิ้นน้อยก็ได้ 

การ์ดกระดาษพับรูป SNOWMAN

การ์ด วัน คริสต์มาส ง่ายๆ

สำหรับใครที่อยาก ทำ การ์ดวันคริสต์มาส น่ารัก ๆ แนะนำให้ลองตัดกระดาษเป็นรูป SNOWMAN แบบพับได้ให้มีขนาดพอดีกับซองจดหมาย และเขียนข้อความอวยพรที่ด้านใน นอกจากจะเป็นการ์ดคริสต์มาสได้แล้ว ยังสามารถใช้เป็นของตกแต่งบ้านสุดน่ารักได้อีกด้วย 

การ์ดกระดุม

การ์ดวันคริสต์มาส

เราเชื่อว่าทุกบ้านต้องมีกระดุมเก่า ๆ ซึ่งในการทำการ์ดอวยพรวันคริสต์มาสคุณสามารถนำกระดุมเหล่านั้นมาตกแต่งบนการ์ดได้ พร้อมกับวาดลวดลวยต่าง ๆ เพิ่มเติม ทำให้การ์ดคริสต์มาสของคุณดูเรียบง่ายและหรูหราสุด ๆ ยกตัวอย่างเช่น การสร้างตุ๊กตาหิมะด้วยกระดุม

การ์ดต้นคริสต์มาสน่ารัก ๆ

การ์ดวันคริสต์มาส

การ์ดต้นคริสต์มาสน่ารัก ๆ ในรูปด้านบน สามารถทำได้ง่าย ๆ จากเศษวอลล์เปเปอร์ กระดาษสี เศษกระดาษจากนิตยสารแฟชั่น หรือกระดาษลวดลายต่าง ๆ 

การ์ดซานตาคลอส

การ์ดวันคริสต์มาส

หากคุณกำลังมองหาการ์ดอวยพรวันคริสต์มาสสุดเจ๋ง ลองใช้การ์ดรูปซานตาคลอส โดยคุณต้องใช้กระดาษสีขาวในการตัดเป็นรูปหนวดเครา และแว่นตา แล้วนำไปติดไว้บนพื้นหลังสีแดงด้วยการทากาวหรือเทปสองหน้า

สนับสนุนโดย : https://hilospec.com/dummy/

Categories
กราฟิก

วิธีการ ออกแบบตัวอักษร ภาษาไทย-อังกฤษ ง่าย ๆ

ออกแบบตัวอักษร

นักออกแบบกราฟิกมืออาชีพคงทราบกันดีว่า การจะนำฟอนต์ตัวอักษรมาใช้งานได้นั้น นักออกแบบต้องได้รับการอนุญาตจากเจ้าของฟอนต์นั้น ๆ แต่ก็ยังมีนักออกแบบหลายคนนิยม ออกแบบตัวอักษร ภาษาไทย-อังกฤษไว้ใช้เอง หรือบางคนก็สร้างฟอนต์ตัวอักษร สำหรับขายให้กับผู้ที่ต้องการใช้ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งการสร้างฟอนต์นั้นเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาค่อนข้างและน่าเบื่อหน่าย แต่ต่อไปนี้การออกแบบตัวอักษร ของคุณจะกลายเป็นเรื่องง่าย ด้วยวิธีการ ออกแบบตัวอักษรภาษาไทย-อังกฤษ ง่าย ๆ ด้วยตัวเองในบทความนี้ ซึ่งจะมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง มาติดตามไปพร้อม ๆ กันเลย 

โปรแกรม ออกแบบตัวอักษร ภาษาไทย-อังกฤษ ไว้ใช้เอง 

การออกแบบตัวอักษร ภาษาไทย-อังกฤษ ไว้ใช้เองนั้น เป็นเรื่องทางเทคนิคที่นักออกแบบลงมือทำใน โปรแกรมออกแบบตัวอักษร ซึ่งในปัจจุบันมีโปรแกรมฟรีสำหรับการ ออกแบบตัวอักษรศิลปะ มากมาย ยกตัวอย่างเช่น

  • PAINTFONT : โปรแกรมเปลี่ยนลายมือของคุณให้เป็นแบบฟอนต์อักษร
  • FONTSTRUCT : โปรแกรมสร้างแบบอักษรของคุณเองโดยใช้รูปทรงเรขาคณิต
  • METAFLOP : โปรแกรมปรับแต่งฟอนต์พื้นฐานโดยการปรับชุดพารามิเตอร์อย่างง่าย

สำหรับวันนี้เราจะพาทุกคนมาดูวิธีการ ออกแบบตัวอักษรสวย ๆ ไม่ซ้ำใคร ด้วยเครื่องมือฟรีที่มีให้เลือกใช้งานมากมาย อย่างไรก็ตาม ก่อนที่คุณจะเริ่มใช้เครื่องมือฟรีเหล่านี้ คุณต้องร่างแบบตัวอักษรภาษาไทย-อังกฤษของตัวเองก่อน และนี่คือ 6 วิธีการออกแบบตัวอักษร ภาษาไทย-อังกฤษ ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

6 วิธีการออกแบบตัวอักษรภาษาไทย-อังกฤษ ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง

  1. การร่างแบบตัวอักษรภาษาไทย-อังกฤษ
    ขั้นตอนแรกที่คุณต้องทำให้การออกแบบตัวอักษร ก็คือการ ออกแบบตัวอักษรไทย สวย ๆ กับ ออกแบบตัวอักษรอังกฤษสวย ๆ ด้วยการร่างแบบตัวอักษรของคุณ โดยต้องคำนึงถึง จุดประสงค์ของการสร้างฟอนต์ ขนาดตัวอักษรขนาดใหญ่หรือเล็ก และแบบอักษรพื้นฐานเป็น SERIF หรือ SANS SERIF 
  2. เริ่มออกแบบบนกระดาษ
    การ ออกแบบตัวอักษรอังกฤษ และไทย บนกระดาษนั้นง่ายและรวดเร็วกว่าการออกแบบในคอมพิวเตอร์ ซึ่งในการเริ่มออกแบบนั้น คุณทำเครื่องหมายเส้นฐานและเส้นความสูงที่สำคัญต่าง ๆ และที่สำคัญอย่าลืมดูแบบตัวอักษรอื่น ๆ เพื่อดูว่ารูปร่างซ้ำกันหรือไม่?
ออกแบบตัวอักษร
  1. เลือกและติดตั้ง โปรแกรมออกแบบตัวอักษร
    จากข้างต้นแสดงให้เห็นว่าในปัจจุบันมีโปรแกรมออกแบบตัวอักษรฟรีให้คุณได้เลือกใช้งานมากมาย ซึ่งโปรแกรมเหล่านั้นจะช่วยทำให้การสร้างฟอนต์ตัวอักษรของคุณเป็นเรื่องที่สะดวกสบาย และใช้งานง่าย ด้วยฟังก์ชันที่ครบครันมากมาย เช่น FONTSTRUCT, PAINTFONT และ METAFLOP เป็นต้น 
  2. เริ่มสร้างฟอนต์ตัวอักษรของคุณ
    เมื่อคุณติดตั้งโปรแกรมออกแบบตัวอักษรแล้ว คุณก็สามารถเริ่มสร้างฟอนต์ตัวอักษรได้ง่าย ๆ โดยการอัปโหลดรูปภาพอัปโหลดรูปภาพตัวอักษรบนกระดาษของคุณ หรืออัปโหลดไฟล์ฟอนต์เพื่อแก้ไขก็ได้ อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนนี้อาจต้องใช้เวลานานในการเริ่มต้น เพราะคุณต้องไปตศึกษาวิธีการใช้โปรแกรมออกแบบตัวอักษรนั้น แต่เพื่อให้การ ออกแบบตัวอักษรอังกฤษ ของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น นี่คือคำศัพท์บางส่วนที่คุณจำเป็นต้องรู้
ออกแบบตัวอักษร
  • GLYPH : ตัวอักษรแต่ละตัว
  • BASELINE : เส้นที่มองไม่เห็นด้านล่างแบบตัวอักษร
  • ASCENDER LINE : เส้นที่มองไม่เห็นที่จุดขึ้นเริ่มต้น
  • ASCENDER HEIGHT : ความสูงของเส้นขีดแนวตั้งขึ้นบนตัวอักษร เช่น “H” และ “K”
  • DESCENDER DEPTH : ความลึกของเส้นขีดแนวตั้งลงบนตัวอักษร เช่น “P” และ “Y” 
  • STEM : เส้นแนวตั้งหลักของตัวอักษรเช่น “F” และ “T”
  • BOWL : ส่วนปิดของตัวอักษรเช่น “B”, “D” และ “O”
  • BÉZIER CURVE : สูตรพาราเมตริกที่ใช้สร้างแบบจำลองเส้นโค้ง 
  1. การปรับแต่งฟอนต์ตัวอักษร
    สิ่งสำคัญต่อไป คือ คุณต้องพิจารณาว่าฟอนต์ตัวอักษรโดยรวมมีลักษณะอย่างไร? แล้วทำการปรับแต่งฟอนต์ตามความต้องการ เพื่อทำให้ฟอนต์ตัวอักษรของคุณสมบูรณ์แบบที่สุด 
  2. อัปโหลดแบบฟอนต์ตัวอักษรของคุณไปยัง WORDPRESS
    เมื่อคุณสร้างแบบฟอนต์ตัวอักษรของตัวเองได้แล้ว หากคุณต้องการใช้ฟอนต์ใน WORDPRESS ของคุณเอง คุณสามารถอัพโหลดได้หลากหลายวิธี เช่น วิธีการใช้ปลั๊กอินฟอนต์อย่าง USE ANY FONT หนึ่งในปลั๊กอินที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ในการอัพโหลดฟอนต์ลง WORDPRESS

สนับสนุนโดย

PAPERINDUSTRYMAG.COM

ออกแบบตัวอักษรศิลปะ

เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ เว็บบาคาร่าที่คนเล่นเยอะที่สุด เว็บพนันออนไลน์ ที่ดีที่สุด

Categories
เสียง

แนะนำ 5 เทคนิคตัดต่อเสียง ระดับมืออาชีพที่ไม่ควรพลาด

เทคนิคตัดต่อเสียง

เราเชื่อว่าหลายคนคงจะเคยรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งเมื่อได้รับชมวิดีโอระดับความคมชัดสูง แต่ได้ยินเสียงที่มีคุณภาพแย่มาก เนื่องจากเสียงในวิดีโอนั้นไม่ได้รับการประมวลผลจากโปรแกรมตัดต่อเสียง โดยทั่วไปนักตัดต่อวิดีโอมืออาชีพจะมีการใช้ เทคนิคการตัดต่อเสียง ต่าง ๆ ในโปรแกรมตัดต่อเสียงไม่ว่าจะเป็น การขยายเสียง การบีบอัดเสียง รวมไปจนถึงการลบเสียงรบกวน เพื่อปรับแต่งเสียงให้มีคุณภาพและฟังสบายหู ดังนั้น เราจึงได้รวบรวม 5 เทคนิคตัดต่อเสียง ระดับมืออาชีพมาแนะนำทุกคน ซึ่งจะมีเทคนิคอะไรบ้างนั้น สามารถติดตามได้ในบทความนี้เลย 

5 เทคนิคตัดต่อเสียง ที่นักตัดต่อวิดีโอมืออาชีพแนะนำ 

การเรียนรู้เทคนิคตัดต่อเสียง จากผู้ที่มีประสบการณ์หรือนักตัดต่อวิดีโอมืออาชีพนั้น ถือได้มีประโยชน์ต่อการสร้างสรรค์วิดีโอที่มีเสียงประกอบเป็นอย่างมาก เนื่องจาก เทคนิคการตัดต่อเสียง เหล่านี้ จะช่วยทำให้กระบวนการตัดต่อเสียงของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและยังทำให้คุณภาพเสียงในวิดีโอไพเราะและฟังสบายหู 

โดยทั่วไป การตัดต่อเสียงจะแบ่งออกเป็น 2 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ การบันทึกและการมิกซ์เสียง ซึ่งในปัจจุบันคุณสามารถการตัดต่อเสียงเหล่านี้ได้ง่าย ๆ ในโปรแกรมตัด ต่อ เสียง บันทึก ฟรี เช่น AUDACITY, AUDIOTOOL และ OCENAUDIO เป็นต้น และเพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้ฟังในขณะฟังเพลงหรือคลิปเสียงของคุณ เราขอแนะนำ 5เทคนิคตัดต่อเสียง ง่ายๆ ที่นักตัดต่อวิดีโอมืออาชีพแนะนำ ดังนี้

1. การขยายเสียง เพื่อเพิ่มระดับเสียงตลอดทั้งแทร็กเสียง

เทคนิคตัดต่อเสียง

การขยายเสียง คือ การเพิ่มระดับเสียงให้ผู้ฟังได้ยินได้อย่างชันเจน ซึ่งเทคนิคตัดต่อเสียงนี้มักจะถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มเสียงที่บันทึกไว้ โปรแกรม ตัด ต่อ เสียงบันทึก บางโปรแกรม คุณสามารถคลิกปุ่มเพื่อเพิ่มระดับเสียงได้โดยตรงตลอดทั้งคลิปเสียง ในขณะที่ในบางโปรแกรม คุณต้องป้อนค่าเดซิเบลลที่ต้องการด้วยตนเอง และอย่าลืมว่า การขยายเสียงสามารถสร้างหรือทำลายคุณภาพของคลิปเสียงได้ หากคุณขยายระดับเสียงเกิน 0DB มากเกินไป 

2. การบีบอัดเสียง เพื่อเปลี่ยนไดนามิกของระดับเสียงในแทร็กเสียง

เทคนิคตัดต่อเสียง

สำหรับเทคนิคตัดต่อเสียงด้วย การบีบอัดเสียง จะช่วยทำให้คลิปเสียงของคุณมีความสมดุลมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น คุณบันทึกเสียงตัวเองร้องเพลง แต่ในคลิปเสียงนั้นมีทั้งช่วงที่เสียงดังและช่วงที่เสียงเบา ซึ่งมันอาจทำให้ผู้ฟังระคายเคืองหูและเสียสมาธิ แต่คุณสามารถแก้ปัญหานี้ได้ด้วยการใช้ฟังก์ชันคอมเพรสเซอร์ที่มักพบในโปรแกรมตัดต่อเสียง ฟังก์ชันนี้จะช่วยลดความแตกต่างของระดับเสียงระหว่างส่วนที่ดังและส่วนที่เงียบในเพลง

3. EQUALIZATION เพื่อจัดการคลื่นความถี่ของแทร็กเสียง 

เทคนิคตัดต่อเสียงEQUALIZATION หรือ อีควอไลเซอร์ เป็นการ ตัดต่อเสียงบันทึก ด้วยการปรับเปลี่ยนช่วงความถี่เสียงระหว่าง 20-20K HZ ช่วยปรับระดับความดังของย่านเสียงย่านต่างๆ เพื่อให้ผู้ฟังได้ยินเสียงอย่างที่เราต้องการ ซึ่ง EQUALIZATION มี 3 หน้าที่หลัก ดังนี้

  • LOW CUT : เพื่อลบเสียงความถี่ต่ำกว่า 400HZ
  • HIGH CUT : เพื่อลบเสียงที่สูงกว่า 2K HZ
  • BELL BOOST : เพื่อปรับปรุงส่วนใดส่วนหนึ่งของความถี่ระหว่าง 20 – 20KHZ 

4. การจำกัดระดับเสียงของคลิปเสียงตามค่าอินพุต

ตัดต่อเสียง

เมื่อคุณ แก้ไขเสียง ในโปรแกรมตัดต่อเสียง แล้วพบว่าระดับเสียงสูงกว่า 0DB คุณสามารถใช้ LIMITER เพื่อขจัดความผิดเพี้ยนของเสียงได้ ซึ่งเทคนิคตัดต่อเสียงนี้จะช่วยเพิ่มระดับเสียงโดยไม่บิดเบือนคลิปเสียง และเป็นกระบวนการสุดท้ายในการแก้ไขเสียง

5. NORMALIZATION เพื่อค่อย ๆ เพิ่มระดับเสียงตลอดทั้งแทร็กเสียง 

เทคนิคตัดต่อเสียงให้เป็นมาตรฐานนั้น จะถูกใช้เมื่อเสียงมีช่องว่างต่ำกว่าเครื่องหมาย 0DB เพื่อเพิ่มระดับเสียงเช่นเดียวกับการขยายเสียง แต่จะทำการเปลี่ยนแปลงทีละน้อยและขึ้นอยู่กับระดับเสียงสูงสุดที่พบในคลิปเสียงด้วย อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าโปรแกรม ตัดต่อเสียงฟรี ในปัจจุบันจะสามารถขยายเสียงได้ดี แต่ NORMALIZATION จะช่วยทำให้คุณสามารถควบคุมการขยายเสียงได้มากยิ่งขึ้น

เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ เว็บบาคาร่าที่คนเล่นเยอะที่สุด  เว็บพนันออนไลน์ ที่ดีที่สุด