Categories
กราฟิก

วิธีการออกแบบโลโก้ด้วยตัวเองง่าย ๆ ที่ใครๆก็ทำได้

คุณรู้หรือไม่? สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้คนจดจำภาพสินค้าหรือแบรนด์ของคุณได้นั้น คือโลโก้ เนื่องจากโลโก้เป็นภาพที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดบนผลิตภัณฑ์สินค้า ซึ่งคุณสามารถ ออกแบบโลโก้ด้วยตัวเอง ได้ง่าย ๆ โดยทั่วไปโลโก้เปรียบเสมือนองค์ประกอบหลักที่ถูกกำหนดให้เป็นภาพลักษณ์ของธุรกิจทั้งองค์กรขนาดใหญ่และองค์กรขนาดเล็ก

โดยเป้าหมายของการ ออกแบบโลโก้ด้วยตัวเอง ก็คือการสร้างสรรค์สัญลักษณ์ที่ช่วยทำให้แบรนด์ของคุณถูกยกระดับอีกขั้น ทำให้เป็นที่จดจำและดึงดูดความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย เช่น โลโก้นกสีฟ้าของ TWITTER และโลโก้แอปเปิ้ลที่ถูกกินไปแล้วหนึ่งคำของ APPLE แน่นอนว่าโลโก้เหล่านี้ได้ใช้เทคนิคการออกแบบกราฟิกที่สร้างสรรค์จึงทำให้มันกลายเป็นโลโก้ที่ดูดีและทั่วโลกจดจำได้ 

ออกแบบโลโก้ด้วยตัวเอง

ในปัจจุบันมีบริษัทที่รับจ้างออกแบบโลโก้ สำหรับใครที่มีธุรกิจเป็นของตัวเอง หรือกำลังคิดที่จะสร้างแบรนด์สินค้า แต่หากคุณมีงบจำกัด คุณสามารถ ออกแบบโลโก้ด้วยตัวเอง ง่าย ๆ ด้วยเทคนิคที่เราได้นำมาแนะนำกันในบทความนี้ ซึ่งจะเป็นอย่างไรบ้างนั้น สามารถติดตามได้ในบทความนี้เลยค่ะ 

5 ขั้นตอนการออกแบบโลโก้ด้วยตัวเองง่าย ๆ 

ออกแบบโลโก้ด้วยตัวเอง

ในโลกของการแข่งขันในปัจจุบัน ต้องยอมรับเลยว่าโลโก้เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมใหม่ ที่นักออกแบบโลโก้จะต้องมีวิธีการ ออกแบบโลโก้ด้วยตัวเอง แบบคิดนอกกรอบและใช้ วิธีออกแบบโลโก้ ใหม่ ๆ เพื่อสร้างผลงานการออกโลโก้ที่สมบูรณ์แบบที่สุด 

ออกแบบโลโก้ด้วยตัวเอง

หากคุณต้องการที่จะ ออกแบบ LOGO เอง เราขอแนะนำให้เลือกใช้ วิธีออกแบบโลโก้ด้วยตัวเอง แบบสมัยใหม่ควบคู่กับเทคนิคการออกแบบโลโก้ในปัจจุบัน โดยทั่วไปการ ออกแบบโลโก้ด้วยตัวเอง ง่าย ๆ สามารถเริ่มต้นได้ด้วย วิธีสร้างโลโก้ด้วยตัวเอง โดยมีทั้งหมด 5 ขั้นตอนพื้นฐาน ดังนี้ 

ขั้นตอนที่ 1 การรู้จักแบรนด์ของตัวเอง

ออกแบบโลโก้ด้วยตัวเอง

ขั้นแรกของการ ออกแบบโลโก้ด้วยตัวเอง นั้นก็คือการทำความเข้าใจว่าแบรนด์ต้องการจะสื่อถึงอะไร และเป้าหมายของธุรกิจเป็นอย่างไร ซึ่งนี่แสดงให้เห็นว่าโลโก้นั้นเปรียบเสมือนตัวแทนของธุรกิจ ดังนั้น วิธีสร้างโลโก้ด้วยตัวเอง จะง่ายมากขึ้น หากคุณรู้ก่อนว่าแบรนด์ตั้งเป้าสร้างความประทับใจในรูปแบบใด เพียงตั้งคำถามทั่วไป ได้แก่ 

  • ทำไมถึงต้องการออกแบบโลโก้? คุณกำลังพยายามแก้ปัญหาอะไร?
  • คุณจะใช้คำคุณศัพท์อะไรอธิบายแบรนด์ของคุณ?
  • ชื่อเสียงแบรนด์ของคุณคืออะไร? 
  • ปัจจัยที่สำคัญต่อแบรนด์ของคุณ
  • เอกลักษณ์แบรนด์ของคุณคืออะไร?
  • คุณต้องการใช้ลูกค้าพูดถึงแบรนด์ของคุณอย่างไร? 

ขั้นตอนที่ 2 การวิเคราะห์ตลาดคู่แข่งขัน

ออกแบบโลโก้ด้วยตัวเอง

ไม่มีธุรกิจไหนที่สามารถลอยตัวอยู่ได้ เนื่องจากทุกบริษัทต้องแข่งขันกับมาตรฐานอุตสาหกรรมของตนเอง ดังนั้นขั้นตอนต่อไปที่สำคัญของการ ออกแบบโลโก้ด้วยตัวเอง ก็คือการวิเคราะห์การออกแบบโลโก้บริษัทคู่แข่ง โดยมีหลักการ วิเคราะห์โลโก้ คู่แข่งในอุตสาหกรรมของคุณ ดังนี้

  • ลักษณะของโลโก้แบบไหนที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ เช่น สีของแบรนด์หรือรูปทรงของโลโก้
  • โลโก้แบบไหนที่ถูกใช้เยอะจนไม่มีความเป็นออริจินัล
  • โลโก้แบบไหนที่ไม่มีจุดที่โดดเด่น
  • กลุ่มลูกค้าที่เป็นเป้าหมายของคู่แข่ง

ขั้นตอนที่ 3 การวิเคราะห์ตำแหน่งที่จะใช้โลโก้

ออกแบบโลโก้ด้วยตัวเอง

ขั้นตอนต่อไปสำหรับการ ออกแบบโลโก้ด้วยตัวเอง ก็คือการวิเคราะห์ตำแหน่งที่จะใช้โลโก้ โดยการวางแผนล่วงหน้าไว้ว่าคุณจะนำโลโก้ไปใช้อย่างไรและใช้ที่ไหนบ้าง ซึ่ง งานออกแบบโลโก้ ที่ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คุณจะต้องรู้จักกำหนดรูปแบบของสี และรูปร่างของโลโก้ โดยลักษณะและรายละเอียดของโลโก้จะต้องเข้ากันได้กับตำแหน่งหรือสภาพแวดล้อม ตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการให้โลโก้ของคุณอยู่บนป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ คุณจะต้องออกแบบโลโก้ที่มีรายละเอียดสูงและมีขนาดใหญ่ขึ้น หรือหากคุณต้องการวางโลโก้ไว้ที่มุมของแอพบนมือถือ คุณควรเลือกใช้โลโก้แบบเรียบง่ายและมีขนาดเล็ก 

ขั้นตอนที่ 4 การร่างรูปแบบของโลโก้ที่หลากหลาย 

ออกแบบโลโก้ด้วยตัวเอง

การ ออกแบบโลโก้ด้วยตัวเอง คุณควรออกแบบโลโก้หลาย ๆ แบบ เพื่อนำไปคัดเลือกโลโก้ที่ดีที่สุด ซึ่งก่อนที่คุณจะเริ่มสร้างโลโก้ใน โปรแกรมออกแบบโลโก้ คุณควรเริ่มต้นร่างไอเดียลงบนกระดาษก่อน การร่างแบบภาพโลโก้ไว้ก่อนนั้นจะช่วยทำให้การสร้างโลโก้ของคุณในโปรแกรมออกแบบนั้นง่ายขึ้นและรวดเร็วอีกด้วย 

ซึ่งการร่างแบบภาพโลโก้มากมาย จะช่วยทำให้คุณสามารถสร้างสรรค์ผลงานให้ออกมาดียิ่งขึ้นและทำให้คุณได้เห็นถึงโลโก้ที่สามารถใช้งานได้และโลโก้ที่ไม่สามารถใช้งานได้ คุณสามารถจับคู่องค์ประกอบต่าง ๆ ของโลโก้อื่น ๆ ให้เข้ากันได้ หรือจนกว่าคุณจะเลือกชุดโลโก้ที่สมบูรณ์แบบ 

ขั้นตอนที่ 5 การสร้างโลโก้ด้วยโปรแกรมออกแบบเวกเตอร์

ออกแบบโลโก้ด้วยตัวเอง

หลังจากที่คุณได้ทำการ ออกแบบโลโก้ด้วยตัวเอง โดยการสเก็ตช์ภาพโลโก้หลาย ๆ แบบ ซึ่งคุณควรเลือกรูปแบบของโลโก้ จากภาพสเก็ตช์ประมาณ 3 แบบมาสร้างใหม่ในโปรแกรมออกแบบเวกเตอร์ สำหรับใครที่ไม่รู้ว่า ออกแบบโลโก้ใช้โปรแกรมอะไร? เราขอแนะนำ โปรแกรมออกแบบโลโก้ AI หรือหากคุณต้องการรูปแบบ โลโก้เท่ ๆ ฟรี แนะนำให้ใช้เว็บไซต์ออกแบบออนไลน์ เช่น CANVAS, FOTOJET, VISME.CO เป็นต้น 

ขั้นตอนนี้เป็นกระบวนการ ออกแบบโลโก้ด้วยตัวเอง ที่ต้องใช้เทคนิคและความรู้เกี่ยวกับโปรแกรมที่ใช้ออกแบบ หากคุณไม่มีความรู้เกี่ยวกับการใช้โปรแกรมนั้น ๆ คุณสามารถจ้างบริษัทหรือฟรีแลนซ์ที่มีความเชี่ยวชาญให้สร้างโลโก้จากภาพสเก็ตช์โลโก้ของคุณได้ เมื่อโลโก้ของคุณเสร็จเรียบร้อย ก็ถึงเวลาส่งไฟล์ให้กับโรงพิมพ์ โดยทั่วไปคุณจะต้องส่งสิ่งเหล่านี้ให้กับโรงพิมพ์ ได้แก่

  • ไฟล์ VECTOR ต้นแบบเลเยอร์ เช่น AI
  • ไฟล์ EPS/PDF แบบเลเยอร์ (กรณีใช้โปรแกรมเวกเตอร์ ๆ)
  • ไฟล์ RASTER ความละเอียดสูงสำหรับเว็บ รวมถึง PNG ที่พื้นหลังโปร่งใส

อย่าลืมใส่รูปแบบพื้นฐานของโลโก้ด้วย เช่น สีล้วน สีดำ สีขาว และขาวดำ หากคุณใช้แบบตัวอักษรมาตรฐาน คุณควรฝังฟอนต์ในไฟล์ออกแบบโลโก้ด้วย มิฉะนั้น ฟอนต์ตัวอักษรจะเปลี่ยนบนคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้ติดตั้ง อย่างไรก็ตาม คุณควรตรวจสอบลิขสิทธิ์แบบอักษรตัวที่ใช้ด้วย สิ่งนี้จะทำให้คุณมั่นใจได้ว่าโลโก้ของคุณจะถูกใช้อย่างถูกต้องและใช้ได้นาน ๆ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของลูกค้าต่อวิสัยทัศน์แบรนด์ของคุณ

เพียงเท่านี้คุณก็จะได้โลโก้ที่ออกแบบเอง ซึ่งรายละเอียดแต่ละอย่างของโลโก้ ไม่ว่าจะเป็นสี ฟอนต์ ขนาด รูปร่าง และส่วนอื่น ๆ สามารถส่งต่อความประทับใจที่ลูกค้าได้รับ หรือหากโลโก้ของคุณยังไม่เป็นที่จดจำของลูกค้า แต่กระบวนการออกแบบโลโก้ที่มีประสิทธิภาพก็สามารถเพิ่มโอกาสที่ดีที่สุดในอนาคตที่จะวิสัยทัศน์แบรนด์ของคุณเป็นจริงได้

Categories
เทคนิค

แนะนำโปรแกรมปรับภาพให้ชัด เปลี่ยนเบลอให้คมชัดสุด ๆ ในพริบตาเดียว

คุณรู้หรือไม่? การปรับภาพถ่ายดิจิทัลด้วยการเพิ่มความคมชัดสามารถแก้ไขข้อผิดพลาดต่าง ๆ ของภาพถ่ายได้ไม่ว่าจะเป็นการเบลอจากการเคลื่อนไหว ความนุ่มนวลของเลนส์ และการสั่นของกล้อง ซึ่งแน่นอนว่าการ ปรับภาพให้ชัด ด้วยโปรแกรมแต่งรูปถือเป็นขั้นตอนพื้นฐานที่ช่างภาพทุกคนต้องรู้ โดยเครื่องมือต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับปรับความคมชัดจะช่วยลดความเบลอของภาพถ่ายไปพร้อม ๆ กับการปรับปรุงรายละเอียดเฉพาะ และการลดความหมองคล้ำให้กับภาพ 

ในปัจจุบันมีโปรแกรมที่สามารถ ปรับภาพให้ชัด สองประเภท นั่นคือ โปรแกรมสำหรับปรับความคมชัดของภาพถ่ายโดยเฉพาะ และโปรแกรมแต่งรูปภาพทั่วไปที่มีเครืองมือเพิ่มความคมชัด ซึ่งหากใครที่กำลังต้องการปรับภาพถ่ายให้คมชัด คุณสามารถเลือกใช้เครื่องมือจากโปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่งจากทั้งสองประเภทนี้ก็ได้ แต่ถ้าหากคุณไม่รู้ว่าจะใช้โปรแกรมอะไรดี? วันนี้เราก็มี 7 โปรแกรมที่ยอดเยี่ยมสำหรับการปรับภาพให้ชัดมาแนะนำทุกคน ซึ่งจะมีโปรแกรมอะไรบ้างนั้น สามารถติดตามได้ในบทความนี้เลยค่ะ

ปรับภาพให้ชัด

7 โปรแกรมปรับภาพให้ชัดแบบง่ายที่ใคร ๆ ก็ทำได้

ปรับภาพให้ชัด

คุณเคยรู้รำคาญเวลาถ่ายรูปแล้วภาพถ่ายดูเบลอหรือไม่? ซึ่งคุณสามารถแก้ไขข้อผิดพลาดนี้ได้โดยวิธีการ ปรับภาพให้ชัด ด้วยเครื่องมือจาก โปรแกรมปรับภาพเบลอให้ชัด หรือโปรแกรมแต่งรูปทั่วไป การปรับความคมชัดของภาพถ่ายนั้นเป็นขั้นตอนการแก้ไขภาพถ่ายที่ไม่อยู่ในจุดโฟกัส และแก้ไขความเสียของภาพถ่ายจากการสั่นของกล้องหรือความเบลอจากการเคลื่อนไหว 

อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการ ปรับภาพให้ชัด ในโปรแกรมแต่งรูปมักจำเป็นต้องใช้ เทคนิคปรับภาพให้ชัด บางประการที่ช่างภาพทุกคนควรรู้ ซึ่งเทคนิคการปรับภาพให้ชัดของแต่ละโปรแกรมนั้นก็จะแตกต่างกันไป ดังนั้นเราจึงได้รวบรวม 7 โปรแกรมที่สามารถช่วยให้คุณปรับภาพให้คมชัดได้ง่าย ๆ ดังนี้

โปรแกรมแต่งรูป LUMINAR 4

เริ่มกันที่โปรแกรม ปรับภาพให้ชัด อย่าง LUMINAR 4 เป็นโปรแกรมแต่งรูปที่มีเครื่องมือเจ๋ง ๆ มากมาย และหนึ่งในนั้นคือเครื่องมือ เพิ่มความชัดของภาพ ด้วยฟีเจอร์และเอฟเฟกต์ โดย LUMINAR 4 มี วิธีปรับภาพให้ชัด อย่างน้อย 3 วิธี ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดที่ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ นั่นก็คือวิธีสุดคลาสสิกอย่างการใช้ฟีเจอร์ SHARPENING ที่ช่วยเพิ่มความคมชัดของขอบรูปภาพ อีกทั้งยังมีฟิเจอร์อื่น ๆ ที่มีประโยชน์อีกมากมาย 

ปรับภาพให้ชัด

โปรแกรม LUMINAR 4 เป็นโปรแกรมเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ช่วยปรับปรุงรายละเอียดของภาพถ่ายและเพิ่มความคมชัดได้โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้คุณยังสามารถปรับเปลี่ยนความคมชัดได้ด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม โปรแกรมนี้สามารถใช้งานได้บน WINDOWS และ MAC เป็นโปรแกรมเสียเงินซื้อในราคาเริ่มประมาณ 1,680 บาท

โปรแกรมแต่งรูป UNSHAKE 

มาต่อกันที่โปรแกรม ปรับภาพให้ชัด ฟรีอย่าง UNSHAKE เป็นโปรแกรมสำหรับปรับความคมชัดของภาพโดยเฉพาะ เป็นโปรแกรมที่ใช้งานและค่อนข้างไม่ซับซ้อน สามารถช่วยให้คุณ ปรับรูปให้ชัด ได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพที่ยอดเยี่อม โดย UNSHAKE ทำงานได้ดีสำหรับรูปภาพเว็บไซต์ที่มีความละเอียดต่ำและมีการประมวลผลแบบกลุ่ม แต่ต้องใช้เวลาสักครู่ในการประมวลผลภาพขนาดใหญ่ โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ต้องการใช้เครื่องมือง่าย ๆ และสามารถใช้งานได้บน WINDOWS, MAC และ LINUX 

ปรับภาพให้ชัด

โปรแกรมแต่งรูป MOVAVI PHOTO EDITOR

โปรแกรม ปรับภาพให้ชัด ด้วยฟังก์ชัน AI อย่าง MOVAVI PHOTO EDITOR เป็นโปรแกรมแต่งรูปที่ซับซ้อนพร้อมกับฟังก์ชัน AI ที่ช่วยเพิ่มรายละเอียดและ ปรับความชัดของรูป ได้อย่างอัจฉริยะ อีกทั้งยังสามารถปรับปรุงพื้นที่เฉพาะของรูปภาพได้ รวมถึงพื้นที่คุณภาพต่ำหรือเปลี่ยนแปลงสีของวัตถุ 

นอกจากนี้โปรแกรมแต่งรูป MOVAVI PHOTO EDITOR ยังมีฟีเจอร์อื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ฟีเจอร์การปรับสีและคอนทราสต์ ตลอดจนการลบวัตถุที่ไม่ต้องการในรูปภาพออก และมีเครื่องมือสำหรับกู้คืนรูปภาพเก่า โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับช่างภาพมือสมัครเล่นและคนทั่วไป เป็นโปรแกรมเสียเงินซื้อราคาเริ่มต้นประมาณ 1,000 บาทต่อปี และสามารถใช้งานได้บน WINDOWS และ MAC 

โปรแกรมแต่งรูป GIMP 

อีกหนึ่งโปรแกรม ปรับภาพให้ชัด ฟรี GIMP เป็นโปรแกรมแต่งรูปแบบโอเพนซอร์ส (OPEN SOURCE) ที่มีคุณสมบัติคล้ายกับโปรแกรม PHOTOSHOP ซึ่งโปรแกรมนี้มีเครื่องมือปรับแต่งรูปภาพที่ยอดเยี่ยม พร้อมกับองค์ประกอบสำหรับการออกแบบกราฟิก และเครื่องมือที่จำเป็นต่อการสร้างงานศิลปะ หากคุณรู้วิธี การปรับความคมชัดของภาพ ใน PHOTOSHOP แล้ว คุณจะไม่มีปัญหาในการใช้โปรแกรม GIMP เลย 

ปรับภาพให้ชัด

ในการปรับความคมชัดของรูปภาพโปรแกรม GIMP จะมีตัวกรองที่มีชื่อว่า SHARPAN พร้อมกับพารามิเตอร์สามตัว (RADIUS, AMOUNT และ THRESHOLD) และตัวกรอง HIGH PASS ซึ่งมีขั้นตอนการปรับภาพให้คมชัดคล้ายกับ PHOTOSHOP โดยการใช้เลเยอร์และมาสก์ในการปรับสี คอนทราสต์ และโทนสี GIMP เป็นโปรแกรมฟรีที่สามารถใช้งานได้บน WINDOWS, MAC และ LINUX

โปรแกรมแต่งรูป FOCUS MAGIC

โปรแกรม ปรับภาพให้ชัด อย่าง FOCUS MAGIC เป็นโปรแกรมร์เพิ่มความคมชัดของรูปภาพโดยเฉพาะ ด้วยการใช้เทคโนโลยี DECONVOLUTION ด้านนิติวิทยาศาสตร์ขั้นสูงสำหรับการแก้ไขภาพเบลอให้ชัด แต่ขอแนะนำให้ใช้แก้ไขกับรูปภาพที่ไม่อยู่ในโฟกัส ภาพไม่ชัด และภาพเก่า โปรแกรมนี้สามารถจัดการกับปัญหาของภาพที่เบลอและปัญหากล้องสั่นได้ดี นอกจากนี้ FOCUS MAGIC ยังถือเป็นเครื่องมือเหลาภาพที่มีประสิทธิยอดเยี่ยมที่ถูกใช้โดยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย กองทัพ หน่วยข่าวกรอง NASA และองค์กรขนาดใหญ่

โปรแกรมแต่งรูป LIGHTROOM

อีกหนึ่งโปรแกรม ปรับภาพให้ชัด ที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้อย่าง LIGHTROOM เป็นโปรแกรมแต่งรูปยอดนิยมที่สามารถปรับความคมชัดของภาพได้ โดยโปรแกรมนี้สามารถเปลี่ยนโฟกัสและปรับรูปภาพของคุณให้คมชัดมากยิ่งขึ้นได้ แถมยังช่วยเน้นวัตถุหรือลดความผิดเพี้ยนในรูปภาพได้ด้วยเครื่องมือการลดนอยส์ สำหรับ การปรับภาพให้ชัด LIGHTROOM สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยสุดยอดเครื่องมืออย่าง ADJUSTMENT BRUSH ที่สามารถปรับแต่งรูปภาพเฉพาะจุด ตั้งแต่แต่งสี ปรับแสงสี หรือทำให้ภาพบางส่วนที่เบลอให้คมชัดมากขึ้น 

ปรับภาพให้ชัด

นอกจากนี้โปรแกรม LIGHTROOM ยังมีเครื่องมือการตั้งค่าที่ล้ำสมัยสำหรับการปรับแต่งรูปภาพ พร้อมกับฟิลเตอร์อีกมากมายที่ช่วยทำให้รูปภาพของคุณสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น LIGHTROOM เป็นโปรแกรมเสียเงินซื้อในราคาเริ่มต้น 380.92 บาทต่อเดือน และสามารถใช้งานได้บน WINDOWS และ MAC 

โปรแกรมแต่งรูป PHOTOSHOP

สุดท้ายอีกหนึ่งโปรแกรม ปรับภาพให้ชัด ที่ช่างภาพทุกคนต้องเคยใช้อย่าง PHOTOSHOP เป็นโปรแกรมแต่งรูปที่มีเครื่องมือสำหรับเพิ่มความคมชัดที่หลากหลาย อย่างเช่นเครื่องมือ AI SMART SHARPEN เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ดีที่สุดสำหรับการปรับความคมชัดโดยอัตโนมัติ โดยใช้เทคโนโลยี AI เพื่อทำให้ภาพถ่ายของคุณนั้นมีความคมชัดขึ้นโดยอัตโนมัติ

ปรับภาพให้ชัด

 เมื่อคุณเปิดใช้งาน เครื่องมือนี้จะปรับใช้ตัวกรองทันที คุณจึงสามารถดูตัวอย่างภาพได้อย่างรวดเร็ว หากคุณรู้สึกว่าความคมชัดมันมากเกินไปก็สามารถเปลี่ยนพารามิเตอร์ได้อย่างง่ายดาย PHOTOSHOP เป็นโปรแกรมเสียเงินซื้อในราคาเริ่มต้น 800.36 บาทต่อเดือน และสามารถใช้งานได้ ในคอม ทั้งWINDOWS และ MAC 

ผู้สนับสนุน:

sagame บาคาร่า เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ เครดิตฟรี

Categories
มือใหม่

แนะนำเคล็ดลับถ่ายวิดีโอยังไงให้ดูเป็นมืออาชีพและน่าสนใจ ยอดไลค์กระจาย

หากคุณประกอบอาชีพผู้ผลิตสื่อวิดีโอ คุณคงจะทราบดีว่าการ ถ่ายวิดีโอ ให้สวยงามและน่าสนใจนั้นเป็นเรื่องยากมาก เพราะการถ่ายวิดีโอให้ดูสวยงามและดูมีความเป็นมืออาชีพนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการใช้อุปกรณ์ถ่ายวิดีโอราคาแพงเท่านั้น แต่มันต้องอาศัยองค์ประกอบที่สำคัญหลายอย่าง เช่น มุมกล้อง แสง สี เสียง การตั้งค่ากล้อง และปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมาย 

ถ่ายวิดีโอ

ผู้ผลิตวิดีโอที่ดีทุกคนจำเป็นต้องใส่ใจในรายละเอียดขององค์ประกอบเหล่านี้ รวมไปจนถึงการเรียนรู้เกี่ยวกับเคล็ดลับการ ถ่ายวิดีโอ ให้ดูสวยงามและน่าสนใจ เนื่องจากเคล็ดลับการถ่ายวิดีโอนั้นมีประโยชน์อย่างมากในการช่วยทำให้วิดีโอของคุณนั้นสมบูรณ์แบบและทำให้กระบวนการถ่ายวิดีโอของคุณง่ายยิ่งขึ้น ดังนั้นวันนี้เราจึงได้รวบรวมเคล็ดลับถ่ายวิดีโอยังไงให้ดูเป็นมืออาชีพและน่าสนใจมาแนะนำทุกคน เรารับรองได้เลยว่าเคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยทำให้ยอดวิวและยอดไลค์ของวิดีโอคุณพุ่งกระฉูดแน่นอนค่ะ แต่จะมีเคล็ดลับอะไรบ้างนั้น ติดตามได้ในบทความนี้เลยค่ะ 

เคล็ดลับถ่ายวิดีโอยังไงให้ดูมีความเป็นมืออาชีพและน่าสนใจ 

ถ่ายวิดีโอ

เราเชื่อว่าการ ถ่ายวิดีโอ ให้ดูสมบูรณ์แบบและดูมีความเป็นมืออาชีพนั้นเป็นเรื่องมากสำหรับมือใหม่ ซึ่งการถ่ายวิดีโอให้ดูสวยงามและน่าสนใจจำเป็นต้องใช้ทั้ง เทคนิคถ่ายวิดีโอ เพื่อช่วยทำให้ภาพในวิดีโอนั้นดูดีที่สุด และ เทคนิคมุมกล้องถ่ายวิดีโอ เพื่อช่วยทำให้ภาพในวิดีโอนั้นดูสวยงามและสามารถดึงดูดความสนใจของผู้รับชมได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้การเลือกใช้ โปรแกรมถ่ายวิดีโอ ที่ดีก็ยังมีส่วนทำให้การถ่ายวิดีโอของคุณนั้นเป็นเรื่องง่ายขึ้นอีกด้วย เนื่องจากโปรแกรมเหล่านั้นจะช่วยปรับปรุงคุณภาพของวิดีโอให้ดีขึ้น และนี่คือเคล็ดลับถ่ายวิดีโอให้ดูสวยงามและน่าสนใจที่ผู้ผลิตวิดีโออาชีพและมือใหม่ไม่ควรพลาด

การใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายวิดีโอ

ถ่ายวิดีโอ

ในปัจจุบันถือว่าโชคดีอย่างมากที่คุณได้อยู่ในยุคที่สามารถ ถ่ายวิดีโอ ได้ด้วยกล้องดิจิทัลคุณภาพสูง แต่กล้องบางตัวอาจจะมีราคาที่แพงเกินไปสำหรับมือใหม่ แต่ไม่เป็นไรค่ะ เพราะคุณสามารถใช้กล้อง ถ่ายวิดีโอด้วยโทรศัพท์ ได้ง่าย ๆ โดยพิจารณาจาก เทคนิคถ่ายวิดีโอ iPhone หรือ Android ของคุณ ดังนี้

  • เลือกใช้กล้องหลังจะทำให้การ ถ่ายวิดีโอ iPhone ชัดขึ้น และทำให้ได้ภาพที่มีสมบูรณ์แบบมากกว่ากล้องหน้า
  • การถ่ายวิดีโอในโหมดแนวนอนจะทำให้ได้ดูภาพมีมุมมองที่กว้างขึ้น
  • หากคุณมีงบประมาณ แนะนำให้ซื้อกล้องที่มีระบบกันสั่นหรือใช้ขาตั้งกล้องในการถ่ายวิดีโอ

การวางแผนสำหรับการถ่ายวิดีโอ

หากคุณกำลังจะ ถ่ายวิดีโอ เช่น ถ่ายวิดีโอสินค้า หรือ ถ่ายวิดีโอหนังสั้น คุณจะมีอิสระมากขึ้นในการวางแผนการวิดีโอแบบเต็มตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งหากคุณต้องการให้ทุกอย่างดูมีความเป็นมืออาชีพ เราขอแนะนำให้สร้าง Storyboard ของวิดีโอพร้อมภาพประกอบฉากต่าง ๆ ตามลำดับก่อน เนื่องจากการสร้าง Storyboard จะช่วยทำให้คุณเห็นภาพฟุตเทจสุดท้ายล่วงหน้าและรูปแบบของวิดีโอที่คุณต้องการ โดย Storyboard จะทำหน้าที่เป็นแนวทางระหว่างการถ่ายวิดีโอและการตัดต่อวิดีโอ แถมยังช่วยให้คุณสามารถกำหนดระยะเวลาในการถ่ายทำได้และช่วยทำให้ค้นหาสถานที่ที่คุณต้องการได้ง่ายขึ้น พร้อมกับการเตรียมกล้องที่เหมาะสมที่จะใช้สำหรับถ่ายทำได้อีกด้วย

การถ่ายวิดีโอที่มีแสงสว่างเพียงพอ

ถ่ายวิดีโอ

อีกหนึ่งเคล็ดลับที่สำคัญสำหรับการ ถ่ายวิดีโอ ให้สวยงามและดูเป็นมืออาชีพที่ไม่ว่าคุณจะทำการ ถ่ายวิดีโอด้วยมือถือ หรือกล้องดิจิทัลคุณภาพสูง ก็ไม่ควรมองข้ามสิ่งนี้ นั่นก็คือการจัดการกับแสงสว่างให้เพียงพอ โดยการกำหนดประเภทของไฟที่คุณต้องการและตำแหน่งที่คุณจะจัดวางไฟ เพื่อทำให้ผลลัพธ์ของภาพวิดีโอเป็นไปตามความต้องการของคุณ หรือหากคุณมีงบที่จำกัดแนะนำให้เลือกใช้แสงจากโคมไฟและดวงอาทิตย์

การตั้งค่าสมดุลแสงขาวของกล้อง

อีกหนึ่งความท้าทายของผู้ผลิตวิดีโอมืออาชีพหลายคนที่ต้องเจอ นั่นก็คือการแก้ไขอุณหภูมิและสีของภาพ ถ่ายวิดีโอ ซึ่งหากคุณใช้กล้องมากกว่าหนึ่งตัวก็จะสังเกตเห็นว่า กล้องแต่ละยี่ห้อหรือยี่ห้อเดียวกันมักจะมีอุณหภูมิสีเริ่มต้นที่แตกต่างกัน เช่น Sony และ Canon ดังนั้นก่อนเริ่มถ่ายวิดีโอคุณควร ตั้งค่าถ่ายวิดีโอ ให้เรียบร้อยก่อน เพื่อทำให้สีของภาพในวิดีโอดูเป็นมืออาชีพและสม่ำเสมอยิ่งขึ้น แถมยังช่วยเร่งกระบวนการแก้ไขและลดต้นทุนหลังการผลิตในอนาคตได้

การจับเวลาถ่ายวิดีโอเป็นช็อต

ถ่ายวิดีโอ

นี่คือเคล็ดลับการ ถ่ายวิดีโอ ระดับมืออาชีพที่คุณอาจจะยังไม่รู้ นั่นคือการจับเวลา ถ่ายวิดีโอเป็นช็อต โดยทั่วไปการถ่ายเป็นช็อตไม่ควรปล่อยให้หนึ่งช็อตนั้นยืดยาวเกิน 5-10 วินาที หากหนึ่งช็อตยืดยาวเกินไปจะลดความสนใจของผู้ชม ในขณะเดียวกันการถ่ายภาพนิ่งควรเป็นเวลาอย่างน้อย 10 วินาที และไม่ห้ามแพนหรือซูมก่อนเวลา ซึ่งการจับเวลาเหล่านี้จะช่วยลดการเคลื่อนไหวของกล้อง และลดเวลาในการบันทึกวิดีโอ

การเปิดรับแสงกล้อง

ถ่ายวิดีโอ

อีกหนึ่งปัญหาของการ ถ่ายวิดีโอ ที่มักเกิดขึ้นจากการใช้กล้องวิดีโอหลายตัวในการถ่ายทำฉากหนึ่ง ๆ ก็คือสีของวิดีโอที่ไม่สม่ำเสมอในแง่ของ การเปิดรับแสง ดังนั้นก่อนถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหลายตัวควรตั้งค่าการรับแสงแบบเดียวกันก่อน เช่น อัตราเฟรม ระดับ ISO และรูรับแสง สำหรับมือใหม่การตั้งค่าเหล่านี้อาจจะเป็นเรื่องยาก แต่คุณสามารถควบคุมปัญหานี้ได้โดยการใช้แสงที่เท่ากัน และใช้กล้องตัวเดียวกันโดยล็อคค่าแสงไว้ แต่อาจจะใช้เวลาในการบันทึกนานกว่าปกติ 

การใช้เทคนิคมุมกล้องแบบภาพยนตร์

ถ่ายวิดีโอ

การ ถ่ายวิดีโอ ด้วยเทคนิคมุมกล้องแบบภาพยนตร์เป็นการถ่ายวิดีโอที่ผสมผสานการเคลื่อนไหวของกล้องจะช่วยทำให้เนื้อหาและภาพในวิดีโอดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้มากขึ้น หากคุณอยาก ถ่ายวิดีโอสวย ๆ หรือยกระดับการถ่ายวิดีโอของคุณ เพื่อสร้างความประทับใจให้ผู้ชม คุณอาจจะต้องการใช้เทคนิคการถ่ายทำภาพยนตร์


อย่างเช่น การถ่ายวิดีโอแบบภาพมุมดัตช์ โดยการหมุนกล้องไปด้านใดด้านหนึ่งแบบเอียงแนวตั้ง ซึ่งช็อตนี้จะแสดงให้เห็นถึงสภาวะทางอารมณ์หรือจิตใจที่ไม่มั่นคงของตัวละคร และการแพนกล้องจะเป็นการถ่ายวิดีโอแบบเอียงในแนวนอน เพื่อแสดงสภาพแวดล้อมโดยรอบ

การเลือกกล้องที่มีคุณภาพสำหรับถ่ายวิดีโอ

ถ่ายวิดีโอ

สุดท้ายการเลือกกล้อง ถ่ายวิดีโอ ที่เหมาะสำหรับมือใหม่ คือ กล้องถ่ายวิดีโอ ที่คุณรู้จักการใช้งาน ถึงแม้ว่าคุณจะอยากใช้งานกล้องที่มีคุณภาพและราคาแพง แต่ในตลาดกล้องก็เต็มไปด้วยกล้อง DSLR และกล้องมิเรอร์เลสที่สามารถถ่ายวิดีโอคุณภาพสูงได้เช่นกัน


หากคุณต้องการเลือกกล้องระดับพื้นฐาน เราขอแนะนำให้พิจารณาแบรนด์ที่มีเลนส์ให้เลือกมากมาย มีชื่อเสียงที่ดี ละข้อมูลจำเพาะที่สามารถแข่งขันกับยี่ห้ออื่น ๆ ได้ เช่น Canon, Sony และ Nikon เนื่องจากทั้ง 3 แบรนด์เป็นแบรนด์ชั้นนำที่ควรคู่ต่อการได้รับการพิจารณา

Categories
เสียง

แนะนำ 5 แอพทำเพลงฟรียอดนิยม ใช้งานง่าย คนทำเพลงไม่เป็นก็ใช้ได้

ใครที่ทำงานเกี่ยวกับการผลิตเพลง หรือคนที่สนใจอยากที่จะผลิตเพลง ต้องไม่พลาดกับ 5 แอพทำเพลง ยอดนิยมที่ช่วยให้กระบวนการทำเพลงของคุณง่ายขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลาบนโทรศัพท์มือถือของคุณ ซึ่งในปัจจุบันนักร้องหรือผู้ผลิตผลงานเพลงหลายคนมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเดินทาง เช่น การเดินทางไปงานร้องเพลงหรือเดินทางไปต่างจังหวัดและต่างประเทศ บางครั้งต้องเข้าสตูดิโอ แต่เครื่องมือทำเพลงไม่พร้อมใช้งาน 

ในกรณีเช่นนี้โชคดีที่เกิดขึ้นในยุคของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่ช่วยทำให้คุณเข้าถึงแอพทำเพลงได้อย่างง่ายดาย โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมามีผู้ใช้บันทึกแทร็กเพลงบนแอพทำเพลงจำนวนมาก ดังนั้นวันนี้เราจึงได้รวบรวม 5 แอพทำเพลง ฟรียอดนิยมที่ใช้งานง่ายมาแนะนำทุกคน ซึ่งจะมีแอพไหนที่น่าสนใจบ้างนั้น สามารถติดตามได้ในบทความนี้เลยค่ะ 

สุดยอด 5 แอพทำเพลงฟรียอดนิยมที่ใช้งานง่าย

5 แอพทำเพลง

ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทำให้เกิดการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับผลิตผลงานเพลงที่มีประสิทธิภาพมากมาย ซึ่ง 5 แอพทำเพลง ที่เราได้รวบรวมมาไว้ในบทความนี้ก็ล้วนเป็น โปรแกรมทำเพลง ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยเครื่องมือสำหรับการผลิตเพลงให้เลือกใช้งานมากมายและใช้งานง่าย แถมยังเป็น แอพทำเพลงฟรี ที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง 

5 แอพทำเพลง

โดยทั่วไปนักแต่งเพลงมืออาชีพส่วนใหญ่มักจะใช้ แอพทำเพลง PC ที่มีคุณสมบัติที่หลากหลาย แต่สำหรับมือใหม่นั้นมันคงเป็นเรื่องยากที่จะใช้เครื่องมือที่ซับซ้อน โชคดีที่ตอนนี้ไม่ว่าใครก็สามารถทำเพลงเองได้ง่าย ๆ ด้วยแอพทำเพลงที่มีเครื่องมือที่ครอบคลุมและใช้งานง่ายให้เลือก นั่นจึงไม่แปลกที่นักทำเพลงมืออาชีพหลายคนชื่นชอบ 5 แอพทำเพลง เหล่านี้ อีกทั้งยังเหมาะกับผู้ใช้มือใหม่อีกด้วย โดยมีทั้ง แอพทำเพลง ANDROID และ แอพทำเพลง IOS ซึ่งคุณสามารถดาวน์โหลดแอพเหล่านี้ได้ง่าย ๆ ในร้านค้า APP STORE และ GOOGLE PLAY และนี่คือ 5 แอพทำเพลงฟรียอดนิยมที่ใช้งานง่าย 

GARAGEBAND

5 แอพทำเพลง

เริ่มต้นกันที่หนึ่งใน 5 แอพทำเพลง ยอดนิยมที่มีชื่อเรียกว่า GARAGEBAND เป็น แอพทำเพลงในคอม และโทรศัพท์ที่สามารถใช้งานได้บน MAC และ IOS แอพนี้เป็นอีกหนึ่งแอพฟรีที่เป็นตัวเลือกที่ดีสุด โดยคุณสามารถดาวน์โหลด GARAGEBAND ได้ง่าย ๆ ใน APP STORE ซึ่งไม่ว่าคุณจะเป็นนักทำเพลงมืออาชีพ หรือนักทำเพลงมือใหม่ก็สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดายด้วยเครื่องมือที่ยอดเยี่ยม และไม่ซับซ้อน 

GARAGEBAND เป็นหนึ่งใน 5 แอพทำเพลง ที่ง่ายที่สุดสำหรับการทำเพลง ถึงแม้ว่ามันจะดูเรียบง่าย แต่มันก็มีคุณสมบัติที่น่าทึ่งมากมาย เช่น การเล่นเพลง การบันทึกเสียง และการแชร์เพลง ซึ่งไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนการทำเพลงของคุณก็จะกลายเป็นเรื่องง่าย เนื่องจากแอพนี้มีเครื่องดนตรีเสมือนจริงหลากหลายประเภทให้เลือกใช้งาน และคุณยังสามารถสร้างเพลงได้มากถึง 255 แทร็ก อีกทั้งยังมีคลังเสียงใหม่ ๆ อีกมากมาย ทำให้คุณเลือกหาและดาวน์โหลดเสียง ลูป และSAMPLING ฟรีได้ง่าย ๆ จากคอลเลกชันที่สร้างขึ้นด้วยโปรดิวเซอร์ชื่อดังระดับโลก

BANDLAB

5 แอพทำเพลง

มาต่อกันที่หนึ่งใน 5 แอพทำเพลง ยอดนิยมที่มีชื่อเรียกว่า BANDLAB เป็น แอพทำเพลงในโทรศัพท์ฟรี โดยสามารถใช้งานได้ทั้งระบบ ANDROID และ IOS แอพนี้จะเปลี่ยนโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตของคุณให้เป็นสตูดิโอที่มีเครื่องมือสำหรับใช้ทำเพลงระดับมืออาชีพถึง 120 ชิ้น ทำให้คุณสามารถบันทึกเพลง มิกซ์เพลง และทำให้กระบวนการทำเพลงของคุณนั้นเป็นไปได้อย่างง่ายดายตั้งแต่ต้นจนจบด้วย MIX EDITOR ที่ดีที่สุด นอกจากนี้แอพ BANDLAB ยังสามารถใช้เป็นแอพทำเพลง PC ฟรีบนเดสก์ท็อป (DESKTOP) ทำให้คุณสามารถทำเพลงได้ทุกที่ทุกเวลาและสามารถใช้งานได้กับทุกอุปกรณ์ 

BEATMAKER 3

5 แอพทำเพลง

อีกหนึ่ง 5 แอพทำเพลง ยอดนิยมที่มีชื่อเรียกว่า BEATMAKER 3 เป็น แอพสร้างบีท ที่ได้รับการพัฒนามาอย่างดี ทำให้คุณสามารถทำเพลงได้อย่างง่ายดายบนโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตของคุณ โดยแอพนี้มีคุณสมบัติสำหรับการทำเพลงมากมาย เช่น ซีเควนเซอร์ (MUSIC SEQUENCER) มาตรฐานแบบแป้นพิมพ์ คลังเสียง และเอฟเฟกต์ที่น่าทึ่งมากมายด้วยการสนับสนุน AUV3 และ IAA อย่างเต็มรูปแบบ

BEATMAKER 3 มีเวิร์กโฟลว์ที่เรียบง่ายที่ช่วยทำให้กระบวนการทำเพลงของคุณเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยแอพนี้มีเครื่องมือที่ช่วยทำให้คุณสร้างบีทได้อย่างง่ายดาย เช่น การเล่นซ้ำ การบันทึก สเกลคีย์&คอร์ด และการควบคุมมาโคร ช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ของคุณได้ถึง 10 เท่า และทำให้คุณควบคุมทุกอย่างด้วยอุปกรณ์ MIDI อัจฉริยะ นอกจากนี้ BEATMAKER 3 ยังมีระบบมอดูเลตและการจัดเลเยอร์เต็มรูปแบบด้วย ELASTIQUE LIVE STRETCH และ PITCH SHIFT ของ ZPLANE ทำให้คุณสามารถปรับลูปและเครื่องดนตรีให้เข้ากับจังหวะ 

KORG GADGET 2 LE

5 แอพทำเพลง

มาต่อกันที่อีกหนึ่งใน 5 แอพทำเพลง ยอดนิยมที่มีชื่อเรียกว่า KORG GADGET 2 LE เป็นโปรแกรมทำเพลง IOS ที่น่าประทับใจพอ ๆ กับแอพทำเพลงฟรีข้างต้น GADGET คือ เวิร์กสเตชันของเสียงที่ครบครัน โดยแอพนี้มีเครื่องมือสังเคราะห์เสียง (SYNTHESIZER) แบบลีดและเบส มีดรัมแมชชีน (DRUM MACHINE) แบบแอนะล็อกและแบบแซมปลิง และมีแซมเพลอร์ (SAMPLER) สำหรับการบันทึกเสียงภายนอก 

KORG GADGET 2 LE มีซีเควนเซอร์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับการจัดลำดับดนตรีทั้งหมดของคุณให้เข้าด้วยระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบและรองรับ MIDI นอกจากนี้แอพนี้ยังมีชุมชนในตัวที่ทำให้คุณสามารถแชร์ผลงานเพลงของคุณและรับฟังผลงานเพลงของคนอื่นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจได้ KORG GADGET 2 LE เป็นเวิร์กสเตชันเพลงสำหรับ IPHONE และ IPAD ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและฟรีอีกด้วย

N-TRACK STUDIO DAW

5 แอพทำเพลง

สุดท้ายแอพหนึ่งใน 5 แอพทำเพลง ยอดนิยมที่มีชื่อเรียกว่า N-TRACK STUDIO DAW เป็นแอพทำเพลง ANDROID ฟรีโดยการใช้ไมโครโฟนในตัวหรือการ์ดเสียงภายนอกเพื่อบันทึกเสียงและจัดเลเยอร์ด้วยการใช้แป้นพิมพ์และเครื่องมือภายในของแอป ซึ่งแอพนี้ในเวอร์ชันฟรีประกอบด้วยแทร็กมากถึง 11 แทร็กพร้อมตัวเลือกที่ต้องซื้อถึงจะเปลี่ยนให้ใช้งานได้ไม่จำกัด พร้อมกับเอฟเฟกต์อีกมากมาย 

N-TRACK STUDIO เป็นแอพทำเพลงแบบพกพาที่ทำให้โทรศัพท์ ANDROID ของคุณกลายเป็นสตูดิโอบันทึกเสียงและ BEAT MAKER ที่สมบูรณ์แบบ โดยแอพนี้มีคุณสมบัติหลักที่ยอดเยี่ยมมากมาย เช่น การบันทึกแทร็กเสียงสเตอริโอและโมโน ตัวสร้างจังหวะลำดับขั้น และแทร็ก MIDI ใน SYNTHS เป็นต้น นอกจากนี้คุณยังสามารถแชร์เพลงออนไลน์ในชุมชน SONGTREE เพื่อทำงานร่วมกับศิลปินคนอื่น ๆ ได้อีกด้วย

สนับสนุนโดย

PAPERINDUSTRYMAG.COM

sagame

Categories
มือใหม่

แนะนำ 10 แอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือ ทำคลิปเจ๋ง ๆ ได้ง่าย ๆ ฟรีไม่ต้องเสียเงิน

คุณรู้หรือไม่? เมื่อก่อนวิดีโอยอดนิยมที่คุณดูบน YOUTUBE มักผ่านกระบวนการตัดต่อบนพีซีขนาดใหญ่มาแล้ว แต่ตอนนี้คุณสามารถตัดต่อวิดีโอได้ง่าย ๆ ด้วย 10 แอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือ สุดเจ๋งทั้ง ANDROID และ IPHONE ที่เราได้รวบรวมมาไว้ในบทความนี้ ในปัจจุบันแอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือได้รับความนิยมอย่างมาก สังเกตได้จากจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากแอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือมีเครื่องมือการตัดต่อวิดีโอที่มีความสามารถมากมาย สร้างความน่าประทับใจให้แก่ผู้ใช้งานได้อย่างง่ายดาย

10 แอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือ

แอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือพบางตัวเป็นแบบใช้เทมเพลตที่สามารถเลือกรูปภาพและวิดีโอของคุณ เพื่อสร้างวิดีโอโซเชียลสุดเจ๋งที่น่าสนใจ พร้อมกับคุณสมบัติส่วนอื่น ๆ อีกมากมาย ทำให้คุณสามารถควบคุมการตัดต่อวิดีโอได้เกือบเท่ากับโปรแกรมตัดต่อวิดีโอบนเดสก์ท็อปที่มีความซับซ้อน นอกจากนี้แอพตัดต่อวิดีโอที่เรารวบรวมมาไว้ในบทความนี้ยังใช้งานง่ายกว่าโปรแกรมตัดต่อวิดีโอบนเดสก์ท็อปทำให้แอพเหล่านี้ถือเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับมือใหม่และมือสมัครเล่น แถมยังฟรีไม่เสียเงินอีกด้วย แต่จะมีแอพอะไรบ้างนั้น สามารถติดตามได้ในบทความนี้เลยค่ะ

10 แอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือสุดเจ๋งที่ควรมีติดเครื่องไว้

10 แอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือ

คุณกำลังมองหาแอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือใช่หรือไม่? ในปัจจุบันมีแอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือใน PLAY STORE และ APP STORE เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ถ้าคุณไม่รู้จะใช้แอพไหนดี? เราขอแนะนำ 10 แอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือ สุดเจ๋งที่เหมาะสำหรับทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต โดยแอพด้านล่างนี้เป็น แอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือฟรี ที่มีทั้งสามารถใช้งานได้กับระบบ IOS และ ANDROID พร้อมทั้งมีเครื่องมือที่ล้ำสมัยและชาญฉลาดมากมาย อีกทั้งยังเป็นแอพยอดนิยมที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก และนี่คือรายชื่อของแอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือ ได้แก่

1. แอพ CAPCUT

10 แอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือ

เริ่มต้นกันที่หนึ่งใน 10 แอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือ สุดเจ๋งอย่าง แอพตัดต่อวิดีโอ CAPCUT เป็น โปรแกรมตัดต่อวิดีโอบนมือถือ สำหรับ ANDROID ที่จะช่วยทำให้การตัดต่อวิดีโอภาพและเสียงของคุณง่ายขึ้น แอพนี้สามารถเพิ่มคลิป ตัดคลิป และเพิ่มเสียงจากไลบรารี่เพลงและเสียงที่ใหญ่มากเข้าไปในวิดีโอของคุณได้ รวมถึงสติ๊กเกอร์และฟอนต์อื่น ๆ อีกมากมาย เมื่อคุณตัดวิดีโอเสร็จแล้ว ยังสามารถแชร์วิดีโอของคุณบนโซเชียลเน็ตเวิร์กอื่น ๆ ได้อีกด้วย ไม่เพียงเท่านี้ CAPCUT ยังมีฟีเจอร์ที่จำเป็นสำหรับการตัดต่อวิดีโอและใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน

2. แอพ ADOBE PREMIERE RUSH FOR VIDEO

10 แอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือ

อีกหนึ่งใน 10 แอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือ สุดเจ๋งอย่างแอพ ADOBE PREMIERE RUSH FOR VIDEO เป็นแอพตัดต่อวิดีโอออนไลน์บนมือถือและเดสก์ท็อปฟรีทำให้คุณสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้ทุกที่ทุกเวลา โดยแอพนี้สามารถถ่ายทำวิดีโอ ตัดต่อคลิป และแชร์วิดีโอคุณภาพสูงได้ตั้งแต่โทรศัพท์ไปจนถึงคอมพิวเตอร์ มาพร้อมกับคุณสมบัติพิเศษ เช่น การเพิ่มการเปลี่ยนวิดีโอ มีเทมเพลตให้เลือกหลากหลาย การปรับปรุงสีสันวิดีโอ การนำเข้าและปรับเสียง และสามารถแชร์วิดีโอของคุณได้ทุกที่

3. แอพ VN

10 แอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือ

มาต่อกันที่แอพหนึ่งใน 10 แอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือ สุดเจ๋งอย่างแอพ VN เป็น แอปตัดต่อวิดีโอลง TIKTOK ยอดฮิตสำหรับคนที่ชื่นชอบการตัดต่อวิดีโอที่มี EFFECT ให้เลือกมากมายและใช้งานง่าย โดยเครื่องมือการใช้งานจะคล้าย ๆ กับแอพ CAPCUT แต่แอพ VN มี EFFECT ที่ดูลื่นไหลกว่า แอพนี้สามารถแบ่งเลเยอร์ของคลิปและภาพได้และที่สำคัญสามารถใช้ FONT ภาษาไทยได้ด้วยค่ะ

4. แอพ VLLO

10 แอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือ

อีกหนึ่งใน 10 แอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือ สุดเจ๋งอย่างแอพ VLLO เป็น แอพตัดต่อวิดีโอ ไม่มีลายน้ำ โดยแอพนี้มีคุณสมบัติพิเศษมากมายไม่ว่าจะเป็น การเพิ่มและเรียบเรียงวิดีโอ การปรับความเร็ว และการเบลอภาพ อีกทั้งยังสามารถใส่เสียงเพลงประกอบและใส่ข้อความได้อีกด้วย มาพร้อมกับฟีเจอร์สุดปังอีกมากมาย แถมยังใช้งานง่ายและสามารถใช้งานได้ทั้งบนระบบ IOS และ ANDROID

5. แอพ INSHOT

10 แอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือ

มาต่อกันที่อีกหนึ่งใน 10 แอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือ สุดเจ๋งอย่างแอพ INSHOT เป็น APP สำหรับตัดต่อวิดีโอ ที่คุณไม่ควรพลาดด้วยคุณสมบัติพิเศษอย่างมืออาชีพ โดยแอพนี้สามารถเพิ่มเพลงลงในวิดีโอและเพิ่มข้อความได้ อีกทั้งยังสามารถปรับเคลื่อนไหวเร็วหรือช้าได้ นอกจากนี้คุณยังสามารถครอบตัดวิดีโอได้อย่างง่ายดายและส่งออกวิดีโอได้โดยไม่สูญเสียคุณภาพพร้อมกับแชร์วิดีโอของคุณไปยัง INSTAGRAM, YOUTUBE และ TIKTOK ได้อย่างง่ายดาย 

6. แอพ KINEMASTER

10 แอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือ

อีกหนึ่งใน 10 แอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือ สุดเจ๋งอย่างแอพ KINEMASTER เป็น แอพตัดต่อวิดีโออย่างง่าย ที่ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ที่เริ่มต้นตัดต่อวีดีโอ ตัดต่อหนังสั้นก็สามารถใช้งานได้ง่าย ๆ ด้วยเครื่องมือตัดต่อวีดีโอระดับเหนือชั้นที่ครอบคลุมไปด้วย เทคนิคพิเศษต่าง ๆ มากมาย เช่น การเรียบเรียงวิดีโอ การเพิ่มเสียง และอื่น ๆ อีกมากมาย เมื่อตัดต่อวิดีโอเสร็จ คุณสามารถบันทึกวิดีโอลงในสมาร์ทโฟน หรือแชร์วิดีโอไปบนโซเชียลเน็ตเวิร์กอื่น ๆ ได้อีกด้วย

7. แอพ FILMORAGO

10 แอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือ

มาต่อกันที่อีกหนึ่งใน 10 แอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือ สุดเจ๋งอย่างแอพ FILMORAGO เป็น แอพตัดต่อบนมือถือ ที่สามารถตัดต่อวิดีโอและไฟล์มีเดียได้อย่างง่ายดาย โดยแอพนี้มีเครื่องมือพิเศษมากมาย เช่น การตัดคลิป รวมคลิป ครอปคลิป หรือหมุนคลิป ก็สามารถทำได้ รวมไปจนถึงการเพิ่มเสียงเพลง FILMORAGO เป็นอีกหนึ่งแอพที่สามารถเลือกใช้งานได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก

8. แอพ QUIK

10 แอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือ

อีกหนึ่งใน 10 แอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือ สุดเจ๋งอย่างแอพ QUIK เป็น แอพตัดต่อวิดีโอ ANDROID และ IOS ที่ทำให้คุณสร้างวิดีโอเจ๋ง ๆ ได้ง่าย ๆ โดยการเลือกรูปภาพและคลิปวิดีโอที่ต้องการแก้ไข สามารถใส่เอฟเฟ็กต์สวย ๆ แล้วซิงค์ทุกอย่างให้เข้ากับจังหวะเพลงได้อย่างง่ายดายและมีฟีเจอร์ฟังก์ชันครบครัน เหมาะสำหรับมือใหม่หรือผู้ใช้งานทั่วไป

9. แอพ WEVIDEO

10 แอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือ

มาต่อกันที่อีกหนึ่งใน 10 แอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือ สุดเจ๋งอย่างแอพ WEVIDEO เป็นแอพตัดต่อวิดีโอฟรีที่มีคุณสมบัติพิเศษระดับมืออาชีพ โดยคุณสามารถเลือกวิดีโอหรือภาพมาจากอัลบั้มของคุณหรือถ่ายแบบสด ๆ ได้เลย และสามารถแก้ไขปรับแต่ง ใส่ข้อความ คำบรรยาย เสียงต่าง ๆ ได้เหมือนแอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือทั่วไปและใช้งานได้ง่าย

10. แอพ IMOVIE

10 แอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือ

สุดท้ายหนึ่งใน 10 แอพตัดต่อวิดีโอบนมือถือ สุดเจ๋งอย่างแอพ IMOVIE เป็น แอพตัดต่อวิดีโอ IOS ฟรี ที่ไม่เหมือนใครและมีรูปแบบการใช้งานที่ง่ายมาก ๆ ใครที่ใช้ IPHONE และ IPAD คงจะรู้จักกับแอพนี้ดี ถึงแม้แอพนี้จะมีเครื่องมือเมนูไม่กี่ชิ้นแต่มันก็สามารถช่วยให้คุณตัดต่อวิดีโอเจ๋ง ๆ ได้ง่าย ๆ อีกทั้งยังสามารถแทรกเสียง ซาวด์เอฟเฟ็กต์หรือเพลงจากเครื่องของคุณได้อีกด้วย แถมยังมีธีมต่าง ๆ ให้เลือกอีกมากมาย

 

ภาพจาก:

https://dividedcities.com/archives/2674
https://play.google.com/store/apps/details?id=com.wondershare.filmorago&hl=en_US&gl=US

ผู้สนับสนุน: sa gaming เว็บบาคาร่าที่คนเล่นเยอะที่สุด

Categories
เสียง

แนะนำ 5 แอพตัดต่อเสียงบนมือถือ Android / iPhone ใช้งานง่าย ที่ไม่ควรพลาด

คุณภาพของเสียงที่ดี ถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญที่ทำให้วิดีโอหรือภาพยนตร์ของคุณสามารถดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้ดีมากขึ้น โดยทั่วไปนักตัดต่อวิดีโอ หรือผู้ผลิตเพลงระดับมืออาชีพมักจะใช้โปรแกรมตัดต่อเสียงในคอม แต่หากมือใหม่หรือบุคคลทั่วไปต้องการที่จะตัดต่อเสียงด้วยเอง คุณสามารถใช้แอพ ตัดต่อเสียงบนมือถือ ได้ง่าย ๆ 

ซึ่งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตจะมีคุณสมบัติช่วยที่ทำให้คุณบันทึกเสียงได้ง่าย ๆ ทุกที่ทุกเวลา แต่สิ่งหนึ่งที่ Android ไม่มีก็คือเครื่องมือการแก้ไขเสียงของคุณ จนบางครั้งคุณอาจจะต้องตัดคลิปหรือจัดเรียงส่วนของเสียงใหม่ ดังนั้นวันนี้เราจึงรวบรวม 5 แอพ ตัดต่อเสียงบนมือถือ Android / iPhone ที่เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด แถมยังใช้งานได้ง่าย มาแนะนำทุกคน แต่จะมีโปรแกรมอะไรบ้างนั้น ติดตามได้ในบทความนี้เลยค่ะ

5 แอพตัดต่อเสียงบนมือถือ Android / iPhone ที่ดีที่สุด แถมยังใช้งานได้ง่าย

ตัดต่อเสียงบนมือถือ

โดยทั่วไปการ ตัดต่อเสียงบนมือถือ มักจะใช้หลายแทร็ก ซึ่งถ้าให้ดีแทร็กเสียงจำเป็นต้องมีสิ่งต่าง ๆ รวมอยู่ด้วย เช่น ความสมดุลของเสียง และอื่น ๆ เป็นต้น เพื่อคุณภาพเสียงที่ดีและมีประสิทธิภาพ โดยส่วนใหญ่ผู้ผลิตเพลงหรือผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับการตัดต่อเสียงมักใช้โปรแกรม ตัดต่อเสียงในคอม  แต่สำหรับมือใหม่หรือบุคคลทั่วไปอาจจะติดปัญหาการใช้งาน เนื่องจากโปรแกรมตัดต่อเสียงมืออาชีพส่วนใหญ่มักมีเครื่องมือการใช้งานที่ค่อนข้างซับซ้อน

ตัดต่อเสียงบนมือถือ

แต่วันนี้คุณไม่จำเป็นต้องมีคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรม การตัดต่อเสียง ที่มีคุณสมบัติเมรูปแบบก็สามารถ ตัดต่อเสียง เองได้ง่าย ๆ โดยการใช้ เทคนิคการตัดต่อเสียง บนแอพ ตัดต่อเสียงบนมือ ถือ Android / iPhone แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าแอพตัดต่อเสียงบนมือถือแอพไหนดีที่สุด? วันนี้เราก็มีคำตอบมาให้กับทุกคน และนี่ก็คือ 5 แอพ ตัดต่อเสียงดีที่สุด บนมือถือ 

Lexis Audio Editor

ตัดต่อเสียงบนมือถือ

เริ่มต้นด้วยแอพ ตัดต่อเสียงบนมือถือ ที่มีชื่อว่า Lexis Audio Editor เป็น แอพตัดต่อเสียงในโทรศัพท์ ที่ช่วยทำให้คุณสามารถแก้ไขหรือบันทึกเสียงพูดคุยและเพลงของคุณได้อย่างง่ายดาย โดยแอพนี้มีอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายและเครื่องมือตัดต่อที่หลากหลาย เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ต้องการใช้เครื่องมือตัดต่อที่ไม่ซับซ้อน

แอพ Lexis เป็น ตัดต่อเสียงบนมือถือ ที่มีคุณสมบัติการตัดต่อเสียงที่ยอดเยี่ยมมากมาย เช่น การคัดลอก, การตัดซาวด์, การวาง, การควบคุมระดับเสียง, มีตัวลดเสียงรบกวน, มีเครื่องมือมิกเซอร์ และมีเอฟเฟกต์ให้เลือกใช้งานอีกมากมาย โดยคุณสามารถปรับแต่งเพลงและเสียงของคุณด้วยแอพนี้ได้ง่าย ๆ อย่างรวดเร็วบนอุปกรณ์ Android ของคุณ พร้อมกับมีรูปแบบไฟล์เสียง ได้แก่ WAV, M4A, AAC, FLAC และ WMA ส่วนรูปแบบไฟล์วิดีโอ คือ mp4, 3gp และ 3g2 ซึ่งแอพนี้เป็นฟรี แต่หากต้องการเปิดใช้งานเครื่องมือสุดพิเศษและลบโฆษณาคุณอาจจะต้องเสียเงิน เพื่อเปิดการใช้งาน

WavePad Audio Editor

ตัดต่อเสียงบนมือถือ

มาต่อกันที่แอพ ตัดต่อเสียงบนมือถือ ที่มีชื่อว่า WavePad Audio Editor เป็นแอพ ตัดต่อไฟล์เสียง ต่าง ๆ ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติระดับมืออาชีพที่หลากหลายสำหรับตัดต่อเสียงและสร้างเพลงของคุณได้ง่าย ๆ โดยแอพนี้มีคุณสมบัติที่น่าทึ่งมากมายไม่ว่าจะเป็น การตัดเสียง, ปรับแต่งผสานเสียง, คัดลอก วาง ลบ และเปลี่ยนเครื่องมือเอฟเฟกต์ เช่น การบีบอัด การทำให้เสียงเป็นมาตรฐานเดียวกัน การขยายเสียง การลดสัญญาณรบกวน เป็นต้น 

นอกจากนี้แอพนี้ยังสามารถบันทึกเสียงได้โดยตรงในแอพ และยังอนุญาตให้แก้ไขรูปแบบไฟล์เสียงต่าง ๆ ได้ รวมไปจนถึงแทร็กเสียงทั้งหมดของคุณอีกด้วย Wavepad Audio Editor มีเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมสำหรับการใช้งานฟรีมากมาย แต่หากต้องการเปิดใช้งานเครื่องมือสุดพิเศษเพิ่มเติมคุณอาจจะต้องเสียเงิน เพื่อเปิดการใช้งาน

Voice Pro

ตัดต่อเสียงบนมือถือ

อีกหนึ่งแอพ ตัดต่อเสียงบนมือถือ ที่ยอดเยี่ยมอย่าง Voice Pro เป็น โปรแกรมตัดต่อเสียง iOS / Android ที่ถูกยกให้เป็นสุดยอดคุณสมบัติการตัดต่อเสียงที่มีคุณภาพ โดยแอพนี้มีฟีเจอร์ต่าง ๆ และมีคุณลักษณะมากมายที่ครอบคลุมความต้องการต่อการตัดต่อเสียงของคุณ เช่น การแก้ไข ตัด ปรับ เปลี่ยนเอฟเฟกต์ (Effects) และมีตัวลดสัญญาณรบกวน 

นอกจากนี้ Voice Pro ยังได้รับการออกแบบให้มีอินเทอร์เฟซที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน ทำให้กระบวนการตัดต่อเสียงของคุณเสร็จสิ้นได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีคุณสมบัติการแปลงเสียงเป็นข้อความถึง 40 ภาษาที่แตกต่างกันและอนุญาตให้จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ได้อีกด้วย Voice Pro เป็นแอพตัดต่อเสียงบนมือถือที่ต้องเสียเงินซื้อมาใช้งาน โดยระบบ Android ราคา 400.71 บาท ส่วนระบบ ios ราคา 333.87 บาท

Audio Evolution Mobile Studio

ตัดต่อเสียงบนมือถือ

มาต่อกันที่แอพ ตัดต่อเสียงบนมือถือ ที่มีชื่อว่า Audio Evolution Mobile Studio เป็นแอพตัดต่อเสียง iPhone / Android ที่ครอบคลุมทั้งการตัดต่อเสียงขั้นพื้นฐานและขั้นสูงอย่างมืออาชีพด้วยฟีเจอร์ที่ยอดเยี่ยมมากมายสำหรับการแก้ไขและการบันทึกแทร็กเสียงของคุณ อีกทั้งยังสามารถสร้างสรรค์ผลงานเพลงได้ด้วยเครื่องดนตรีภายนอกหรือเครื่องดนตรีเสมือนจริง เช่น กีตาร์ เปียโน และอื่น ๆ นอกจากนี้แอพนี้ยังอนุญาตให้เชื่อมต่อกับฮาร์ดแวร์ภายนอกมากกว่า 250 รายการได้อีกด้วย พร้อมกับการจัดระเบียบอย่างดีและมีการใช้งานที่เรียบง่าย สามารถนำเข้าและส่งออกไฟล์ในรูปแบบต่าง ๆ Audio Evolution Mobile Studio เป็นแอพตัดต่อเสียงบนมือถือที่มีเวอร์ชันฟรีบนอุปกรณ์ Android ส่วน iphone คุณอาจจะต้องเสียเงินซื้อมาใช้งานในราคา 249 บาท

Video Voice Editor & Effects

ตัดต่อเสียงบนมือถือ

สุดท้ายแอพ ตัดต่อเสียงบนมือถือ ที่มีชื่อว่า Video Voice Editor & Effects เป็นแอพ ตัดต่อเสียงวิดีโอ ที่สามารถแปลงไฟล์วิดีโอและไฟล์เสียงได้เกือบทุกชนิด พร้อมกับ วิธีการตัดต่อเสียง ที่เรียบง่ายด้วยคุณลักษณะที่สามารถทำได้มากกว่าการตัดต่อเสียงเพียงอย่างเดียว เพราะแอพนี้ยังสามารถแปลงเสียงและแก้ไขรูปแบบวิดีโอได้อีกด้วย เนื่องจากมันมีเครื่องเล่นวิดีโอสากลในตัวที่สามารถเล่นเสียงและวิดีโอรูปแบบได้หลายรูปแบบ อีกทั้งยังสามารถสร้างเสียงเรียกเข้าจากเพลงของคุณได้ ซึ่งแอพนี้มีเครื่องมือสำหรับใช้ตัดต่อเสียงที่สามารถใช้งานได้ฟรีมากมาย

สนับสนุนโดย

PAPERINDUSTRYMAG.COM

sagame

Categories
เทคนิค

แนะนำ 5 วิธีลบพื้นหลังรูปด้วยโปรแกรม PHOTOSHOP ง่าย ๆ ใคร ๆ ก็ทำได้

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเราได้เห็นถึงความก้าวหน้ามากมายของโปรแกรม PHOTOSHOP ซึ่งเมื่อก่อน วิธีลบพื้นหลังรูป ไม่เคยทำได้ง่ายดายหรือรวดเร็วได้เท่าตอนนี้ เนื่องจากสมัยก่อนยังไม่มีโปรแกรมแต่งรูปที่มีประสิทธิภาพเหมือนในปัจจุบัน โปรแกรม PHOTOSHOP เป็นหนึ่งในโปรแกรมแต่งรูปที่ดีที่สุดในยุคนี้ ด้วยเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่หลากหลาย จึงไม่แปลกที่มันถือเป็นโปรแกรมแต่งรูปอันดับต้น ๆ ที่ช่างภาพหลายคนเลือกใช้สำหรับแก้ไขภาพถ่าย 

การรู้ วิธีลบพื้นหลังรูป ถือเป็นขั้นตอนการแก้ไขภาพถ่ายที่ช่างภาพทุกคนควรรู้ และต่อไปนี้คือ 5 วิธีลบพื้นหลังออกจากภาพถ่ายของคุณโดยใช้โปรแกรม PHOTOSHOP พร้อมกับเทคนิคลบพื้นหลังรูปภาพเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แต่จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น สามารถติดตามได้ในบทความนี้เลยค่ะ 

5 วิธีลบพื้นหลังรูปด้วยโปรแกรม PHOTOSHOP 

วิธีลบพื้นหลังรูป

คุณกำลังมองหา วิธีลบพื้นหลังรูป ที่รวดเร็วและง่ายดายใช่หรือไม่? คุณสามารถลบพื้นหลังรูปเองได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายโดย วิธีลบพื้นหลังออกจากภาพ หรือเปลี่ยนพื้นหลังของภาพได้งด้วย 5  วิธีลบพื้นหลังรูปภาพ ด้วยโปรแกรม PHOTOSHOP เพื่อช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ของรูปภาพที่ดีที่สุดและรวดเร็วยิ่งขึ้น 

วิธีลบพื้นหลังรูป

โปรแกรม PHOTOSHOP เป็นโปรแกรมที่มีความสามารถในการจัดการแก้ไขและตกแต่งรูปภาพด้วยเครื่องมือที่หลากหลาย รวมถึงเครื่องมือสำหรับ การลบพื้นหลังรูป อย่างไรก็ตามขั้นตอนการลบพื้นหลังของรูปจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์แบบก็ขึ้นอยู่กับขั้นสุดท้ายของคุณ หากคุณต้อง การลบพื้นหลังรูป PHOTOSHOP อย่าลืมว่าต้องบันทึกเป็นไฟล์ PNG แบบโปร่งใสเท่านั้น เพื่อให้คุณสามารถนำภาพไปใช้ได้แบบไม่มีพื้นหลัง และนี่คือ 5 วิธีลบพื้นหลังรูปภาพด้วยโปรแกรม PHOTOSHOP 

เครื่องมือ REMOVE BACKGROUND TOOL

วิธีลบพื้นหลังรูป

เริ่มกันที่ วิธีลบพื้นหลังรูป ที่ง่ายดายและรวดเร็วที่สุดใน วิธีลบพื้นหลังรูป PHOTOSHOP เพราะเป็นวิธีที่ไม่จุกจิกเกินไปเกี่ยวกับการทำให้ขอบบนวัตถุหรือตัวแบบชัดขึ้น ก่อนอื่นต้องเปิดภาพของคุณใน PHOTOSHOP แล้วไปที่แผงเลเยอร์ด้านขวา จากนั้นเพิ่มเลเยอร์ปัจจุบันโดยการกด COMMAND+J บน MACOS หรือ CTRL+J บน WINDOWS 

จากนั้นมาที่ขั้นตอนสุดท้ายสำหรับ วิธีลบพื้นหลังรูป อย่างง่ายก็คือให้ไปที่แผงเครื่องมือ QUICK ACTIONS แล้วคลิกปุ่ม REMOVE BACKGROUN เพียงเท่านี้คุณก็จะได้รูปภาพที่ไม่มีพื้นหลังแล้วค่ะ แต่หลังจากขั้นตอนนี้แล้วอย่าลืมบันทึกภาพเป็นไฟล์ PNG แบบโปร่งใสด้วยนะคะ

การใช้ปลั๊กอิน REMOVE.BG

วิธีลบพื้นหลังรูป

อีกหนึ่ง วิธีลบพื้นหลังรูป ที่ดีที่สุดใน PHOTOSHOP ก็คือ วิธีลบพื้นหลังขาว โดยการใช้ปลั๊กอินของ REMOVE.BG เพื่อแยกพื้นหลังออกจากวัตถุหรือตัวแบบ ซึ่งปลั๊กอินนี้ใช้ได้ดีกับภาพที่มีขอบที่ซับซ้อนอย่างเช่น ผม และยังสามารถใช้เลเยอร์มาสก์เพื่อลบหรือกู้คืนส่วนต่าง ๆ ของรูปภาพได้ เริ่มต้นโดยการทำตามขั้นตอน ดังนี้

  1. ดาวน์โหลดปลั๊กอินของ REMOVE.BG สำหรับ ลบพื้นหลังรูปฟรี ของ PHOTOSHOP 
  2. คุณสามารถค้นหาปลั๊กอินได้ที่แผงด้านบน PLUGINS > REMOVE.BG FOR ADOBE PHOTOSHOP
  3. ลงชื่อเข้าใช้บัญชี REMOVE.BG แล้วคลิกปุ่ม REMOVE BACKGROUND ทุกครั้งที่คุณต้องการลบพื้นหลังออกจากรูปภาพที่เปิดอยู่ใน PHOTOSHOP
  4. การประมวลผลของรูปภาพผ่าน REMOVE.BG API ดังนั้นคุณต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ใช้งานได้ และคีย์ API (พบได้ในแดชบอร์ดของบัญชีของคุณ)

เครื่องมือ QUICK SELECTION TOOL 

วิธีลบพื้นหลังรูป

มาต่อกันที่ วิธีลบพื้นหลังรูป ด้วยเครื่องมือ QUICK SELECTION TOOL ของ PHOTOSHOP เป็นเครื่องมือที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการประมวลผลแบบเรียลไทม์เพื่อค้นหาขอบของวัตถุและจุดเริ่มต้นของพื้นหลัง เครื่องมือนี้ทำงานได้ดีโดยการ ลบพื้นหลังชัด ๆ ทำให้ภาพดูคมชัดไม่ผิดเพี้ยนจากเดิม แต่หากพิกเซลมีความคล้ายคลึงกันมากเกินไป อาจต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการเพิ่มและลบองค์ประกอบ เริ่มต้นโดยการทำตามขั้นตอน ดังนี้

  1. เปิดภาพของคุณใน PHOTOSHOP แล้วค้นหา QUICK SELECTION TOOL ในเมนูด้านซ้าย (PHOTOSHOP TOOLBOX)
  2. ตรวจสอบ ENHANCE EDGE ในแถบตัวเลือก
  3. คลิกปุ่มและเลื่อนตัวชี้ไปไว้เหนือพื้นที่ที่คุณต้องการเลือก เพื่อค้นหาโทนสีที่ตรงกับการเลือก
  4. หากต้องการเพิ่มในส่วนที่เลือกให้คลิกและลากไปที่พื้นที่ที่ต้องการเพิ่ม
  5. หากต้องการลบส่วนที่เลือกให้กดแป้นพิมพ์ OPTION (MACOS) หรือALT (WINDOWS) แล้วเลื่อนไปที่ส่วนที่คุณต้องการยกเลิกการเลือก 
  6. คุณสามารถเปลี่ยนเครื่องมือเพื่อยกเลิกการเลือก (MINUS) ในแถบเมนูเพื่อยกเลิกการเลือกสิ่งที่คุณวางเมาส์ไว้

เครื่องมือ BACKGROUND ERASER TOOL

วิธีลบพื้นหลังรูป

อีกหนึ่งเครื่องมือสำหรับ วิธีลบพื้นหลังรูป BACKGROUND ERASER TOOL เป็น เครื่องมือลบพื้นหลังรูปภาใน PHOTOSHOP ที่สามารถมีประสิทธิภาพสูงและช่วยประหยัดเวลาช่วยให้คุณได้รูปภาพที่ไม่มีพื้นหลังเร็วขึ้น เริ่มต้นโดยการทำตามขั้นตอน ดังนี้

  1. เปิดภาพของคุณใน PHOTOSHOP แล้วไปที่แผงเครื่องมือ PHOTOSHOP เลือก BACKGROUND ERASER TOOL 
  2. เลือกขนาดยางลบที่เหมาะสมโดยการคลิกที่แป้นพิมพ์ [ และ ] หรือปรับเปลี่ยนในแถบเมนูด้านบนของหน้าจอ แนะนำให้เริ่มต้นที่ 50PX 
  3. ตั้งค่าขีดจำกัดบนเมนูเพื่อค้นหา FIND EDGES แนะนำค่าในช่วง 20–25%
  4. เริ่มลบพื้นหลังรอบ ๆ ตัววัตถุ โดยใช้เครื่องมือยางลบคลิกค้างไว้ในขณะขยับแปรง ให้ทำกระบวนการนี้จนกว่าพื้นหลังจะหมดไป

เครื่องมือ MAGNETIC LASSO TOOL

วิธีลบพื้นหลังรูป

วิธีสุดท้าย วิธีลบพื้นหลังรูป ด้วยเครื่องมือ MAGNETIC LASSO TOO เป็นเครื่องมือใน PHOTOSHOP ที่นิยมนำมาใช้ใน วิธีลบพื้นหลัง โดยการเลือกพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วเพราะเมื่อคุณเลื่อนเมาส์ไปตรงพื้นที่ที่ต้องการเลือก MAGNETIC จะกำหนดขอบเขตตามทิศทางการเคลื่อนที่ของเมาส์ทันที เริ่มต้นโดยการทำตามขั้นตอน ดังนี้

  1. เปิดภาพของคุณใน PHOTOSHOP แล้วเพิ่มเลเยอร์ปัจจุบันโดยการกด COMMAND+J บน MACOS หรือ CTRL+J บน WINDOWS จากนั้นคลิกไอคอนรูปตาที่เลเยอร์เริ่มต้น เพื่อปิดเลเยอร์
  2. เลือกเครื่องมือ MAGIC LASSO จากแผงเครื่องมือทางด้านซ้าย และเลื่อนเมาส์วาดภาพตามขอบของวัตถุ แล้ววาดจุดสิ้นสุดให้เชื่อมต่อกับจุดเริ่มต้น
  3. บันทึกการเลือกของคุณโดยไปที่ SELECTION > SAVE SELECTION แล้วทำการตั้งชื่อ 
  4. จากนั้นให้ทำการลบพื้นหลังโดยไปที่ SELECT > INVERSE คลิกเลือก DELETE คุณจะเห็นพื้นหลังเป็นสีขาว/เทา แทนที่พื้นหลังภาพก่อนหน้านี้ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้รูปภาพแบบไม่มีพื้นหลังแล้วค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ? สำหรับ 5 วิธีลบพื้นหลังรูป ด้วยโปรแกรม PHOTOSHOP ซึ่งขอบอกเลยว่าวิธีการลบพื้นหลังออกจากรูปภาพเหล่านี้ใน PHOTOSHOP เป็นวิธีที่รวดเร็วและง่ายดายในการดึงวัตถุที่ไม่ต้องการออกจากภาพถ่าย และการเปลี่ยนพื้นหลังของภาพที่รายละเอียดมาก โดยวิธีข้างต้นจะช่วยทำให้คุณได้รูปภาพที่ไม่มีพื้นหลังได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว

สนับสนุนโดย

PAPERINDUSTRYMAG.COM

 

ภาพจาก:

https://bit.ly/3pMJeHS

เว็บบาคาร่าอันดับ1

Categories
กราฟิก

ทำความรู้จักกับ AFTER EFFECTS โปรแกรมสร้าง MOTION GRAPHIC ขั้นเทพ


สำหรับใครที่ทำงานเกี่ยวกับการผลิตกราฟิกเคลื่อนไหว (MOTION GRAPHIC) คงจะคุ้นเคยหรือเคยได้ยินชื่อโปรแกรมสร้าง MOTION GRAPHIC ยอดฮิตอย่าง AFTER EFFECTS ที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือสร้างสรรค์วิดีโอกราฟิกเคลื่อนไหวที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ คุณอาจจะเคยเห็นผลงานที่สร้างขึ้นโดยโปรแกรม AFTER EFFECTS มาแล้วบ้างอย่างเช่น EFFECT ต่าง ๆ ในอนิเมชั่นและภาพยนตร์แอคชั่น เป็นต้น

 ซึ่งในบทความนี้เราจะพูดถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากมายเกี่ยวกับโปรแกรม AE โดยเราจะให้คำอธิบายที่ชัดเจนว่าทำให้โปรแกรมนี้ถึงได้รับความนิยมอย่างมากในยุคสมัยนี้ แต่จะมีรายละเอียดอย่างไรบ้างนั้น สามารถติดตามได้ในบทความนี้เลยค่ะ

โปรแกรม AFTER EFFECTS คืออะไร

AFTER EFFECTS

คุณกำลังสงสัยใช่ไหมคะว่า AFTER EFFECTS คืออะไร? โปรแกรม AFTER EFFECTS คือ โปรแกรมประยุกต์สำหรับสร้างผลงานกราฟิกดีไซน์แบบเคลื่อนไหว (MOTION GRAPHIC) และเอฟเฟกต์พิเศษที่ใช้ในวิดีโอ ภาพยนตร์ และภาพเคลื่อนไหวต่าง ๆ บนโลกออนไลน์ โดยโปรแกรมนี้จะถูกใช้งานในขั้นตอนหลังการถ่ายทำ และมีเอฟเฟกต์ให้เลือกอีกหลายร้อยรูปแบบที่สามารถใช้สร้างภาพกราฟิกเคลื่อนไหวได้อย่างง่ายดาย ซึ่งการใส่เอฟเฟกต์ให้กับภาพนิ่งนั้นจะทำให้คุณสามารถรวมเลเยอร์ของวิดีโอและรูปภาพไว้ในฉากเดียวกันได้ โปรแกรม AFTER EFFECTS สามารถใช้ได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์ MAC OS และ WINDOWS 

ความเป็นมาของโปรแกรม ADOBE AFTER EFFECTS

AFTER EFFECTS

โปรแกรม AFTER EFFECTS ได้รับการพัฒนาในปี 1993 และหลังจากนั้น AFTER EFFECT เริ่มต้นได้รับความนิยมอย่างมาก โดยนักพัฒนารายแรก COMPANY OF SCIENCE AND ART (COSA) ได้สร้าง 2 เวอร์ชันด้วยฟังก์ชันบางประการที่อนุญาตให้ผู้ใช้สามารถสร้างเลเยอร์และแปลงคุณสมบัติต่าง ๆ ของเลเยอร์ได้

AFTER EFFECTS

ในปี 1994 ALDUS ก็ได้เข้ามาซื้อกิจการและหลังจากการเปิดตัวได้เพียงหนึ่งปีโปรแกรมก็ได้รับการพัฒนาคุณสมบัติใหม่ที่น่าทึ่ง เช่น การเรนเดอร์แบบหลายเครื่องและภาพเบลอจากการเคลื่อนไหว แต่ก่อนสิ้นปี 1994 ADOBE ก็ได้เข้ามาซื้อเทคโนโลยี AE และในปัจจุบันก็ยังเป็นเจ้าของอยู่

หลังจากนั้นแนวคิดเกี่ยวกับโปรแกรม AE ก็ทำให้ ADOBE ได้เปิดตัวซอฟต์แวร์ชั้นนำในอุตสาหกรรมต่าง ๆ กว่า 50 เวอร์ชัน โดยแต่ละเวอร์ชันจะมีฟังก์ชันใหม่ ๆ และบางเวอร์ชันจะมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นอื่นอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า ADOBE ได้สร้างซอฟต์แวร์ที่ดีที่สุด นอกจากนี้ในปี 2019 AFTER EFFECTS ได้รับรางวัล ACADEMY AWARD สำหรับความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์และทางเทคนิค ซึ่งข้อนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าโปรแกรม ADOBE AFTER EFFECTS มีประโยชน์และมีประสิทธิภาพมากเพียงใด

โปรแกรม AFTER EFFECTS ทําอะไรได้บ้าง?

โปรแกรม AFTER EFFECTS เป็นหนึ่งในโปรแกรมยอดฮิตจาก ADOBE บริษัทที่ให้บริการและจำหน่าย SOFTWARE สำหรับคอมพิวเตอร์รายใหญ่ของโลกที่เน้นการใช้งานเพื่อการออกแบบสร้างสรรค์เป็นหลัก โดย ADOBE AFTER EFFECTS มีความสามารถที่หลากหลาย แต่หลายคนคงกำลังสงสัยใช่ไหมคะว่า AFTER EFFECTS ทําอะไรได้บ้าง? ซึ่งโดยทั่วไปการใช้งาน AFTER EFFECTS จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ อนิเมชั่น (ANIMATION), เอฟเฟกต์ภาพ (EFFECT) และคอมโพสิต (COMPOSITING)

อนิเมชั่น (ANIMATION)

AFTER EFFECTS

จากข้อมูลข้างต้นทำให้ทราบว่าโปรแกรมสามารถสร้างผลงานประเภทอนิเมชั่นได้ โดยส่วนใหญ่การทําอนิเมชั่น AFTER EFFECT มักจะถูกเรียกว่า MOTION GRAPHICS ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างงานกราฟฟิกเคลื่อนไหว เช่น โลโก้ ข้อความ และรูปแบบกราฟิกอื่น ๆ หรืออธิบายให้เข้าใจก็คือการทำให้ภาพวาด 2 มิติเคลื่อนไหวได้ เหมือนกับการ์ตูนอนิเมชั่นที่หลาย ๆ คนชื่นชอบนั้นเอง ในปัจจุบันการทำอนิเมชั่น AE มักถูกนำไปใช้ผลิตเป็นสื่อในโลกออนไลน์มากยิ่งขึ้น เนื่องจากการประชาสัมพันธ์ด้วยการใช้ MOTION GRAPHIC จะสามารถช่วยอธิบายทำให้ผู้ชมเข้าใจเนื้อหาที่ผู้ผลิตต้องการสื่อสารได้ง่าย 

เอฟเฟกต์ภาพ (EFFECT) 

AFTER EFFECTS

โดยทั่วไปการผลิตภาพยนตร์หรือวิดีโอส่วนใหญ่มักจะใช้สำหรับสร้างเอฟเฟกต์ในภาพยนตร์และวิดีโอ หรือที่หลายคนเรียกว่า วิชวลเอฟเฟกต์ (VFX) ซึ่งเป็นการสร้างภาพสามมิติด้วยคอมพิวเตอร์ (CG หรือ 3D ANIMATION) พร้อมกับการถ่ายทำภาพยนตร์ในระบบดิจิทัลเพื่อช่วยทำให้ภาพดูมีความสมจริงมากยิ่งขึ้น การเพิ่มหิมะลงในฉากภาพยนตร์ หรือการทำให้เกิดไฟหรือน้ำในฉากวิดีโอ และการทำให้วัตถุดูเหมือนกลายเป็นของเหลว สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดจากการสร้างเอฟเฟกต์ด้วยโปรแกรม AFTER EFFECTS

ภาพคอมโพสิต (COMPOSITING)

AFTER EFFECTS

นำมาใช้สำหรับการจัดองค์ประกอบภาพดิจิทัล หรือที่หลายคนเรียกว่าคอมโพสิต (COMPOSITING) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเรียบเรียงวิดีโอหรือภาพหลาย ๆ ไฟล์ให้กลายเป็นไฟล์เดียวกัน ตัวอย่างเช่น รายการพยากรณ์อากาศที่พิธีกรกำลังรายงานสภาพอากาศในตำแหน่งด้านหน้าของพื้นหลังสีฟ้าหรือสีเขียวธรรมดา ในขณะที่ภาพคอมโพสิตจะแสดงแทนที่ฟ้าหรือสีเขียวที่กำหนดด้วยแผนที่สภาพอากาศ

ดาวน์โหลด AFTER EFFECTS

โปรแกรม AFTER EFFECTS เป็นโปรแกรมที่นำเสนอโดย ADOBE ภายใต้บริการสมัครสมาชิกของ CREATIVE CLOUD โดยมีราคาสำหรับการสมัครสมาชิกที่อาจจะแตกต่างกันไปเนื่องจากต้องมีการพิจารณาตามแบบแผนต่าง ๆ และนี่คือรายการแผนการสร้างสรรค์ของระบบคลาวด์ที่แตกต่างกัน

  • รายบุคคล
  • ธุรกิจ
  • นักเรียนและครู
  • โรงเรียนและมหาวิทยาลัย
AFTER EFFECTS

เมื่อคุณได้ตัดสินใจเลือกแผนการสร้างสรรค์ของระบบคลาวด์เรียบร้อยแล้ว คุณสามารถไปที่ ADOBE และลงชื่อสมัครเข้าใช้งานในรูปแบบการกำหนดราคาที่เหมาะกับความต้องการของคุณ สำหรับใครที่อยากใช้ AFTER EFFECTS ฟรี คุณสามารถดาวน์โหลด AFTER EFFECTS ได้ฟรีสำหรับช่วงทดลองใช้แบบจำกัดเวลา โดยคุณสามารถใช้โปรแกรมได้ฟรีสำหรับการสร้างกราฟิกเคลื่อนไหวและเอฟเฟกต์ภาพที่น่าทึ่งสำหรับภาพยนตร์ โทรทัศน์ วิดีโอ และเว็บไซต์ในระยะเวลา 7 วันเท่านั้น

ความแตกต่างระหว่าง AFTER EFFECTS และ PREMIERE

อย่างที่เราทราบกันดี AFTER EFFECTS และ PREMIERE PRO เป็นซอฟต์แวร์ตัดต่อวิดีโอที่ดีที่สุดของ ADOBE แต่หลายคนคงกำลังสงสัยใช่ไหมคะว่า ADOBE AFTER EFFECTS กับ PREMIERE แตกต่างกันอย่างไร? แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้ทั้ง 2 ซอฟต์แวร์แตกต่างกันก็คือคุณสมบัติเฉพาะตัวของซอฟต์แวร์

AFTER EFFECTS

โดยโปรแกรม AE เป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดสำหรับการสร้าง MOTION GRAPHIC ซึ่งรวมถึงกราฟิกเคลื่อนไหว เอฟเฟกต์พิเศษ (VFX) เอฟเฟกต์ข้อความ ฯลฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณไม่สามารถทำได้บน PREMIERE และการทำอนิเมชั่นข้อความนั้นค่อนข้างธรรมดาใน PREMIERE PRO แต่หากทำใน AFTER EFFECTS มันจะทำให้ผลงานคุณน่าทึ่งมากกว่า 

ส่วนในเรื่องของคุณสมบัติไทม์ไลน์และช่องสัญญาณเสียงอย่างง่ายของ PREMIERE PRO จะดีกว่า เพราะทำให้การตัดต่อวิดีโอทำได้ง่ายด้วยฟังก์ชันต่าง ๆ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น อย่างไรก็ตามการใช้ควบคู่กับ PREMIERE PRO จะทำให้ขั้นตอนการผลิตวิดีโอเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น 

 

ภาพจาก:

https://bit.ly/3sVZeJH
https://bit.ly/3eKbK6w
https://bit.ly/3JBUzT2
https://bit.ly/3FMMA39
https://bit.ly/32Gpo8o
https://bit.ly/3JvDYjP
https://bit.ly/3zm9yvI

ufabetเว็บตรง ไม่ผ่านเอเย่นต์