Categories
กราฟิก

Sony mirrorless กับ 7 เคล็ดลับของการใช้งานที่คุณอาจจะยังไม่รู้

หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่ชื่นชอบการใช้กล้องของ Sony ต้องไม่พลาดกับกล้อง Sony mirrorless ซึ่งเป็นหนึ่งในรุ่นกล้องที่พกพาสะดวก ถ่ายภาพได้ระดับมืออาชีพ ด้วยนวัตกรรมที่ล้ำสมัยราวกับกล้องของมืออาชีพ แต่ก็มีขนาดที่เล็กกว่าและใช้งานง่าย และแน่นอนว่าก่อนใช้งานกล้องคุณต้องเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการใช้ประโยชน์จากลูกเล่น หรือเมนูของกล้อง ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใช้งานหรือการเลเยอร์ระบบเมนูที่ซับซ้อน ซึ่งในบทความนี้จะพาคุณพบกับ 7 เคล็ดลับของการใช้งานกล้อง Sony mirrorless เพื่อการใช้งานให้ได้ประโยชน์สูงสุดที่คุณอาจจะยังไม่รู้ จะมีเคล็ดลับอะไรบ้าง มาติดตามกันเลยค่ะ

เหตุผลว่าทำไมต้องเลือกกล้อง Sony mirrorless

ช่างภาพหรือบุคคลทั่วไปที่ชื่อชอบการถ่ายรูป และเป็นเจ้าของกล้อง Sony mirrorless ต้องไม่พลาดกับ 7 เคล็ดลับของการใช้งานกล้องที่ช่างภาพมืออาชีพเลือกใช้ ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่รู้ แต่ก่อนจะไปดูเคล็ดลับเหล่านั้นเรามาดูข้อดีของกล้องรุ่นนี้กันก่อนเลยค่ะ

  • กล้อง Sony mirrorless เป็นกล้องขนาดเล็กแต่มีประสิทธิภาพสูงราวกับกล้องของมืออาชีพ ถ่ายภาพได้สวยในทุกสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะภายใต้สภาวะแสงที่เป็นปัญหาด้วยระบบเซนเซอร์ภาพขนาดใหญ่กว่าเดิมและเลนส์ที่สว่าง
  • มาพร้อมกับโปรเซสเซอร์ภาพอัจฉริยะ เพื่อรูปภาพที่คมชัดและมีนอยซ์ต่ำ แม้ไม่ใช้แสงแฟลช
  • มีระยะการโฟกัสที่ผ่านการคิดค้นอย่างดีช่วยให้เราสามารถสร้างโฟกัสเองได้
  • ใช้จอภาพแบบปรับเอียงเพื่อถ่ายภาพที่แตกต่าง โดยม่ต้องพึ่งช่องมองภาพ เราจึงเห็นมุมมองได้กว้างขึ้น

7 เคล็ดลับการใช้งานกล้อง Sony mirrorless ให้ได้ประโยชน์สูงสุด

สำหรับ 7 เคล็ดลับของการใช้งานกล้อง Sony mirrorless ที่ช่างภาพระดับมืออาชีพใช้กัน ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับวิธีการใช้ลูกเล่นหรือเมนูของกล้อง ซึ่งมีเคล็ดลับ ดังนี้

  • การใช้ปุ่มย้อนกลับ AF: การแยกปุ่มกดชัตเตอร์และส่วนควบคุมโฟกัสช่วยป้องกันไม่ให้เราถ่ายรูปพลาด นอกจากนี้ ยังเหมาะสำหรับการจัดองค์ประกอบภาพ เนื่องจากเราสามารถโฟกัสไปที่วัตถุที่อยู่ตรงกลางเฟรม แล้วจัดองค์ประกอบภาพใหม่ได้เลย
  • การปรับแต่งการควบคุม: ทำให้กล้องทำงานได้ดีขึ้น สำหรับกล้อง Sony มีปุ่มกำหนดเองหลายปุ่ม ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะมีปุ่มประมาณ 3-5 ปุ่มโดยจะอยู่รอบ ๆ ตัวกล้อง และสามารถตั้งค่าได้แทบทุกปุ่มที่มีในกล้อง อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้คุณเริ่มต้นด้วยการตั้งค่าปุ่มกำหนดเอง ‘C’ ก่อน
  • ปิดเสียงบี๊บทั้งหมด: ไม่มีอะไรน่ารำคาญไปกว่าการได้ยินเสียงกล้องจากการพยายามปรับโฟกัสภาพ ซึ่งเราสามารถปิดเสียงนั้นได้โดยไปที่ไอคอนกล่องเครื่องมือที่อยู่ส่วนท้ายของแท็บเมนูและเลือกเมนู ‘Audio Signals’
  • การใช้ DMF เพื่อผสมผสานโฟกัสอัตโนมัติและโฟกัสแบบ Manual: ช่างภาพที่ถ่ายภาพทิวทัศน์มักปรับโฟกัสภาพด้วยตัวเองประมาณ 80% ด้วยการเปลี่ยนโหมดโฟกัสของกล้องเป็น DMF (Direct Manual Focus) เราสามารถใช้ระบบโฟกัสอัตโนมัติของกล้องก่อนที่จะทำการปรับอย่างละเอียด โดยการหมุนวงแหวนปรับโฟกัสแบบ Manual บนเลนส์ นอกจากนี้การเปิดใช้งาน MF Assist จะช่วยให้กล้องซูมเข้าไปในฉากทันทีเมื่อเราเริ่มหมุนวงแหวนปรับโฟกัสบนเลนส์ ทำให้เราไม่ต้องกดปุ่มซูมหลาย ๆ ครั้ง
  • การใช้งานโหมดวิดีโอ: Sony เป็นหนึ่งในผู้นำด้านคุณภาพวิดีโอที่น่าทึ่งในระบบกล้องขนาดเล็กและกะทัดรัด ซึ่งตอนนี้กล้อง Sony mirrorless ส่วนใหญ่ถ่ายวิดีโอระดับความละเอียด 4K ได้ ซึ่งเราสามารถเข้าถึงการบันทึกวิดีโอได้แทบทุกโหมด โดยกดปุ่มบันทึกที่ด้านข้างของกล้อง หากไม่ต้องการถ่ายภาพด้วยคุณภาพระดับ 4K ก็สามารถเลือกถ่ายวิดีโอที่1080p ได้ ซึ่งความละเอียดเท่านี้จะช่วยให้ช่วงอัตราเฟรมกว้างขึ้น
  • การเปิดรับแสงและการลดสัญญาณรบกวน ISO สูง: การลดสัญญาณรบกวนแบบเปิดรับแสงจะสร้างภาพมืดที่สองเพื่อช่วยขจัดพิกเซลรบกวนภายในภาพ ในขณะที่การลดสัญญาณรบกวนที่ ISO สูงจะช่วยขจัดสัญญาณรบกวนออกจากภาพที่ถ่ายด้วยความไวแสงที่สูงขึ้น นอกจากนี้เรายังพบว่า Photoshop และ Lightroom ก็มีประสิทธิภาพในการกำจัดสัญญาณรบกวนจากรูปภาพด้วยเช่นกัน
  • Focus peaking: เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมสำหรับใช้งานกล้อง Sony เนื่องจากสิ่งนี้จะแสดงให้เราเห็นอย่างชันเจนถึงสิ่งที่เรากำลังโฟกัสโดยจะเน้นบริเวณที่มีสีคอนทราสต์สูง
Categories
เทคนิค

วิธีรีทัชฟันให้ขาวสว่าง สดใส สวยเป๊ะด้วยโปรแกรม Photoshop

ใคร ๆ ก็อยากมีรอยยิ้มที่สดใส แต่บางครั้งเวลาที่คุณถ่ายรูปยิ้มเห็นฟัน ต้องรู้สึกรำคาญทุกทีเวลามองเห็นฟันมีสีเหลือง แต่อย่ากังวลไปค่ะ เพราะทุกวันนี้เราสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ง่าย ๆ ด้วยโปรแกรม Photoshop โปรแกรมในตระกูล Adobe ที่มีความสามารถแก้ไขภาพถ่ายและภาพกราฟิก รวมถึงการใส่ Effect ต่าง ๆ และตัวหนังสือให้กับภาพ

Photoshop เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุคนี้ สำหรับการแก้ไขภาพถ่ายของคุณ แต่หากบางครั้งการใช้งาน Photoshop ก็ซับซ้อนเกินไปหรือใช้เวลาเรียนรู้นานเกินไป แต่โชคดีที่ในปัจจุบันได้มีบทความสอนการใช้งานในอินเตอร์เน็ตมากมาย

การรีทัช ถือเป็นขั้นตอนการทำงานพื้นฐานของโปรแกรม Photoshop มันคือวิธีการตกแต่งภาพเฉพาะจุดไม่ว่าจะเป็นการลบรอยสิวและจุดด่างดำบนใบหน้า, การทำฟันให้ขาวขึ้น, การทำให้หน้าใสขึ้น และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้วิธีรีทัช เพื่อเติมแต่งจินตนาการลงไปในภาพถ่ายเองได้ เช่น คุณอาจจะเปลี่ยนสีตา สีผมของนายแบบ/นางแบบ หรือทำการลดรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าให้นางแบบ/นายแบบก็ยังได้

คุณสามารถใช้โปรแกรม Photoshop แก้ไขสีฟันในภาพถ่ายได้ง่าย ๆ ในไม่กี่ขั้นตอนด้วยเทคนิคการรีทัชดิจิทัลระดับมืออาชีพ ภายในเวลาไม่กี่นาที ซึ่งการแก้ไขสีฟันในภาพถ่ายจะช่วยให้นางแบบ/นายแบบที่อยู่ในภาพนั้นมีรอยยิ้มที่สดใส ฟันขาวสว่าง สวยเป๊ะ โดยคุณสามารถเรียนรู้ขั้นตอนการแก้ไขสีฟันได้ง่าย ๆ ด้วยขั้นตอนที่อยู่ด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ

วิธีรีทัชฟันให้ขาวสว่างด้วย Photoshop ง่าย ๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน

คุณสามารถใช้เครื่องมือ Photoshop ในการแก้ไขสีฟันได้ ซึ่งการฟอกสีฟันจำเป็นต้องใช้เลเยอร์ในการปรับสีหรือความอิ่มตัวของสี จะช่วยให้คุณทำการฟอกสีฟันให้ขาวขึ้นได้ง่าย เพียงทำตามขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 เลือกฟันด้วยการใช้เครื่องมือ Lasso Tool : เปิดรูปภาพที่ต้องการแก้ไข แล้วซูมเข้าที่ฟันโดยกด CTRL (สำหรับ Windows) หรือ CMD (สำหรับ Mac) บนแป้นพิมพ์ พร้อมกับกดเครื่องหมาย + จนเห็นฟันได้อย่างชัดเจน จากนั้นเลือก Lasso Tool จากแถบเครื่องมือ (ทางลัด ‘L’) และวาดส่วนที่เลือกรอบๆ ฟัน ควรเลือกเลยมาริมฝีปากสักเล็กน้อย

ขั้นตอนที่ 2 เพิ่ม Adjustment Layer : ในแผง Layers ให้คลิกปุ่ม New Fill หรือ Adjustment Layer แล้วไปที่แสดงเมนูแบบเลื่อนลงหาตัวเลือกการปรับเลเยอร์ เลือกเมนู Hue/Saturation จากนั้นคุณจะเห็นเลเยอร์ Hue/Saturation ใหม่เหนือเลเยอร์พื้นหลังในแผงเลเยอร์

ขั้นตอนที่ 3 เริ่มฟอกสีฟัน : สำหรับการฟอกสีฟัน เราจะเน้นที่การลดฟันเหลืองที่เป็นปัญหา ในแผงคุณสมบัติของเลเยอร์ Hue/Saturation ให้คลิกตรงที่เมนู Master เพื่อเปิดเมนูแถบเลื่อนลง จากนั้นเลือกสีเหลืองในเมนูดร็อปดาวน์ ปรับลดความอิ่มตัวด้วยการลากตัวเลื่อนไปทางซ้าย แต่อย่าเลื่อนไปสุดที่ -100 คุณจะสังเกตเห็นว่าพื้นที่ฟันที่คุณได้เลือกไว้ก่อนหน้านี้เริ่มขาวขึ้น

ขั้นตอนที่ 4 การทำให้ฟันสดใส : เลือกเมนู Master อีกครั้งใน แล้วลากแถบเลื่อน Lightness ไปทางขวา ยิ่งลากไปมากเท่าไหร่ ฟันก็จะยิ่งสว่างขึ้นเท่านั้น

ขั้นตอนที่ 5 ทำการปรับเปลี่ยนขั้นสุดท้ายสำหรับส่วนที่เลือก : หากส่วนของฟันที่คุณเลือกไว้เลยไปที่ริมฝีปากมากเกินไปให้ทำการปรับแก้ไข ด้วยเลือกเลเยอร์มาสก์ แล้วเลือกเครื่องมือแปรงทาสีจากแถบเครื่องมือ (ทางลัด ‘ B ‘) ปรับการตั้งค่าให้แปลงเล็กลงตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้เลือกภาพขนาดย่อของมาสก์ในเลเยอร์แล้วหรือไม่ จากนั้นเริ่มทาสีด้วยสีดำบนส่วนที่สว่างกว่า ทาสีไปเรื่อย ๆ จนกว่าบริเวณที่สว่างกว่าบนริมฝีปากและปากจะหายไป นอกจากนี้คุณยังสามารถย้อนกลับมาดูการแก้ไขได้ หากเกิดความผิดพลาดให้ทาสีขาว แล้วสลับดูไปมาระหว่าง ‘ก่อนและหลัง’ โดยใช้ปุ่มลัด ‘ X ‘ เพื่อเปรียบเทียบ

โปรแกรมแก้ไขรูปถ่ายที่สามารถรีทัชฟันให้ขาวสว่างได้

นอกจากเครื่องมือ Photoshop แล้วยังมีโปรแกรมอีกมากมายที่สามารถรีทัชฟันสีให้ขาวสว่างได้ โดยวันนี้เราก็มี 2 โปรแกรมแต่งรูปภาพที่เรียบง่ายบนมือถือมาแนะนำทุกคน

  • Lightroom แอปพลิเคชันแก้ไขรูปภาพสำหรับช่างภาพที่ต้องการจัดการไลบรารีรูปภาพขนาดใหญ่ คุณสามารถทำได้ด้วย Lightroom คุณสามารถผสมผสานและรวมเงาและไฮไลท์ ทำให้ภาพที่มืดมน เบลอเพื่อให้ภาพดูคมชัด เพิ่มรายละเอียดและสีอ่อนลงเพื่อทำให้ภาพถ่ายโดดเด่น และอื่นๆ อีกมากมาย
  • Snapheal for Mac แอปพลิเคชันแก้ไขรูปภาพที่เป็นมากกว่าการแก้ไขและเพิ่มเลเยอร์ เป็นเครื่องมือที่สามารถลบวัตถุขนาดใหญ่หรือความไม่สมบูรณ์เล็กน้อยในรูปภาพ คุณยังสามารถใช้เครื่องมือภาพปรับแก้ไขรูปภาพได้ง่าย ๆ รวมถึงการรีทัชฟันให้ขาวสว่างอีกด้วย
Categories
มือใหม่

4 โปรแกรมตัดต่อวิดีโอบนมือถือสุดเจ๋ง เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก และสายคอนเทนต์ไม่ควรพลาด

วิดีโอกลายเป็นสื่อรูปแบบหนึ่งที่เหล่าคนทำงานสายคอนเทนต์ใช้เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ข้อมูล ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยในการสร้างวิดีโอ นั่นก็คือ โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ โดยสมัยนี้มีโปรแกรมตัดต่อวิดีโอให้เลือกใช้งานมากมาย ทั้งแบบเสียเงิน และแบบฟรี อีกทั้งเรายังสามารถเลือกใช้งานได้บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และบนมือถือ

ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้เลยว่า วิดีโอกลายเป็นสื่อรูปแบบหนึ่งที่สำคัญในการใช้เป็นเครื่องมือสำหรับทำการตลาดให้กับธุรกิจไม่ว่าจะเป็นช่องทางจาก Facebook และ Instagram Stories ไปจนถึง YouTube ผู้บริโภคล้วนแล้วต้องการดูวิดีโอเกี่ยวกับสินค้านั้น ๆ โดยตามรายงานจาก The State of Video Marketing ในปี 2019 โดย HubSpot กล่าวว่า ในความเป็นจริงแล้ว ผู้บริโภคกว่า 87% ต้องการดูวิดีโอเกี่ยวกับรายละเอียดสินค้าของแบรนด์เพิ่มเติม เพื่อช่วยให้การตัดสินใจซื้อนั้นง่ายขึ้น

หากคุณเป็นเหมือนเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมาก คุณอาจใช้โทรศัพท์เพื่อสร้างเนื้อหาวิดีโอของคุณได้ หรือใครที่ต้องเดินทางตลอดเวลา การใช้งานโปรแกรมตัดต่อวิดีโอบนมือถือถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้คุณสร้างวิดีโอได้อย่างสะดวกและรวดเร็วขณะเดินทาง แถมยังทำให้วิดีโอของคุณดูมีความเป็นมืออาชีพ ซึ่งวันนี้ผู้เขียนก็มี 4 โปรแกรมตัดต่อวิดีโอบนมือถือสุดเจ๋งมาแนะนำทุกคน ขอบอกก่อนเลยว่าโปรแกรมเหล่านี้ที่เราคัดเลือกมาล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ ช่วยให้เหล่าเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก และคนทำงานสายคอนเทนต์สามารถสร้างสรรค์ผลงานวิดีโอได้อย่างง่ายดาย

4 โปรแกรมตัดต่อวิดีโอบนมือถือสุดเจ๋ง ใช้งานง่าย สะดวกและรวดเร็ว

ในปัจจุบันโปรแกรมตัดต่อวิดีโอที่ให้ใช้งานฟรีมีหลากหลาย ไม่ว่าคุณจะตัดตัดต่อวิดีโอลง Facebook Instagram และYouTube โปรแกรมที่เราคัดเลือกมาในวันนี้จะช่วยให้คุณสามารถสร้างและแก้ไขวิดีโอบนอุปกรณ์มือถือได้อย่างง่ายดาย แถมยังสะดวกและรวดเร็ว มีให้เลือกใช้งานทั้งเวอร์ชั่นให้บริการฟรีและเวอร์ชั่นเสียเงินเพิ่มเติม เหมาะสำหรับเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก คนทำงานสายคอนเทนต์ รวมไปถึงผู้ที่ต้องการตัดต่อวิดีโอ โดยโปรแกรมตัดต่อวิดีโอเหล่านี้สามารถใช้งานได้ตั้งแต่การปรับขนาดฟุตเทจไปจนถึงการเพิ่มสติ๊กเกอร์ โลโก้สินค้า และการใส่ฟิลเตอร์ให้กับคลิปวิดีโอของคุณ

Quik

เริ่มกันที่โปรแกรมตัดต่อวิดีโอที่มีชื่อว่า Quik เป็นแอปพลิเคชันที่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขวิดีโอขณะเดินทาง เพียงคุณกดถ่ายวิดีโอ แล้วแก้ไข และโพสต์ลงใน Quik ก็จะช่วยให้คุณค้นหาฟุตเทจของคุณได้ง่ายขึ้น สามารถแก้ไขคลิปโดยอัตโนมัติ และเพิ่มช่วงการเปลี่ยนภาพวิดีโอได้ อีกทั้งยังสามารถแก้ไขฟุตเทจเดิมได้ด้วยตนเอง มีเพลงให้เลือกใส่ในวิดีโอได้กว่า 100 เพลง สามารถซิงค์วิดีโอกับเพลงโดยอัตโนมัติ มีแบบตัวอักษรข้อความและอีโมจิให้เลือกใช้หลากหลาย
พร้อมใช้งานสำหรับ iOS และ Android
ค่าใช้จ่าย : Quik สามารถใช้งานได้ฟรี แต่ผู้ใช้สามารถอัปเกรดเป็น GoPro Plus ระดับพรีเมียมได้ในราคา 179 ต่อเดือน พร้อมทดลองใช้งานฟรี 30 วัน

Splice

สำหรับมือใหม่เริ่มใช้งานโปรแกรมตัดต่อวิดีโอ เราขอแนะนำ Splice แอปพลิเคชันที่มีรูปแบบอินเทอร์เฟซที่ง่ายต่อการใช้งาน ถูกออกแบบมาเพื่อตัดแต่งและตัดครอบวิดีโอ มีสเปเชียลเอฟเฟกต์ รวมถึงฟังก์ชั่นอื่น ๆ มากมาย สามารถเลือกชื่อและรูปแบบการเปลี่ยนภาพของคุณได้ มีคลังเพลงและเสียงให้ใช้ฟรี สามารถซิงค์วิดีโอของคุณตามจังหวะเพลงประกอบได้ นอกจากนี้ Splice ถูกจัดให้อยู่ในอันดับสูงของ Apple Store สูง ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้งานจำนวนมาก
พร้อมใช้งานสำหรับ iOS
ค่าใช้จ่าย : สามารถใช้งานได้ฟรี

iMovie

สำหรับผู้ใช้ Apple คงจะเคยเห็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอนี้ภายใน iphone ของคุณ iMovie เป็นแอปพลิเคชันที่ถูกออกแบบมากเพื่อใช้สร้างและตัดต่อวิดีโอ ด้วยอินเทอร์เฟซแบบลากและวางที่ใช้งานง่าย ตัดคลิปวิดีโอได้อย่างรวดเร็ว เพิ่มเพลง และบันทึกเสียงพากย์ได้อย่างง่ายดาย วิดีโอมีความละเอียด 4K พร้อมเอฟเฟกต์และฟิลเตอร์วิดีโอให้เลือกใช้มากมาย ที่สำคัญไม่ติดลายน้ำ แต่ใช้งานได้เฉพาะในอุปกรณ์ Apple เท่านั้น
พร้อมใช้งานสำหรับ iOS
ค่าใช้จ่าย : สามารถใช้งานได้ฟรี

PicPlayPost

หากคุณกำลังมองหาโปรแกรมตัดต่อวิดีโอด้วยการสร้างวิดีโอจากรูปภาพ PicPlayPost ถือเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะแอปใช้งานง่าย ช่วยให้คุณสร้างสไลด์โชว์และภาพตัดปะอัตโนมัติได้ สามารถรวมรูปภาพ วิดีโอ และ GIF ได้สูงสุดถึง 365 รายการ พร้อมการอัปโหลดเสียงบรรยาย หรือเพลงประกอบ และปรับความเร็ววิดีโอได้ อีกทั้งยังสามารถเพิ่มลายน้ำแบบกำหนดเองและโลโก้แบรนด์ตลอดจนพื้นหลังที่กำหนดเองได้
พร้อมใช้งานสำหรับ iOS และ Android
ค่าใช้จ่าย : สามารถใช้งานได้ฟรี และสามารถซื้อเพิ่มเติมได้ภายในแอป

นี่คือโปรแกรมตัดต่อวิดีโอเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ในปัจจุบันยังมีโปรแกรมตัดต่อวิดีโอดี ๆ อีกมากมาย โปรแกรมที่เราคัดมานี้สามารถดาวน์โหลดไว้ในมือถือของคุณได้ฟรี ดังนั้นอย่ารอช้ารีบคว้าโทรศัพท์ของคุณ มากดดาวน์โหลดกันเลยค่ะ

Categories
เสียง

การมิกซ์เสียงพื้นฐานด้วย Premiere Pro CC สำหรับ Video Editor

นักตัดต่อวิดีโอ หรือ Video Editor หลายคนยอมรับว่าการตัดต่อวิดีโอให้น่าสนใจและโดดเด่นนั้น นอกจากเทคนิคการตัดต่อที่ดีแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญและขาดไม่ได้เลยนั้นก็ คือ เทคนิคการตัดต่อเสียงไม่ว่าจะเป็นการมิกซ์เสียง การเพิ่มเอฟเฟกต์ และการแก้ไขเสียงอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งบทความนี้จะแนะนำคุณเกี่ยวกับเทคนิคการมิกซ์เสียงขั้นพื้นฐานด้วย Premiere Pro CC ที่เหล่านัก Video Editor ใช้กัน

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอส่วนใหญ่ในปัจจุบันนอกจากจะใช้เป็นเครื่องมือการตัดต่อวิดีโอแล้ว ยังสามารถใช้แก้เสียงเสียงใส่ในวิดีโอได้อีกด้วย ซึ่งวันนี้เราขอแนะนำโปรแกรม Adobe Premiere Pro CC ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ใช้ในการตัดต่อวิดีโอและเสียง ใส่ Effect และ Transition ให้กับภาพและเสียง เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมตัดต่อวิดีโอที่ Video Editor หลายคนเลือกใช้งานในการสร้างสรรค์ผลงาน

การมิกซ์เสียงคืออะไร?

ก่อนที่จะไปดูเทคนิคการมิกซ์เสียงขั้นพื้นฐานด้วย Premiere Pro CC หลายคนคงกำลังสงสัยกันอยู่ใช่ไหมคะว่าการมิกซ์เสียงคืออะไร? วันนี้คำตอบอยู่ที่นี่แล้วค่ะ การมิกซ์เสียง คือ กระบวนการแก้ไขเสียงโดยการนำเสียงหลาย ๆ เสียงที่คุณต้องการมากรวมกันเป็นหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งช่อง หรือที่หลายคนเรียกกันว่า การปรับสมดุลของเสียงต่าง ๆ ที่อยู่ในเพลง ไม่ว่าจะเป็นเสียงร้องและเสียงดนตรี เพื่อให้ระดับเสียงทั้งความดัง-เบา, ระดับความถี่ และจังหวะของตำแหน่งเสียงนั้นเหมาะสมกับวิดีโอ สำหรับผู้ที่เริ่มต้นตัดต่อวิดีโอ หรือนัก Video Editor ควรจะต้องมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับเทคนิคการมิกซ์เสียงขั้นพื้นฐาน เพราะมันถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย สำหรับวิดีโอที่ประกอบด้วยภาพและเสียง เพราะเสียงจะทำให้ผู้รับสื่อเข้าใจสิ่งที่อยู่ในวิดีโอและทำให้วิดิโอของคุณน่าติดตามมากขึ้น

เทคนิคการมิกซ์เสียงขั้นพื้นฐานด้วย Premiere Pro CC

สำหรับเทคนิคการมิกซ์เสียงขั้นพื้นฐานสำหรับ Video Editor เราจะใช้โปรแกรม Premiere Pro CC โดยเริ่มต้นเปิด Premiere Pro ไปที่ “Window” เลือก “Workspaces” และเลือก “Audio” โปรแกรมก็จะแสดงแผงเสียงที่จำเป็นทางด้านขวาของพื้นที่การทำงาน จากนั้นเรามาดูเทคนิคการมิกซ์เสียงระดับมืออาชีพกันเลยค่ะ

การปรับ GAIN

เมื่อคุณนำเข้าคลิปเสียงไปยังโปรเจ็กต์แล้ว ให้สังเกตว่าตำแหน่งเสียงอยู่ตรงไหน หากเสียงอยู่ระดับมากกว่า 0 จะทำให้เสียงผิดเพี้ยน ระดับเสียงที่ดีควรอยู่ในช่วงประมาณ -24 ถึง -6 หากมีบทสนทนาเสียงควรอยู่ระหว่าง -18 ถึง -9 แล้วเริ่มต้นปรับ GAIN โดยปรับเฉพาะส่วนของบทสนทนา เมื่อตั้งค่าแทร็ก A-roll แล้ว ให้ปรับระดับแทร็กเสียงอื่น ๆ ทั้งหมดให้ตรงกัน ทั้ง GAIN และวอลลุ่ม(ความดังของเสียง) อย่างไรก็ตาม GAIN คือระดับอินพุตของคลิป และระดับเสียงคือเอาต์พุตของคลิป

การปรับระดับ Keyframing

เมื่อเสียงหลักของคุณได้รับการปรับแล้ว ต่อไปก็คือการเปลี่ยนไปใช้เสียงรอง ซึ่งมักจะเป็นเพลงที่คุณต้องการ ให้ดูตัวอย่างแทร็กของคุณแล้วปรับ GAIN ให้เหมาะสม แล้วใส่เพลงลงในไทม์ไลน์แล้วฟัง จากนั้นปรับระดับด้วยการแทรก Keyframing หรือช่องสำหรับกำหนดค่า เพื่อสร้างความเคลื่อนไหวในแต่ละช่วงเวลาให้กับคลิปวีดีโอจำเป็นต้องมีคีย์เริ่มต้น และคีย์สิ้นสุด คุณสามารถปรับคีย์เฟรมของคลิป หรือปรับคีย์เฟรมบนแทร็กทั้งหมดได้

จัดการเสียงรบกวน Ambience/Room Tone

ขณะถ่ายทำวิดีโอ อาจมีเสียงที่คุณไม่ต้องการเข้ามาอยู่ในคลิปที่นอกเหนือไปจากเสียง A-roll หากคุณอัดคลิปในห้อง ให้คุณบันทึกเสียงของห้องในตำแหน่งที่เสียงบริเวณสม่ำเสมอ จากนั้นนำเสียงนั้นมาวาง “band-aids” ในตำแหน่งที่ควรอยู่ หรือใช้เอฟเฟกต์เสียง “de-noiser” โดยการปรับแถบเลื่อนการลดเสียงตามความเหมาะสม ดังนั้นอย่าลืมเว้นพื้นที่ทำงานสำหรับเอาเสียงรบกวนออกด้วย แต่เสียงต้นฉบับยังคงอยู่

การปรับเสียงด้วย Crossfade

คลิปเสียงทุกคลิปในไทม์ไลน์ของคุณควรมีการทำทั้งสองแทร็กพร้อมกันสองแทร็ก นั่นคือ แทร็กแรกค่อย ๆ จางหายไปและเพลงที่สองก็ค่อย ๆ หายไป Crossfade จะมีเพียงไม่กี่เฟรมและครอบคลุมป๊อปอัปที่เกิดขึ้นเมื่อคลิปเสียงถูกตัดเข้าหรือออก เช่น เมื่อคุณเปิดประตูไปยังห้องอื่นพร้อมกับดนตรีที่แตกต่างกันจากนั้นก็เดินผ่านห้องนั้นไปเสียงก็จะค่อย ๆ หายไป

การปรับแต่งเสียงวิดีโอ (Panning)

สุดท้ายคือการปรับระบบเสียง Mono โดยการเล่นคลิปที่มีการเคลื่อนไหวข้ามเฟรมและฟังเสียง จากนั้นแพนเสียงตามทิศทางของการเคลื่อนไหวบนหน้าจอทำให้เสียงดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น กระบวนการนี้อาจส่งผลทางจิตวิทยาอย่างมีนัยสำคัญต่อผู้ฟัง

Categories
กราฟิก

ทฤษฎีการออกแบบกราฟิก Contrast หนึ่งในเครื่องมือที่สำคัญ สำหรับนักออกแบบและนักวาดภาพประกอบ

นักออกแบบกราฟิกมืออาชีพหลายคนคงจะรู้จักหรือเคยได้ยินเกี่ยวกับทฤษฎี Contrast มาแล้วบ้าง ซึ่งทฤษฎีนี้เปรียบเสมือนเครื่องมือที่สำคัญ สำหรับงานออกแบบกราฟิกที่นักออกแบบและนักวาดภาพประกอบหลายคนเลือกใช้ เพื่อทำให้งานของพวกเขาดูโดดเด่น และมีความเป็นมืออาชีพ นักออกแบบกราฟิกมือใหม่หรือคนทั่วไป อาจมองว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจความหมายของทฤษฎีนี้และวิธีนำไปใช้กับงานออกแบบสร้างสรรค์ แต่บทความนี้จะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจเกี่ยวกับทฤษฎี Contrast มากขึ้น

ทฤษฎี Contrast คือการเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างไม่ว่าจะเป็นสี, ขนาด, รูปร่าง และความคมชัดที่อยู่บนงานกราฟิก เมื่อองค์ประกอบภาพอยู่ใน Contrast ซึ่งกันและกัน จะเห็นได้ว่าภาพเหล่านั้นมีความแตกต่างกันอย่างไม่น่าเชื่อ ดังนั้นการออกแบบของคุณจะต้องมีจุดคอนทราสต์เพื่อช่วยดึงดูดสายตาของผู้ชมให้มากที่สุด

หลักการทำงานของทฤษฎีการออกแบบกราฟิก Contrast

จริง ๆ แล้วทฤษฎี Contrast เป็นทฤษฎีญาณวิทยาที่นำเสนอโดย Jonathan Schaffer ในปัจจุบันทฤษฎี Contrast ถูกนำไปใช้เป็นหลักการออกแบบที่หลากหลาย ไม่ใช่แค่กับงานเกี่ยวกับกราฟิกเท่านั้น แต่มันยังถูกนำไปใช้เกี่ยวกับการสร้างองค์ประกอบต่าง ๆ เข้าด้วยกันของงานด้านการดีไซน์ ซึ่งมีองค์ประกอบที่แตกต่างกัน แต่เมื่อนำมารวมกันกลับทำให้ดูเหมาะสมเกิดสมดุลระหว่างสองสิ่งและทำให้งานออกแบบของคุณนั้นดูโดดเด่นน่าสนใจยิ่งขึ้น

การเปรียบความต่างของขนาด

การเปรียบความต่างของขนาด Contrast ในองค์ประกอบต่าง ๆ ในงานออกแบบ เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการทำให้การออกแบบของคุณดูโดดเด่น ความแตกต่างของขนาดช่วยในการสร้างลำดับชั้นและเพิ่มความน่าสนใจให้กับภาพ ทำให้ภาพแสดงออกถึงความลึก และความหลากหลาย อย่างเช่นการวางสององค์ประกอบที่อยู่ติดกันและคล้ายกันทุกประการ แต่ยกเว้นขนาดเป็นวิธีเปรียบความต่างของขนาด อาจเป็นรูปภาพขนาดใหญ่และขนาดเล็กหรือแบบอักษรขนาดใหญ่และขนาดเล็ก เป็นต้น การเว้นพื้นที่สีขาวไว้รอบ ๆ วัตถุขนาดเล็กเป็นอีกวิธีหนึ่งในการลดขนาดคอนทราสต์

การเปรียบความต่างของสี

การเปรียบความต่างของสี หรือการ Contrast ระหว่างเฉดสี การใช้สีเป็นอีกหนึ่งวิธีการออกแบบที่จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจในการมองเห็นภาพ และแสดงให้เห็นถึงความลึก และความหลากหลายของภาพ ซึ่งเคล็ดลับดีๆ ที่ควรพิจารณาเมื่อใช้สีเพื่อเพิ่มคอนทราสต์ให้กับงานศิลปะมีดังนี้

  • ค่าคอนทราสต์สูงสุดที่คุณสามารถทำได้คือระหว่างขาว-ดำ
  • หากไม่ต้องการให้การจับคู่สีรู้สึกอึดอัด ควรหลีกเลี่ยงการใช้สีสองสีที่สว่างเกินไปหรือคล้ายกันเกินไป
  • หากนึกถึงสีอ่อนและเฉดสีที่คุณใช้อยู่ อย่าจับคู่สองสีที่มีสีสันสดใสเข้าด้วยกัน เพราะจะทำให้ผู้ชมมองเห็นจุดเด่นได้ยาก
  • ใช้วงล้อสีเป็นแนวทางในการจับคู่สีที่เข้ากันได้ดี เนื่องจากสิ่งเหล่านี้จะสร้างคอนทราสต์ที่สมบูรณ์แบบ

การใช้รูปทรงที่ตัดกันในการออกแบบ

การใช้รูปทรงที่ตัดกันในการออกแบบจะทำให้เกิด Contrast ความจริงแล้วการใช้รูปร่างมากเกินไปอาจทำให้การออกแบบของคุณดูรกและไม่มีความเป็นมืออาชีพ การใช้คอนทราสต์ของรูปร่าง จะทำให้องค์ประกอบโดยรวมของภาพดูโดดเด่น ซึ่งมีคำแนะนำดี ๆ ที่ควรพิจารณาเมื่อทำงานเกี่ยวกับ Shapes ดังนี้

  • การใช้รูปร่าง เช่น วงกลม จะสามารถช่วยดึงความสนใจของผู้ชมมายังองค์ประกอบที่สำคัญได้
  • หากคุณมีรูปทรงเรขาคณิตหลายแบบ แนะนำรูปร่างออร์แกนิกหนึ่งรูป ซึ่งจะทำให้ภาพโดดเด่นในทันที เป็นสิ่งนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งในการออกแบบโปสเตอร์และบทความข่าว
  • สามารถใช้รูปร่าง จะช่วยจัดรูปแบบและเพิ่มความสนใจให้กับงานศิลปะของคุณ

การเปรียบความต่างของการพิมพ์

การใช้ Contrast สำหรับการพิมพ์ เป็นการจัดกลุ่มขององค์ประกอบตัวอักษร หลังจากนั้นจึงใช้วิธีการออกแบบแบบดั้งเดิมไม่ว่าจะเป็นขนาด, สี, ระยะห่าง และรูปร่าง เพื่อสร้างคอนทราสต์ ซึ่งการใช้แบบตัวอักษรที่แตกต่างกันจะช่วยเพิ่มแรงดึงดูดในการอ่านได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งเคล็ดลับอันมีค่าที่ควรพิจารณามีดังนี้

  • การเพิ่ม Contrast with type สำหรับสำเนาจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของโครงสร้างด้านบรรณาธิการ
  • ตามกฎทั่วไป คุณไม่ต้องการใช้แบบอักษรเดียวกันตลอดการออกแบบก็ได้ เพราะมันจะทำให้งานออกแบบดูไม่มีอะไรที่โดดเด่นและอาจดูธรรมดาเกินไป
  • การใช้ตัวหนาในส่วนที่เป็นแนวคิดที่ต้องการเน้นย้ำ ช่วยให้ระดับความน่าสนใจได้ง่าย
  • การใช้ฟอนต์ที่แตกต่างกัน โดยปกติแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้มากกว่า 2 หรือ 3 แบบ เนื่องจากการออกแบบของคุณจะซับซ้อนเกินไปและทำให้อ่านยาก

นอกจากนี้คุณสามารถสร้างความแตกต่างของการพิมพ์ที่มีประสิทธิภาพโดยการเล่นกับองค์ประกอบพวกขนาด, สี, ระยะห่าง และรูปร่างของตัวอักษรได้ การปรับแต่งเหล่านี้จะทำให้เกิดความเปลี่ยงแปลงข้อความเล็กน้อย และสร้างสมดุลระหว่างข้อความและการสื่อสารกับผลกระทบทางสายตา จะทำให้มองเห็นจุดเด่นได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

Categories
เทคนิค

วิธีแก้ไขวิดีโอพื้นหลังสีเขียวด้วย Adobe Premiere Pro พร้อมเทคนิคการใช้ green screen อย่างมืออาชีพ

ทุกคนทราบหรือไม่ว่าฉากในภาพยนตร์แนวแอคชั่น แนวแฟนตาชี และอื่น ๆ อีกมากมาย ต้องมีฉากที่ต้องใช้พื้นหลังสีเขียว หรือแม้แต่วิดีโอทั่วไป เช่น วิดีโอโฆษณาสินค้า ก็ต้องถูกสร้างขึ้นด้วยการใช้ฉากพื้นหลังสีเขียว หรือที่เรียกว่า green screen โดยฉากพื้นหลังสีเขียวจะช่วยให้คนตัดต่อภาพยนตร์ หรือนักตัดต่อวิดีโอ สามารถสร้าง “วิชวลเอฟเฟกต์ (VFX)” ให้มีความสมจริงมากยิ่งขึ้น ด้วยกระบวนการทางคอมพิวเตอร์ที่มีขั้นตอนการทำงานที่พิถีพิถันและซับซ้อน เพื่อให้ผู้ชมภาพยนตร์หรือวิดีโอนั้น ๆ ไม่สามารถแยกได้ว่าส่วนไหนถ่ายจริง ส่วนไหนผ่านกระบวนการทางวิชวลเอฟเฟกต์มา

วิชวลเอฟเฟกต์ (VFX) ถูกนำมาใช้สร้างฉากที่ในความเป็นจริงไม่สามารถเกิดขึ้นได้ อย่างเช่น ฉากในหนังเดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ ฉากมังกรพ่นไฟมังกรพ่นไฟไปจนถึงฉากพ่อมดที่ร่ายคาถาก็ล้วนแล้วถูกสร้างขึ้นด้วยวิดีโอพื้นหลังสีเขียวที่ผสมผสาน chroma key กับอุปกรณ์ที่เหมาะสม คุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีแก้ไขวิดีโอพื้นหลังสีเขียวด้วย Adobe Premiere Pro และเทคนิคการใช้ Backdrops สีเขียวอย่างมืออาชีพได้ตามคำแนะนำด้านล่างนี้เลยค่ะ
วิธีแก้ไขวิดีโอพื้นหลังสีเขียวด้วย Adobe Premiere Pro

คุณสามารถเริ่มถ่ายวิดีโอฉากพื้นหลังสีเขียวได้ แม้ว่าคุณจะมีงบจำกัดก็ตาม หรือจะใช้อุปกรณ์ที่ดีที่สุด แต่คุณก็จะขาดการสร้างฟุตเทจที่ไม่สมจริงได้ หากคุณไม่มีเครื่องมือซอฟต์แวร์หลังการผลิตที่เหมาะสม ซึ่ง Adobe Premiere Pro เป็นหนึ่งในโปรแกรมตัดต่อวิดีโอที่ได้มาตรฐานและทันสมัย

นอกจากจะมีเครื่องมือมากมายสำหรับการแก้ไขสี การเปลี่ยนสี เสียง และอื่นๆ แล้ว ยังมีฟีเจอร์ในตัวที่ช่วยลดความซับซ้อนในการแก้ไขฟุตเทจ green screenได้ ส่วนใหญ่จะทำให้การลบหน้าจอสีเขียวเป็นไปโดยอัตโนมัติ และคุณยังสามารถปรับแต่งพื้นผิวฉากได้อย่างง่ายดาย Adobe Premiere Pro ช่วยแก้ไขวิดีโอพื้นหลังสีเขียวผ่านเครื่องมือ Ultra-Key โดยมีขั้นตอน ดังนี้

  • ลากและวางฟุตเทจไปยังหน้าไทม์ไลน์ แล้ววางฟุตเทจฉากพื้นหลังสีเขียวไว้ด้านบน
  • ค้นหาเครื่องมือ Ultra-Key ในแผงเอฟเฟกต์แล้วลากไปที่คลิป
  • ไปที่แผงควบคุมเอฟเฟกต์ เลือกตัวเลือกสี แล้วคลิกบนฉากหลังสีเขียว คุณจะสังเกตเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับวิดีโอของคุณ
  • เปลี่ยนเอาต์พุตจาก Composite เป็น Alpha Channel เครื่องมือนี้จะแสดงพื้นหลังที่เหลือที่คุณต้องนำออก
  • ใช้เครื่องมือ Matte Generation เพื่อปรับการตั้งค่าจนกว่าคุณจะลบพื้นหลังออกจนหมด
  • สุดท้าย ทำให้พื้นหลังของคุณดูเหมือนเป็นส่วนที่ไร้รอยต่อด้วยการเพิ่มเอฟเฟกต์ เช่น การเบลอหรือการไล่สี จากนั้น Render Timeline ของคุณ เพื่อให้เห็นว่าวิดีโอเล่นด้วยความเร็วเต็มที่

เทคนิคการใช้ green screen อย่างมืออาชีพ

ก่อนจะไปดูเทคนิคการใช้ Backdrops สีเขียวในการถ่ายวิดีโอ เรามาทำความรู้จักกับ green screen กันก่อนเลย ยิ่งคุณได้เข้าใจถึงประโยชน์และข้อจำกัดของมันมากเท่าไร คุณก็จะตั้งค่าการถ่ายทำและได้ฟุตเทจที่ดีที่สุด สำหรับการผลิตขั้นตอนต่อไปได้ง่ายขึ้น

การถ่ายภาพด้วยฉากสีเขียวเริ่มต้นด้วยการตั้งค่าพื้นหลังผ้าหรือทาสีผนังด้วยเฉดสีเขียวโดยเฉพาะ และใช้โปรแกรมการตัดต่อวิดีโอหลังขั้นตอนการผลิต ผู้สร้างภาพยนตร์มักใช้สีเขียว เนื่องจากสีนี้ตัดกับสีผิวของมนุษย์ได้อย่างชันเจน หลังจากที่เรารู้แล้วว่า green screen คืออะไรต่อไปเรามาดูเทคนิคการใช้ green screen อย่างมืออาชีพกันเลยค่ะ

  • ค้นหา green screen ที่เหมาะสมสำหรับการถ่ายวิดีโอของคุณ : ควรเลือกผ้าสีเขียวที่ไร้รอยยับ เนื่องจากรอยยับและตะเข็บอาจทำให้เกิดเงาที่รบกวนความสม่ำเสมอของสีได้ คุณจะต้องยืดผ้าบนเฟรมหรืออบไอน้ำเพื่อขจัดรอยยับ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าระหว่างการถ่ายวิดีโอผ้าจะต้องไม่ย่น นอกจากผ้าแล้วคุณยังสามารถใช้กระดาษสีเขียวที่ไม่มีรอยต่อ ไร้ตะเข็บไม่แพงมากได้ แต่ต้องดูแลและรักษาความสะอาดให้ดีด้วย
  • แสงสว่าง : แสงสว่างเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดเมื่อใช้ฉากหลังสีเขียว การสร้างแสงที่สม่ำเสมอทั่วทั้งพื้นผิวฉากสีเขียว เพื่อแยกระหว่างนักแสดงและพื้นหลัง ตามหลักการแล้วฉากสีเขียว ควรมีความสว่างระหว่าง 40% ถึง 50% หากคุณต้องการแน่ใจว่าคุณจัดแสงหน้าจออย่างถูกต้อง คุณสามารถใช้ตัวตรวจสอบรูปคลื่นได้ ความโค้งของรูปคลื่นจะแสดงให้คุณเห็นว่าแสงของคุณไม่สม่ำเสมอ และความหลากหลายของแสงกับแบ็คกราวด์จะทำให้วัตถุดูกลมกลืนสมจริงยิ่งขึ้น
  • การตั้งค่ากล้องที่เหมาะสมตามเนื้อผ้า : ความตั้งค่ารับแสงที่ f/5.6 ถึง f/8 จะให้ระยะชัดลึกที่ดี พื้นหลังจะเบลอพอที่จะทำให้พื้นผิวที่ขัดแย้งกับวิดีโอของคุณดูเรียบขึ้น
  • ควรหลีกเลี่ยงการเสื้อผ้าสีเขียว : ให้หลีกเลี่ยงการใช้สีเขียวบนอุปกรณ์ประกอบฉาก หรือบนตัวนักแสดง หลีกเลี่ยงสีอื่นๆ ที่มีโทนสีเขียวเล็กน้อยด้วย นอกจากนี้ ให้ระวังแสงสะท้อนสีเขียวบนอุปกรณ์ประกอบฉากและองค์ประกอบอื่นๆ

สนับสนุนโดย: ไฮโลไทย แทงไฮโลไทย เว็บตรง ได้เงินจริง ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ HILO-88

Categories
มือใหม่

ทำความรู้จักกับ SONY VEGAS ซอฟต์แวร์ตัดต่อวิดีโอยอดนิยมตลอด 20 ปี

SONY VEGAS หรือ VEGAS PRO เป็นซอฟต์แวร์ที่เปิดจำหน่ายครั้งแรกในช่วงปี 2546 หรือเมื่อประมาณ 21 ปี ซึ่งซอฟต์แวร์ดังกล่าวเป็นซอฟต์แวร์สำหรับตัดต่อวิดีโอ ที่ทั้งมือใหม่ และมืออาชีพเลือกใช้เป็นจำนวนมาก และวันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับซอฟต์แวร์นี้ให้มากขึ้น รวมทั้งไปดูกันว่าปี 2024 นี้ เขามีอะไรใหม่มาให้เราบ้าง

SONY VEGAS มี 3 ออปชั่นให้เลือก อันไหนตอบโจทย์กดซื้อได้เลย

SONY VEGAS

SONY VEGASเป็นซอฟต์แวร์ตัดต่อวิดีโอที่ปัจจุบันเขาก็เดินทางมาถึง VEGAS PRO 21 แล้วเป็นที่เรียบร้อย และมันนับว่าเป็นโปรแกรมที่ถูกพัฒนามาให้ตอบโจทย์ตั้งแต่งานตัดต่อง่าย ๆ เช่น คลิป YOUTUBE, หนังสั้น, มิวสิควิดีโอ ไปจนถึงภาพยนตร์ที่ใส่วิชวลเอฟเฟคหนัก ๆ ก็ทำได้เหมือนกัน ดังนั้นใครที่สงสัยว่าโปรแกรมนี้ฟรีไหมจึงตอบตรงนี้ได้เลยว่า มันไม่ฟรีอย่างแน่นอน และปัจจุบัน VEGAS PRO มี 3 ออปชั่นให้เลือก ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

SONY VEGAS

VEGAS PRO EDIT

VEGAS PRO EDIT จะมาพร้อมเครื่องมือในการตัดต่อระดับมืออาชีพ, เครื่องมือระบบเสียงแบบครบวงจร, COMPOSITING (การจัดองค์ประกอบของงานภาพเคลื่อนไหว), แต่งสีวิดีโอ รวมไปถึงเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณภาพของคุณดีขึ้น และในส่วนของฟีเจอร์ AI ที่ช่วยให้การทำงานที่รวดเร็วขึ้นเขาก็มีมาให้เช่นเดียวกัน เช่น 

  1. AI SMART MASK 2.0 ที่จะเข้ามาช่วยเรื่องการมาสก์อัตโนมัติ ให้คุณสามารถสลับฉาก ลบพื้นหลัง ลบนักแสดง หรือวัตถุอื่น ๆ ในวิดีโอ แบบที่คุณไม่จำเป็นต้องนำแบบแมนนวล หรือต้องถ่ายวิดีโอกับ GREEN SCREEN 
  2. AI-POWERED COMPOSITING ช่วยให้คุณสามารถเพิ่ม TITLES, OBJECTS และ EFFECTS ระหว่างเลเยอร์พื้นหน้าและหลังของวิดีโอ ด้วย AI ช่วยให้ประหยัดเวลาในการทำ COMPOSITING มากขึ้น
  3. AI TEXT – BASED EDITING แปลงเสียงในฟุตเทจให้เป็นข้อความ อีกทั้งยังสามารถตัดส่วนที่ขาด เติมคำที่ต้องการเข้าไปในวิดีโอได้อีกด้วย และที่น่าสนใจกว่านั้นคือการตัดวิดีโอด้วยการลบข้อความหรือประโยคนั้นออก โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องไปยุ่งกับฟุตเทจ
  4. SPEECH TO TEXT AND BACK อีกหนึ่ง AI ที่จะช่วยให้คุณทำงานง่ายขึ้น ด้วยการเปลี่ยนเสียง ให้เป็นคำบรรยาย หรือเปลี่ยนคำบรรยาย ให้เป็นเสียงพากย์ ที่สำคัญยังรองรับภาษามากถึง 70 ภาษาเลยทีเดียว
SONY VEGAS

VEGAS PRO SUITE

VEGAS PRO SUITE ถูกพัฒนาให้มือเครื่องมือในการตัดต่อที่ครบครัน เหมาะกับการ ตัดต่อวิดีโอ การออกแบบเสียง การทำเพลง และ MOTION TRACKING ดังนั้นเพื่อให้คุ้มค่ากับการลงทุน เราจึงอยากแนะนำตัวโปรแกรมนี้ให้กับผู้ที่ทำงานสาย MV หนังสั้น และภาพยนตร์ เป็นต้น 

เพราะคุณจะได้รับทั้งคุณสมบัติการติดต่อทั้งหมดของ VEGAS PRO EDIT รวมไปถึง SOUND FORGE AUDIO STUDIO, ACID MUSIC STUDIO และ MOCHA VEGAS ที่จะมีเพิ่มเติมมาให้ใน VEGAS PRO SUITE นั่นเอง ที่พิเศษไปกว่านั้นมันยังมาพร้อมฟีเจอร์ BORIS FX PROMATTE STUDIO ซึ่งเป็นการแต่งสี CHROMA KEY ที่ถูกใช้ในหนังชื่อดังหลาย ๆ เรื่องเช่น LORD OF THE RINGS, HARRY POTTER และ SPIDER – MAN

SONY VEGAS

VEGAS PRO POST

SONYVEGASPRO ระดับเทพที่สุดในเวลานี้คือ VEGAS PRO POST ซึ่งเป็นโปรแกรมที่พัฒนามาให้คุณสามารถทำงานระดับมืออาชีพแบบ END TO END บนสื่อทุกประเภท รวมถึง VFX ขั้นสูงในรูปแบบ 2D และ 3D โดยผู้ที่ซื้อตัวโปรแกรมไป VEGAS PRO POST คุณจะได้รับฟีเจอร์ทั้งหมดใน VEGAS PRO EDIT และ VEGAS PRO SUITE 

ในขณะเดียวกันก็ปลดล็อกแอนิเมชันคีย์เฟรมเพิ่มเติม, ฟีเจอร์ IMAGE COMPOSITING, มีพรีเซ็ต และ VISUAL EFFECTS ให้เลือกมากกว่า 800 รายการ, โมเดล 3 มิติ, ADVANCE PARTICLE GENERATOR และอื่น ๆ อีกมากมาย 

SONY VEGAS ราคาเริ่มต้นเพียง 99 เหรียญต่อเดือนเท่านั้น

SONY VEGAS

สำหรับใครที่อยากจะเป็นเจ้าของ หรือกำลังจะตัดสินใจซื้อSONY VEGASมาไว้ใช้งาน เราอยากแนะนำให้รีบตัดสินใจซื้อก่อนวันที่ 1 พฤษภาคม 2024 นี้ เพราะช่วงนี้ทางผู้จัดจำหน่ายกำลังจัดโปรโมชันลดราคาทั้ง 3 แพ็กเกจเลย โดย VEGAS PRO จะมีทั้งแบบซื้อถาวร, ซื้อตัวอัปเกรดแบบถาวร, สมาชิก 2 ปี, สมาชิก 1 ปี, และสมาชิกรายเดือน ซึ่งราคาของ VEGAS PRO EDIT เริ่มต้นเพียงเดือนละ 99 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อเดือนเท่านั้น

BUY NOW: VEGAS PRO

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
เสียง

เคล็ดลับเริ่มต้นการเป็นโปรดิวเซอร์เพลงที่คนทำเพลงไม่ควรพลาด

หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่ใฝ่ฝันอยากจะทำเพลง หรืออยากประกอบอาชีพโปรดิวเซอร์เพลง คุณควรจะมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกระบวนการผลิตเพลงเสียก่อน ซึ่งคำแนะนำที่ดีที่สุดมักจะมาจากผู้ที่เคยประสบความสำเร็จจากการทำเพลงมาแล้วไม่ว่าจะเป็นศิลปิน โปรดิวเซอร์ และดีเจที่โด่งดังที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งในประเทศไทยมีโปรดิวเซอร์เก่ง ๆ มากมาย เช่น เอ้ BOTCASH, Prod. By NINO เป็นต้น หากคุณได้เคยอ่านบทสัมภาษณ์ของโปรดิวเซอร์ที่ชื่นชอบ คุณอาจรู้สึกประหลาดใจที่คำแนะนำเหล่านั้นฟังดูทั่วไป แต่ในท้ายที่สุดแล้วมันจะมีผลเชิงบวกในการผลิตเพลงของคุณในอนาคต รวมถึงเพิ่มความมั่นใจของคุณในฐานะโปรดิวเซอร์เพลงแน่นอน

การผลิตเพลงเป็นการแสดงออกถึงความคิดที่สร้างสรรค์ และแสดงออกถึงความเป็นตัวคุณ ใครที่กำลังอยากที่จะเริ่มต้นผลิตเพลงเป็นของตัวเองต้องศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการผลิตเพลงให้ดี ซึ่งการเรียนรู้การผลิตเพลงไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณมีเป้าหมายที่ชัดเจนในสิ่งที่คุณต้องการ และรู้จักที่จะเรียนรู้วิธีการทำเพลง รวมถึงซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบทความนี้จะแนะนำเคล็ดลับเริ่มต้นง่าย ๆ สำหรับคนที่อยากประกอบอาชีพโปรดิวเซอร์เพลง

เคล็ดลับเริ่มต้นเป็นโปรดิวเซอร์เพลงอย่างมืออาชีพ

ตำแหน่งในอุตสาหกรรมดนตรีที่ขาดไม่ได้เลย นั่นคือ โปรดิวเซอร์เพลง หากขาดพวกเขาเหล่านี้แน่นอนเลยว่าเราจะไม่มีเพลงที่ยอดเยี่ยมฟังเหมือนทุก ๆ วันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเพลงไทย หรือเพลงต่างประเทศ ล้วนต้องมีโปรดิวเซอร์ที่ควบคุมการผลิตเพลงตั้งแต่ควบคุมการบันทึกเสียง ให้คำแนะนำและแนวทางกับนักดนตรี จัดการและวางแผนงานการผลิตทั้งค่าใช้จ่ายและทรัพยากร ดูแลจัดการการบันทึกเสียง การผสมเสียงและขั้นตอนการการทำต้นฉบับ ซึ่งอาชีพนี้เป็นอาชีพในฝันของใครหลาย ๆ คน สำหรับเคล็ดลับเริ่มต้นง่าย ๆ สู่การเป็นโปรดิวเซอร์เพลงมืออาชีพ มีดังนี้

เรียนรู้โปรแกรมที่ช่วยในการผลิตเพลง DAW

สิ่งที่คนเริ่มต้นโปรดิวเซอร์เพลงต้องมีเลยก็คือ คอมพิวเตอร์และเวิร์กสเตชันเสียงดิจิทัล (DAW) ซึ่ง DAW เป็นซอฟต์แวร์ประเภทหนึ่งที่ใช้ในการผลิตเพลง มีความสามารถในการบันทึก และการผลิตมิกซ์เสียง อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือบันทึกเสียงสำหรับสตูดิโอบันทึกเสียงแบบอนาล็อก

เพลงที่คุณเคยได้ยินอาจฟังดูซับซ้อน แต่ทุกเพลงสามารถแบ่งออกเป็นองค์ประกอบต่างๆ ได้ ซึ่งแนวคิดนี้แสดงให้เห็นได้ง่ายที่สุดโดยดูการแสดงเพลงอะคูสติกสด เช่น “Muscle Memory” by Lights คุณสามารถบันทึกได้โดยใช้สองแทร็กภายใน DAW นั่นคือ อันหนึ่งสำหรับเสียงร้อง และอีกอันสำหรับกีตาร์

เห็นได้ชัดว่าเพลงถูกสร้างขึ้นโดยการซ้อนเสียงต่างๆ เข้าด้วยกัน แต่การจะทำเช่นนี้ได้คุณต้องมี DAW เพื่อใช้รับข้อมูลทางเทคนิคสำหรับการผลิตเพลง คุณควรเลือกใช้ DAW เวอร์ชันที่คุณสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบายที่สุด ซึ่ง DAW ทุกเวอร์ชันจะช่วยให้คุณทำสิ่งเดียวกันได้ไม่มากก็น้อย ดังนั้นการเรียนรู้การใช้งาน DAW ทั้งภายในและภายนอกจึงเป็นสิ่งจำเป็น

การเริ่มต้นเขียนเพลงแรกของคุณ

นักโปรดิวเซอร์เพลงหลายคนแนะนำให้สร้างเพลงแรกโดยการใช้ลูปทั้งหมด ซึ่งลูปคือไฟล์เสียงที่มีเสียงหลายเสียงที่จะเล่นซ้ำกันเมื่อเล่นซ้ำ แนวคิดในที่นี้จะทำให้เกิดความคุ้นเคยกับการจัดโครงสร้างเพลงเป็นส่วนต่าง ๆ ยกตัวอย่างในเพลง EDM มักจะมีโครงสร้างของเพลงที่ประกอบด้วย intro, breakdown, buildup, drop, interlude, breakdown, buildup, drop, outro การฝึกเรียงลูปก่อให้เกิดวิวัฒนาการ เมื่อเข้าใกล้กระบวนการผลิตเพลง คุณจะไม่พลาดรายละเอียดเล็ก ๆ นี้

การเรียนรู้เกี่ยวกับทฤษฎีดนตรี

นักโปรดิวเซอร์เพลงที่ดีควรรู้จักการศึกษาแนวปฏิบัติและความเป็นไปได้ของดนตรี เพราะมันเกี่ยวข้องกับวิธีการและแนวความคิดที่ผู้แต่งเพลงส่วนใหญ่ใช้ในการสร้างเพลง ซึ่งทฤษฎีดนตรีเป็นสิ่งที่คุณสามารถเรียนรู้ต่อไปได้ตลอดชีวิต และมีทฤษฎีดนตรีพื้นฐานที่จะช่วยให้คุณเขียนเพลงได้ เพลงส่วนใหญ่ที่คุณได้ยินนั้นค่อนข้างง่ายถ้ามองจากมุมมองทางทฤษฎีดนตรี เราแนะนำให้ลองอ่านหนังสือ Music Theory for Computer Musicians โดย Michael Hewitt มันจะช่วยให้คุณเข้าสู่ทฤษฎีดนตรีตั้งแต่เริ่มต้น

การเรียนรู้เกี่ยวกับการออกแบบเสียงและการผสมเสียง

นักโปรดิวเซอร์เพลงมืออาชีพต้องมีความรู้เกี่ยวกับการออกแบบเสียงและการผสมเสียง เพราะถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญสำหรับการผลิตเพลง การออกแบบเสียงเป็นศิลปะและแนวปฏิบัติในการสร้างแทร็กเสียงสำหรับความต้องการที่หลากหลายทั้งการบันทึกและสังเคราะห์เสียงเพื่อใช้ในเพลง โทรทัศน์ ภาพยนตร์ และวิดีโอเกม ส่วนการผสมเสียงเมื่อคุณเขียนเพลงสองสามเพลงแล้ว คุณจะรู้ว่าถึงแม้การเรียบเรียงจะดี แต่เพลงก็ยังเหมือนขาดอะไรไป ดังนั้นการเรียนรู้การผสมเสียงจะช่วยให้คุณ Mix & Mastering เพลงได้ดีขึ้น ซึ่ง Mix เป็นการกระบวนการของการรวมองค์ประกอบต่างๆ ของเพลงเข้าด้วยกัน และMastering เป็นขั้นตอนรวบรวมเพลงทุกเพลงในหนึ่งอัลบั้มเเละนํามันมาทําให้ได้เข้ากันได้ดีที่สุดเพื่อเผยแพร่

Categories
กราฟิก

แต่งรูปให้สวยระดับมืออาชีพด้วย 5 โปรแกรมแต่งรูปฟรี ใช้งานง่าย

นักตัดต่อรูปภาพ และช่างภาพหลายคนคงคุ้นเคยกับโปรแกรมแต่งรูปอย่าง Adobe Lightroom หรือ Photoshop มากกว่าโปรแกรมแต่งรูปทั่วไป แต่ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ชื่นชอบโปรแกรมเหล่านั้น เพราะมันมีคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมใช้งานง่าย แต่บางโปรแกรมอาจจะต้องเสียเงินซื้อเพิ่มเติม ซึ่งมันเป็นสิ่งที่นักตัดต่อรูปภาพ และช่างภาพหลายคนไม่ค่อยชื่นชอบสักเท่าไร

มีผู้คนมากมายต่างต้องการใช้โปรแกรมแต่งรูป เพื่อแก้ไขภาพถ่ายให้สวยงามและโดดเด่น แต่ก็ไม่อยากถูกการเรียกเก็บเงินรายเดือนหรือต้องชำระเงินล่วงหน้า ดังนั้นหลายคนจึงต้องการค้นหาโปรแกรมแต่งรูปฟรี และต้องการโปรแกรมที่มีความสามารถเท่าเทียมกับโปรแกรมเสียเงินในการทำงาน ซึ่งโชคดีที่ปัจจุบันนี้มีโปรแกรมแก้ไขรูปภาพให้เลือกใช้งานมากมายทั้งบนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และบนอุปกรณ์มือถือ แถมบางโปรแกรมยังใช้งานง่ายเหมาะสำหรับมือใหม่ และบทความนี้จะพาคุณเข้าไปรู้จักกับ 5 โปรแกรมแต่งรูปฟรีที่มีคุณสมบัติที่น่าทึ่งและใช้งานง่าย ส่วนจะมีโปรแกรมอะไรบ้างนั้น มาติดตามกันเลยค่ะ

5 โปรแกรมแต่งรูปฟรี ด้วยฟังก์ชันการทำงานระดับมืออาชีพ ใช้งานง่าย

ปัจจุบันมีโปรแกรมแต่งรูปฟรีมากมายทั้งบนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และบนอุปกรณ์โทรศัพท์ นั่นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะค้นหาโปรแกรมแต่งรูปฟรีที่มีคุณสมบัติยอดเยี่ยม เพราะโปรแกรมที่มีคุณสมบัติระดับมืออาชีพมักจะต้องถูกการเรียกเก็บเงินรายเดือนหรือต้องชำระเงินล่วงหน้าเท่านั้น และโปรแกรมเวอร์ชัน “ฟรี” มักจะมีระดับการทำงานที่แตกต่างกัน ดังนั้นวันนี้เราจึงมีได้ค้นหาโปรแกรมแต่งรูปฟรีที่มีฟังก์ชันการทำงานระดับมืออาชีพ ซึ่งมีทั้งหมด 5 โปรแกรม ดังนี้

Fotor

เป็นโปรแกรมแต่งรูปฟรีที่เหมาะสำหรับการแก้ไขรูปภาพอย่างรวดเร็ว ด้วยตัวกรองระดับพรีเมียม การประมวลผลภาพเป็นชุด และตัวเลือกการส่งออกมีความละเอียดสูง พร้อมด้วยฟิลเตอร์ระดับไฮเอนด์ที่ยอดเยี่ยม ตัวอย่างเช่น การปรับแต่งสีแบบวินเทจและสีสันสดใส นอกจากนี้คุณเครื่องมือการใช้งานไม่มีความซับซ้อน รองรับการทำงานบนอุปกรณ์ Windows, macOS, Linux (ในเบราว์เซอร์) แต่มีข้อเสียคือไม่รองรับปลั๊กอิน

Photo Pos Pro

เป็นโปรแกรมที่มีอินเทอร์เฟซอัจฉริยะ โดยเครื่องมือทุกอย่างจัดเรียงอย่างสมเหตุสมผลและสม่ำเสมอ โปรแกรมที่ทั้ง ทั้งเลเยอร์และเลเยอร์มาสก์สำหรับการแก้ไขที่ซับซ้อน รวมถึงเครื่องมือสำหรับปรับส่วนโค้งและระดับการปรับแต่ง แต่น่าเสียดายที่มันส่งออกรูปได้สูงสุด 1,024×1,024 พิกเซลเท่านั้น และรองรับการทำงานแค่บนอุปกรณ์ Windows เท่านั้น

Pixlr X

คือโปรแกรมที่ใช้ HTML5 ซึ่งหมายความว่าสามารถทำงานในเบราว์เซอร์สมัยใหม่ได้ มีคุณสมบัติสามารถเปลี่ยนแปลงสีและความอิ่มตัวของสี ทำให้ภาพคมชัดและเบลอ ใช้เอฟเฟกต์ขอบมืดและเฟรม และรวมภาพหลายภาพเข้าด้วยกันได้ นอกจากนี้ยังมีการรองรับเลเยอร์อีกด้วยที่สำคัญรองรับการทำงานบนอุปกรณ์ Windows, macOS, Linux (ในเบราว์เซอร์)

PhotoScape

โปรแกรมแต่งรูปฟรีที่มีเครื่องมือและฟีเจอร์ที่ค่อนข้างล้ำหน้า มากมายไม่ว่าจะเป็นการแปลงไฟล์ดิบ การแยกและการรวมรูปภาพ ดังนั้นจึงเป็นตัวเลือกที่ดีหากคุณต้องการปรับระดับ เพิ่มความคมชัด หรือเพิ่มฟิลเตอร์อ่อนๆ ให้กับรูปภาพ นอกจากนี้ยังสามารถสร้าง GIF แบบเคลื่อนไหว และมีฟังก์ชันที่คุณสามารถพิมพ์กระดาษแบบมีเส้น กราฟ หรือแผ่นโน้ตเพลงได้ รองรับการทำงานแค่บนอุปกรณ์ Windows เท่านั้น

Adobe Photoshop Express Editor

เป็นโปรแกรมแต่งรูปจากบริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์แก้ไขรูปภาพชั้นนำของโลกอย่าง Adobe โปรแกรมนี้มีตัวกรองขั้นสูง แก้ไขรูปภาพออนไลน์ได้ฟรี ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้มีเครื่องมือมากมายเท่ากับคู่แข่งบางราย แต่ทุกอย่างก็ได้รับการพัฒนาให้สมบูรณ์แบบต่อการใช้งาน แต่มีข้อเสียเพียงอย่างเดียว คือข้อจำกัดเกี่ยวกับขนาดและประเภทของไฟล์ที่อัปโหลด เนื่องจากรองรับเฉพาะรูปภาพในรูปแบบ JPG ที่ต่ำกว่า 16MB และการขาดการสนับสนุนสำหรับเลเยอร์ รองรับการทำงานบนอุปกรณ์ Windows, macOS, Linux (ในเบราว์เซอร์)

สิ่งที่ต้องพิจารณาในการเลือกโปรแกรมแก้ไขภาพฟรี

สำหรับการเลือกโปรแกรมแต่งรูปฟรี สิ่งแรกที่คุณต้องพิจารณาคือระดับความมั่นใจและประสบการณ์ของคุณ ซึ่งการใช้งานโปรแกรมแต่งรูปคุณต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือขั้นพื้นฐานของการตัดต่อภาพเสียก่อน เช่น วิธีการปรับปรุงสี เครื่องมือออนไลน์แบบง่าย ๆ อาจจะมีคุณสมบัติที่สมบูรณ์แบบ ทำให้คุณมีตัวเลือกมากมาย ที่สำคัญคุณควรพิจารณาด้วยว่าคุณจะใช้งานรูปภาพที่ส่งออกรูปแบบใด (JPG, PNG, TIF, BMP, GIF) ซึ่งโปรแกรมแต่งรูปฟรีส่วนใหญ่มักจะส่งออกได้เฉพาะภาพในรูปแบบ JPG และมีความละเอียดค่อนข้างต่ำเท่านั้น แต่หากคุณต้องการรูปภาพที่มีความละเอียดสูงเราขอแนะนำโปรแกรม Fotor ที่สามารถให้คุณส่งออกรูปภาพในรูปแบบ JPG, PNG และPDF ด้วยความละเอียดสูง

Categories
เทคนิค

5 แอปพลิเคชันสุดเจ๋ง แต่งรูปเท่ ๆ บนมือถือที่คุณไม่ควรพลาด

สำหรับใครที่ชื่นชอบการถ่ายรูป หรือเซลฟี่ด้วยสมาร์ทโฟนของคุณ คุณต้องไม่ควรพลาดที่จะดาวน์โหลดแอปพลิเคชันแต่งรูปเท่ ๆ ติดเครื่องสมาร์ทโฟนของคุณไว้ ซึ่งแอปพลิเคชันเหล่านี้จะพาคุณเข้าไปสัมผัสกับถ่ายภาพที่สวยงาม แลแปลกใหม่ ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับรูปภาพนั้น ๆ

เราเชื่อว่าทุกคนต้องมีสมาร์ทโฟนดีๆ ของคุณเองสักเครื่อง และแต่ละเครื่องจะมีกล้องดี ๆ ไว้ใช้ถ่ายรูปและเซลฟี่ แต่เคล็ดลับที่จะช่วยให้ภาพถ่ายของคุณนั้นดูดียิ่งขึ้น จำเป็นต้องใช้แอปพลิเคชันแต่งรูปเข้าช่วย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยนี้ อาจจะทำให้ Instagram Facebook หรือแพลตฟอร์มโซเชียลอื่นๆ ของคุณเติบโตขึ้นไปอีกระดับ

นอกจากนี้แอปพลิเคชันแต่งรูปเท่ ๆ บนมือถือยังช่วยให้คุณสามารถแก้ไขภาพถ่ายได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว ไม่ว่าคุณไปเดินทางไปที่ไหนก็สามารถหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป พร้อมตัดต่อและตกแต่งรูปภาพได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นหากคุณเป็นคนที่กำลังมองมองแอปพลิเคชันแต่งรูปอยู่ วันนี้ผู้เขียนก็มี 7 แอปพลิเคชันสุดเจ๋ง ไว้แต่งรูปเท่ ๆ สวย ๆ มาแนะนำทุกคน เราเชื่อว่าแอปที่เราคัดเลือกมานี้จะช่วยเปลี่ยนแปลงรูปภาพของคุณให้ดูมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

5 แอปพลิเคชันแต่งรูปเท่ ๆ บนมือถือที่ควรมีติดไว้

ใครที่อยากเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ หรืออยากลงรูปเท่ ๆ บน Instagram และ Facebook หรือแพลตฟอร์มโซเชียลของคุณ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะรูปถ่ายยังไงให้ภาพออกมาเท่และโดดเด่น เพราะทุกคนต่างมีฟิลเตอร์และเอฟเฟกต์ให้ใช้เหมือน ๆ กัน ทำให้รูปถ่ายของทุกคนจะดูเหมือนกันหมด จึงไม่มีใครที่โดดเด่น แต่ปัญหานี้นี้จะหมดไปด้วยแอปพลิเคชันแต่งรูปเท่ ๆ ที่เราคัดมาในวันนี้ โดยแอปเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถสร้างสรรค์รูปภาพของคุณให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น ด้วยฟิลเตอร์ที่มีเอกลักษณ์และโดดเด่น พร้อมเครื่องมือปรับแต่งภาพถ่ายให้สวยงาม ช่วยเรียกจำนวนยอดกดไลค์ให้คุณได้อย่างแน่นอน

Color Pop Effect

เริ่มกันที่แอป Color Pop Effect เป็นอีกหนึ่งแอปแต่งรูปยอดเยี่ยมที่สร้างโดย Kite Games studio เป็นแอปพลิเคชันแต่งรูปเท่ ๆ ที่ใช้แก้ไขสีรูปภาพ โดยแอปนี้ได้นำเสนอคุณสมบัติ Spiral 🌀 & Portrait Maker ที่ทำให้คุณสามารถเลือกใส่เส้นขอบนีออน และเกลียวสีภาพถ่ายขาวดำให้กับรูปภาพของคุณได้ ทำให้รูปภาพของคุณดูดีมีสไตล์ พร้อมด้วย Photo Spiral 🌀 & Portrait ที่น่าทึ่งมากมาย นอกจากนี้แอปนี้ยังสามารถเปลี่ยนสีของเส้นได้ และสามารถเปลี่ยนสีของดวงตาได้อีกด้วย Color Pop Effect สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งระบบ iOS และ Android

Prisma Photo Editor

Prisma เป็นอีกหนึ่งแอปพลิเคชันแต่งรูปเท่ ๆ ที่กำลังมาแรงในตอนนี้ ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือแก้ไขรูปภาพที่สามารถสร้างเอฟเฟกต์ให้กับรูปภาพ เปลี่ยนรูปภาพของคุณให้เป็นภาพวาดที่น่าทึ่ง รวมไปถึงแนวอนิเมะ โดยการใช้ฟิลเตอร์ศิลปะของ Prisma จะทำให้รูปภาพของคุณดูราวเหมือนกับว่า Picasso, Munch หรือแม้แต่ Salvador Dali เป็นผู้วาดภาพนั้นให้กับคุณ! ทำให้คุณเปลี่ยนรูปภาพที่ธรรมดาให้กลายเป็นงานศิลปะที่สวยงาม มีฟิลเตอร์ศิลปะให้เลือกใช้มากกว่า 300 แบบในไลบรารี นอกจากนี้ Prisma ยังมีการเปิดตัวอาร์ตฟิลเตอร์ใหม่ทุกวัน พร้อมทั้งสามารถปรับปรุงรายละเอียดของรูปภาพได้ด้วยเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพภาพ สามารถดาวน์โหลด Prisma ได้ฟรีทั้งระบบ iOS และ Android

Adobe Photoshop Fix

Adobe Photoshop Fix เป็นอีกหนึ่งแอปที่ผู้เขียนชื่นชอบมาก เพราะแอปนี้มีรูปแบบอินเตอร์เฟสที่ใช้งานง่าย และมีคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมมากมาย เป็นแอปแก้ไขรูปภาพที่สามารถรีทัชและกู้คืนรูปภาพได้โดยใช้เครื่องมือที่ให้รูปลักษณ์ และโครงสร้างไม่ว่าจะเป็นปรับแต่งแสงสี ความเรียบเนียน และการแก้ไขและปรับแต่งอื่นๆ เพื่อให้คุณได้รูปเท่ ๆ ที่ตรงตามความต้องการ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติที่น่าสนใจ เช่น มาสก์พร่ามัว และอีกมากมาย ที่สำคัญคุณสามารถดาวน์โหลด Adobe Photoshop Fix ได้ฟรีทั้งระบบ iOS และ Android

Snapseed

แอป Snapseed เป็นแอปแก้ไขรูปภาพที่ถูกสร้างขึ้นโดย Google มีคุณสมบัติที่น่าทึ่งมากมาย เพื่อให้คุณได้แต่งรูปเท่ ๆ ด้วยเครื่องมือและตัวกรองที่ใช้แก้ไขและปรับแต่งรูปภาพได้ถึง 29 เครื่องมือ สามารถเปิดไฟล์ JPG และ RAW ได้ ทุกสไตล์การปรับแต่งสามารถปรับแต่งได้ด้วยการควบคุมที่ละเอียดและแม่นยำ อีกทั้งยังสามารถแต่งฟิลเตอร์ไว้ใช้ล่วงหน้าได้ คุณจะได้รับคุณสมบัติฟรีมากมาย สามารถดาวน์โหลด Snapseed ได้ฟรีทั้งระบบ iOS และ Android

LINE Camera

ปิดท้ายด้วยแอป LINE Camera ที่ถูกสร้างขึ้นโดย LINE ผู้ให้บริการสื่อและการสื่อสารยอดนิยมในเอเชีย เป็นแอปแก้ไขรูปภาพนี้มีเอฟเฟกต์สนุกๆ และสร้างสรรค์มากมาย ไม่ว่าคุณจะอยากได้รูปเท่ ๆ หรือรูปน่ารัก ๆ คุณก็สามารถสร้างสรรค์ได้ในแอปเดียว โดย LINE Camera มีฟิลเตอร์มากกว่า 100 ฟิลเตอร์ ช่วยเพิ่มสไตล์ที่โดดเด่นให้กับภาพถ่ายของคุณ และยังมีสติ๊กเกอร์มากกว่า 5,000 อัน ให้คุณเลือกใส่เพิ่มในรูปภาพ เพื่อเพิ่มความสนุกสนานและน่ารัก สามารถดาวน์โหลด LINE Camera ได้ฟรีทั้งระบบ iOS และ Android